คอลัมนิสต์

ภาพรวมร่าง รธน.ฉบับ ประชามติ !?

ภาพรวมร่าง รธน.ฉบับ ประชามติ !?

06 ส.ค. 2559

ตัดสินใจอนาคตประเทศ ลง ประชามติ ร่างรัฐธรรมนูญ 7 สิงหาคม


               ร่างรัฐธรรมนูญฉบับ ประชามติ มีเนื้อหาสาระสำคัญที่น่าสนใจ ดังต่อไปนี้

สิทธิเสรีภาพประชาชน

               ร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชามติได้เขียนเกี่ยวกับสิทธิเสรีภาพของประชาชน แตกต่างจากรัฐธรรมนูญปี 2540 และปี 2550 โดยได้ย้าย “สิทธิ” ของประชาชนบางอย่างจากที่เคยเขียนไว้ใน “หมวดสิทธิเสรีภาพ” ไปไว้ใน “หมวดหน้าที่ของรัฐ” 

               สำหรับแนวคิดนี้ เกิดจากการที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เห็นว่า การที่รัฐธรรมนูญที่ผ่านมา ได้บัญญัติเรื่อง "สิทธิ" ของประชาชน ไว้ในหมวดสิทธิและเสรีภาพนั้น เป็นการเขียนไว้ลอยๆ ว่าประชาชนมีสิทธิอะไรบ้าง แต่ไม่ได้ถูกนำมาปฏิบัติจริง ดังนั้นจึงเพิ่ม “หมวดหน้าที่ของรัฐ” ขึ้นมา เพื่อเป็นหลักประกันว่ารัฐต้องดำเนินการให้ประชาชนในเรื่องอะไรบ้าง ซึ่งก็คือ สิทธิที่ประชาชนจะได้รับ

               ซึ่งรัฐจะต้องดำเนินการให้ครบถ้วน จากแนวคิดดังกล่าวคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ จึงโยกย้ายสิทธิและเสรีภาพบางส่วนมาไว้ที่ “หมวดหน้าที่ของรัฐ” อย่างไรก็ตาม ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้ให้สิทธิเสรีภาพแก่ประชาชนมากกว่าเดิมจริงหรือไม่ เนื่องจากมาตรา 25 ได้บัญญัติให้จำกัดการใช้สิทธิเสรีภาพของประชาชนได้ เพื่อความมั่นคงของรัฐ ซึ่งเป็นครั้งแรกที่คำว่า “ความมั่นคงของรัฐ” ถูกนำมาเขียนเป็นหลักการทั่วไปในการจำกัดสิทธิและเสรีภาพโดยครอบคลุมถึงสิทธิทุกประเภท ในขณะที่รัฐธรรมนูญปี 2540 และ 2550 “ความมั่นคง” จะเป็นเหตุในการจำกัดสิทธิเสรีภาพบางประการเท่านั้น 

 

ระบบเลือกตั้งจัดสรรปันส่วนผสม

               ตามร่างรัฐธรรมนูญ ส.ส.มีจำนวน 500 คน เป็น ส.ส.เขต 350 คน และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 150 คน ใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียว เลือกได้เพียง ส.ส. เขต แต่คะแนนที่เลือกนั้นมีผลเลือกพรรคการเมืองของผู้สมัครคนนั้นด้วย กล่าวคือ คะแนนทั้งประเทศที่แต่ละพรรคการเมืองได้รับจะนำไปคำนวณเพื่อให้ได้จำนวน ส.ส.ที่พรรคนั้นควรจะมี และนำมาหักลบกับที่นั่ง ส.ส.แบบแบ่งเขตที่พรรคนั้นมี ก็จะได้จำนวน ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อของแต่ละพรรค

               ทั้งนี้ กรธ.ให้เหตุผลว่า ระบบเลือกตั้งแบบจัดสรรปันส่วนผสมจะทำให้ทุกคะแนนเสียงมีความหมาย

               แต่ก็มีผู้แย้งว่า ระบบเลือกตั้งดังกล่าวเอื้อให้พรรคขนาดกลางในการร่วมจัดตั้งรัฐบาล และมีอำนาจต่อรองสูงกับพรรคแกนนำรัฐบาล ซึ่งเป็นพรรคการเมืองใหญ่ เพราะต้องพึ่งพาพรรคขนาดกลางในการจัดตั้งรัฐบาล ทำให้เกิด "รัฐบาลผสม” ที่อ่อนแอ

               อีกทั้งระบบเลือกตั้งดังกล่าวไม่ตรงกับเจตนารมณ์ของผู้ออกเสียง เพราะ ส.ส.เขต และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ มีลักษณะที่ต่างกัน และการใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียวเป็นการจำกัดสิทธิของประชาชนในการลงคะแนนเลือกตั้ง

ภาพรวมร่าง รธน.ฉบับ ประชามติ !?

