
ศก.รอขับเคลื่อน
ศก.รอขับเคลื่อน : บทบรรณาธิการประจำวันที่8ส.ค.2559
เป็นอีกหนึ่งข่าวดีที่มาพร้อมกับการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญและคำถามพ่วงที่เพิ่งผ่านพ้นไป เมื่อนายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงกับผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคไทยในเดือนกรกฎาคม 2559 อยู่ที่ระดับ 72.5 ซึ่งปรับตัวดีขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 7 เดือน นับตั้งแต่เดือนมกราคมปีเดียวกัน หรือปรับตัวดีขึ้นครั้งแรกในรอบปี เนื่องจากสถานการณ์ภัยแล้งที่คลี่คลาย น้ำในการผลิตมีปริมาณมาก ส่งผลให้สินค้าเกษตรดีขึ้น ทั้งข้าวเปลือกที่ราคาสูงกว่า 8,000 บาทต่อตัน ยางพาราขยับมาที่ 50 บาทต่อกิโลกรัม จากก่อนหน้าที่อยู่ในระดับ 30 บาทต่อกิโลกรัม รวมถึงราคาหมู และไข่ขยับเพิ่มขึ้น ส่งผลให้กำลังซื้อของภาคเกษตรกรเริ่มดีขึ้นตั้งแต่ในช่วงไตรมาสสอง
ขณะเดียวกันดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคทุกตัวมีการปรับขึ้น ทั้งดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับเศรษฐกิจโดยรวม ปรับตัวดีขึ้น จาก 60.6 เป็น 61.4 ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับโอกาสในการหางาน ปรับตัวดีขึ้นจาก 66.5 เป็น 67.4 และดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับรายได้ในอนาคต ปรับตัวดีขึ้นจาก 87.6 เป็น 88.7 ขณะที่ผลสำรวจการใช้จ่ายปรับตัวดีขึ้นในรอบ 7 เดือนทุกตัว ทั้งการซื้อรถยนต์คันใหม่ การซื้อบ้านหลังใหม่ การใช้จ่ายเพื่อการท่องเที่ยว และการลงทุนทำธุรกิจ (เอสเอ็มอี) ในปัจจุบัน ส่วนด้านสังคม คือดัชนีความสุขในการดำรงชีวิต และภาวะค่าครองชีพ ปรับตัวดีขึ้นในรอบ 7 เดือน ความเห็นเกี่ยวกับปัญหายาเสพติดปรับตัวดีขึ้น หรือมองว่ามีปัญหาน้อย และความเห็นเกี่ยวกับการเมืองก็ปรับตัวดีต่อเนื่องเป็นเดือนที่สอง
จากตัวเลขดังกล่าวทำให้ประมาณการได้ว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในเดือนกรกฎาคมถือเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญ ที่จะบ่งบอกว่าความเชื่อมั่นของผู้บริโภคจะดีขึ้นในระยะต่อไป โดยเฉพาะในช่วงครึ่งปีหลัง เพราะประชาชนเชื่อว่าเศรษฐกิจจะดีกว่าที่ผ่านมา ซึ่งมาจากการที่รัฐบาลเร่งรัดการใช้จ่ายด้านการลงทุนขนาดใหญ่และระดับฐานราก ส่วนภาคการท่องเที่ยวและการผลิตขยายตัวได้ดี ภาคการเกษตรก็กลับมาดีขึ้นหลังจากผ่านพ้นภัยแล้ง สอดคล้องกับการขยายตัวของเศรษฐกิจในช่วงไตรมาสแรกของปี 59 ที่ขยายตัวร้อยละ 3.2 เร่งขึ้นจากร้อยละ 2.8 ในไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งเป็นการขยายตัวในอัตราสูงสุดในรอบ 12 ไตรมาส โดยมีปัจจัยสนับสนุนที่สำคัญจากมูลค่าการส่งออกสินค้าที่คาดว่าจะปรับตัวลดลง 1.7% กลับปรับตัวดีขึ้นจากการหดตัว 5.6% ในปี 2558
ต้องยอมรับว่า ตลอด 2 ปีที่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เข้ามาบริหารประเทศ รัฐบาลได้รับคำชื่นชมในการแก้ปัญหาคอร์รัปชั่น และจัดระเบียบสังคม เป็นไปอย่างเข้มข้น แต่กระนั้นความอ่อนแอทางเศรษฐกิจ ไล่เรียงตั้งแต่ระดับปากท้องชาวบ้าน จนถึงปัญหาเศรษฐกิจชาติ มีเสียงจากหลายภาคส่วนสะท้อนว่ารัฐบาลยังเอาไม่อยู่ แต่ด้วยความตั้งใจ มุ่งมั่น และจริงจังในสไตล์ทหาร ทำให้เรือแป๊ะลำนี้ได้ใจหลายๆ ฝ่าย รวมทั้งภาคเอกชน นักลงทุนจากทั้งในและต่างประเทศ ที่พร้อมจะร่วมลงเรือลำนี้ที่นับวันจะมีความมั่นคงแข็งแกร่งขึ้น และไม่ว่าผลการลงประชามติจะออกมาเป็นอย่างไร คณะรักษาความสงบแห่งชาติและรัฐบาลยืนยันเป็นมั่นเหมาะถึงการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในปี 2560 ตามโรดแม็พ ซึ่งจะทำให้ประชาชนทุกฝ่ายและภาคเอกชนเกิดความเชื่อมั่นและบรรยากาศทางเศรษฐกิจน่าจะดีขึ้น



