คอลัมนิสต์

ถอดรหัส‘บิ๊กตู่’คำราม‘รับ’ร่างรัฐธรรมนูญ

ถอดรหัส‘บิ๊กตู่’คำราม‘รับ’ร่างรัฐธรรมนูญ

06 ส.ค. 2559

ถอดรหัส‘บิ๊กตู่’คำราม‘รับ’ร่างรัฐธรรมนูญ   : ศักดา เสมอภพ สำนักข่าวเนชั่น

          “ส่วนตัวผมจะไปร่วมลงประชามติในฐานะประชาชนคนหนึ่ง และจะลงเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญ รวมถึงคำถามพ่วง” นี่คือคำยืนยันจากปากของ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่จะออกเสียงประชามติในวันที่ 7 สิงหาคมนี้

          เป็นครั้งที่ “บิ๊กตู่” พูดแบบไม่มีกั๊กไม่เขอะเขิน หลังสื่อมวลชนพยายามซักไซ้ไล่ถามกันหลายต่อหลายครั้ง แต่ “บิ๊กตู่” ก็ยังกั๊กไม่พูดตรงๆ เพราะต้องสงวนท่าทีเอาไว้ไม่ให้ผูกรัดตัวเองเอาไว้กับผลประชามติ แม้รู้กันทั้งบางว่าต้องกาช่อง “เห็นด้วย”

          สัญญาณจาก “บิ๊กตู่” ผู้คุมอำนาจสูงสุดที่ส่งออกมาใกล้วันลงประชามติเพียง 2 วัน แฝงไปด้วยนัยที่สามารถตีความกันได้หลากแง่หลายมุม ทำให้บรรดา “คนการเมือง” ต้องหันมาตีความสัญญาณกันยกใหญ่

          ปัจจัยแรกอาจเป็นเพราะ “คะแนนเสียง” ประชามติที่ยังต้องลุ้นกันอยู่ว่าจะผ่านหรือไม่ผ่าน หลังทุกโพลล์ที่ “รัฐบาล” ทำขึ้นในทางลับหรือโพลล์จากสำนักอื่น ที่ถูกส่งเข้ามาให้ “ทีมงานบิ๊กตู่” ได้ประเมินคะแนนรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญถือว่าสูสี แม้ “ฝั่งไม่รับ” ดูจะมีคะแนนนำอยู่ แต่ก็เพียงนิดเดียวไม่ทิ้งห่างมากนัก

          โดยวิเคราะห์จากภาคอีสาน-ภาคเหนือ ที่ยังคงเป็นพื้นที่ “เรดโซน” มีคะแนนไม่รับร่างรัฐธรรมนูญสูงถึง 60-65 เปอร์เซ็นต์ แต่ก็ยังพอหวังได้ว่าประชาชนที่ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญจะไม่ออกมาใช้สิทธิ์โหวต ลุ้นให้พวก “โนโหวต” มีมากกว่าพวก “โหวตโน”

          ส่วนพื้นที่ภาคใต้งานนี้ “รัฐบาล-คสช.” ต้องลุ้นหนักเป็นพิเศษ เพราะ “เดอะมาร์ค” อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เล่นบทประกาศไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ แม้จะมี “ลุงกำนัน” สุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อนการปฏิรูปประเทศ คอยตอบโต้ “ชวน-มาร์ค” แทน แต่ก็ไม่สามารถคุมคะแนนเสียงในภาคใต้ให้มีเอกภาพได้ทั้งหมด

          พื้นที่ที่ “กำนันเทือก” คุมเสียงได้ร้อยเปอร์เซ็นต์จะมีเพียง จ.สุราษฎร์ธานี-นครศรีธรรมราช-สงขลา-พัทลุง ที่เหลือต้องเฉลี่ยกับ “ชวน-มาร์ค” โดยเฉพาะ จ.ตรัง ที่แม้ “กปปส.” จะมีแกนนำอย่าง “สาทิตย์ วงศ์หนองเตย” อยู่ แต่ก็ยากที่จะเจาะแผ่นดินเกิดของ “นายกฯ ชวน” ได้