 

ที่มานายกรัฐมนตรี

               ในมาตรา 88 ของร่างรัฐธรรมนูญ กำหนดว่า “ในการเลือกตั้งทั่วไป ให้พรรคการเมืองที่ส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งแจ้งรายชื่อบุคคลซึ่งพรรคการเมืองนั้นมีมติว่าจะเสนอให้สภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีไม่เกิน 3 รายชื่อต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง" ทำให้คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญนำมาอ้างว่าเป็น “จุดแข็ง” ของร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ทำให้ประชาชนเห็นรายชื่อคนที่จะเป็นนายกฯ ล่วงหน้าได้จาก ”บัญชีชื่อนายกฯ” ที่พรรคการเมืองแต่ละพรรคแจ้งไว้ต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)

               แต่ขณะเดียวกันก็มีผู้แย้งว่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้เปิดช่องให้ “นายกฯคนนอก” เนื่องจากในบทเฉพาะกาล มาตรา 272 ได้ให้อำนาจ “รัฐสภา” (ซึ่งก็คือให้อำนาจ ส.ส. และ ส.ว. ประชุมร่วมกัน) และมีมติยกเว้นหลักที่ว่า “นายกรัฐมนตรี” จะต้องมาจากคนที่มีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองที่พรรคการเมืองได้แจ้งต่อ กกต. ในกรณีที่สภาผู้แทนฯ ไม่สามารถเลือกบุคคลที่มีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองเป็น “นายกรัฐมนตรี” ได้ ซึ่งเมื่อ "รัฐสภา” มีิมติให้เลือก "คนนอกบัญชีพรรคการเมือง” เป็นนายกรัฐมนตรีได้ ก็จะทำให้สภาผู้แทนฯ สามารถลงมติเลือก "คนนอกบัญชีพรรคการเมือง” เป็นนายกรัฐมนตรีได้

 

ที่มาและบทบาทสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.)

               ใน “บทเฉพาะกาล” มาตรา 269 ได้กำหนดว่า “ในวาระเริ่มแรกให้วุฒิสภาประกอบด้วยสมาชิกจำนวน 250 คน” มีวาระ 5 ปี

               ทั้งนี้ ส.ว.จำนวน 250 คน มีที่มาจาก 3 กลุ่ม ซึ่งโดยสรุปเกือบ 100% จะต้องเป็นคนที่ถูก คสช.เลือก ประกอบด้วย กลุ่มแรก ส.ว.โดยตำแหน่ง จำนวน 6 คนมาจากเหล่าทัพต่างๆ ได้แก่ ปลัดกลาโหม ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการทหารบก ผู้บัญชาการทหารอากาศ ผู้บัญชาการทหารเรือ และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กลุ่มสอง ส.ว.ที่ คสช.คัดเลือกจากรายชื่อที่คณะกรรมการสรรหาเสนอมา (ไม่เกิน 400 คน) โดยจะคัดให้เหลือจำนวน 194 คน และกลุ่มสาม ส.ว.ที่ คสช.คัดเลือกจากรายชื่อตัวแทนกลุ่มอาชีพต่างๆ ที่คัดเลือกกัน (ไม่เกิน 200 คน) โดยจะคัดให้เหลือจำนวน 50 คน

               ทำให้มีการวิจารณ์ว่า ส.ว.ชุดแรกนี้จะมาคอยกำกับการทำงานของรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ทำให้การบริหารงานของรัฐบาลขาดความอิสระ

               ส่วนเมื่อ ส.ว.ชุดแรก ตาม “บทเฉพาะกาล” ครบอายุ 5 ปี ไปแล้ว ก็จะเข้าสู่ ”บทถาวร” คือ ส.ว.มีจำนวน 200 คน ซึ่งมาจากการเลือกกันเองของผู้สมัครตามวิชาชีพ

               ทั้งนี้ ส.ว.ตามร่างรัฐธรรมนูญมีอำนาจหลายประการ เช่น มีอำนาจตรวจสอบว่านักการเมืองคนใด ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้าม, มีอำนาจตรวจสอบ การเสนอแปรญัตติที่เกี่ยวข้องกับการใช้เงินงบประมาณของนักการเมืองรวมถึงคณะรัฐมนตรี

 

ภาพรวมร่าง รธน.ฉบับ ประชามติ !?

 

               นอกจากนี้ หาก “คำถามพ่วง” ผ่านประชามติ ยังทำให้ ส.ว.มีอำนาจร่วมเลือกนายกรัฐมนตรีอีกด้วย

               และจากการที่ ส.ว.ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน แต่กลับมีบทบาทและอำนาจค่อนข้างมาก ทำให้มีคำถามตามมาว่า เป็นการสอดคล้องกับระบบประชาธิปไตยหรือไม่

               ซึ่งประเด็นนี้ กรธ.อธิบายว่า การที่ไม่ให้ ส.ว.มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน เพราะไม่ต้องการให้ผู้สมัคร ส.ว.ต้องพึ่งฐานเสียงของพรรคการเมืองเพื่อได้รับเลือกตั้ง จะได้ทำหน้าที่ได้อย่างอิสระ ปราศจากการครอบงำจากนักการเมือง

 

กลไกปราบโกง

               เริ่มตั้งแต่การกำหนดคุณสมบัติของผู้ที่เข้าสู่ตำแหน่งทางการเมืองไว้อย่างเข้มงวด รวมไปถึงการใช้มาตรการทางจริยธรรมมาควบคุมนักการเมือง แต่ก็มีผู้เห็นแย้งว่า การให้คดีที่ขึ้นสู่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง อุทธรณ์ได้ง่ายขึ้น อาจมีผลให้การปราบปรามการทุจริตอ่อนแอลง

 

องค์กรอิสระควบคุมการใช้จ่ายของรัฐบาล

               ในร่างรัฐธรรมนูญมาตรา 245 บัญญัติว่า เพื่อประโยชน์ในการยับยั้งความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นแก่การเงินการคลังของรัฐ ให้ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินเสนอผลการตรวจสอบการกระทำที่ไม่เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยวินัยการเงินการคลังของรัฐและอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่การเงินการคลังของรัฐอย่างร้ายแรง ต่อคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินเพื่อพิจารณา

               ในกรณีที่คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินเห็นพ้องด้วยกับผลการตรวจสอบดังกล่าว ให้ปรึกษาหารือร่วมกับคณะกรรมการการเลือกตั้งและคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หากที่ประชุมร่วมเห็นพ้องกับผลตรวจสอบนั้น ให้ร่วมกันมีหนังสือแจ้งสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา และคณะรัฐมนตรีเพื่อทราบ และเปิดเผยผลการตรวจสอบนั้นต่อประชาชนด้วย

               ประเด็นนี้มีการวิจารณ์ว่า เปรียบเสมือนองค์กรอิสระเป็นผู้ควบคุมรัฐบาลอยู่ด้านหลังในการออกนโยบายใดๆ ของรัฐบาล แต่ กรธ.ชี้แจงว่า ต้องการให้องค์กรอิสระทำงานในเชิงรุกมากขึ้น

 

ภาพรวมร่าง รธน.ฉบับ ประชามติ !?

 

 

รัฐธรรมนูญแก้ไขได้ยาก

               ตามร่างรัฐธรรมนูญ การแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องมีคะแนนเสียงเห็นชอบมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา โดยในจำนวนนี้ต้องมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคการเมืองที่มีสมาชิกไม่ได้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ประธานหรือรองประธานสภาผู้แทนราษฎรเห็นชอบด้วยไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 ของทุกพรรคการเมืองดังกล่าวรวมกัน และมีสมาชิกวุฒิสภาเห็นชอบด้วยไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของวุฒิสภา

               ทั้งนี้ กรธ.ให้เหตุผลว่า เนื่องจากรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ จึงไม่ควรที่จะแก้ไขได้ง่าย ส่วนฝ่ายไม่เห็นด้วยระบุว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ยาก เพื่อปกป้องกลไกที่รองรับอำนาจ คสช.

               วันที่ 7 สิงหาคม จึงเป็นวันที่ตัดสินใจอนาคตประเทศอีกครั้งกับการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ

 

-----------------------

(คม วิเคราะห์ การเมืองรอบสัปดาห์ : ภาพรวมร่าง รธน.ฉบับ ประชามติ : โดย...โอภาส บุญล้อม สำนักข่าวเนชั่น)