          ลำพัง “สาทิตย์” เองยังลำบาก งานวันเกิดครบรอบ 52 ปี “มาร์ค” โดนบรรดาเพื่อนอดีต ส.ส.ปชป. ทักถามว่าตกลงจะรับหรือไม่รับ “สาทิตย์” ยังอ้อมแอ้มว่าก็ต้องยืน “รับ” ร่างรัฐธรรมนูญเอาไว้ก่อน ส่วนอนาคตทางการเมืองคงต้องรอลุ้นหลังประชามติ

          และหากนับรวมพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งต้นทุนของ “ทหาร” มีไม่มากนัก เพราะถูกปลุกปั่นประชาชนอยู่ฝั่งตรงข้ามกันมาตลอด ยิ่งมีพวกมือดีพ่นสเปรย์ไม่รับร่างด้วยแล้ว ยิ่งเป็นกระแสให้ประชาชน “โหวตโน” ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญมากขึ้น

          พ่วงด้วยพื้นที่ภาคกลาง ซึ่งเป็นความหวังของ “รัฐบาล-คสช.” คะแนนเสียงก็ยังไม่ถือว่านิ่งสักเท่าไร สามารถสวิงไปรับหรือไม่รับได้ตลอด “บิ๊กตู่” จึงอาจจะอาศัยไทมิ่งใกล้วันลงประชามติ ประกาศ “รับร่าง” ยืนยันจุดยืนกับประชาชนแบบชัดเจน

          หากหมุนเข็มนาฬิกากลับไปในช่วงเลือกตั้งปี 2554 “บิ๊กตู่” ในขณะนั้นดำรงตำแหน่ง ผบ.ทบ. กระโดดมาเล่นบท “กองเชียร์” ก่อนถึงวันเลือกตั้งเพียงไม่กี่วัน ด้วยการบันทึกเทปคำสัมภาษณ์ออกอากาศผ่านทางช่อง 5-ช่อง 7 พร้อมคีย์เวิร์ด “อย่าเลือกนักการเมืองเลว” แต่ก็สายเกินไปเสียแล้ว

          มาครั้งนี้ “บิ๊กตู่” สงวนท่าทีมานานก่อนประกาศ “รับ” ร่างรัฐธรรมนูญก่อนวันลงประชามติเพียง 2 วัน หากตีความตามประวัติศาสตร์ที่เคยเกิดขึ้นมาแล้ว “บิ๊กตู่” อาจจะต้องการเรียกคะแนน “รับ” ร่างรัฐธรรมนูญให้ทวีคูณเพิ่มมากขึ้น จากที่สูสีให้ชนะกันในโค้งสุดท้าย

          อีกปัจจัยที่ไม่สามารถมองข้ามได้คือเสถียรภาพใน “กองทัพ” เพราะระยะหลังมีข่าวลือกันหนาหูว่า “บิ๊กกองทัพ” บางคนไม่อยากให้ร่างรัฐธรรมนูญผ่านการออกเสียงประชามติ เพราะต้องการต่ออายุให้อยู่ยาวขึ้นไปอีก จึงทำให้ “บิ๊กเหล่าทัพ” ไขว้เขวเพราะ “มือที่มองเห็น” สัมผัสได้อยู่ใกล้ตัวแถมเรืองอำนาจ ไม่รู้จะให้เดินไปทางไหนดี

          ท่วงท่าของ “บิ๊กตู่” ในงานวันสถาปนาโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า 129 ปี ไม่ใช่ความบังเอิญที่จู่ๆ หยิบชุดทหารมาใส่ แม้ตามประเพณีแล้วสามารถใส่ชุดทหารเข้าร่วมงานได้ก็ตาม เพราะหลังเกษียณอายุราชการมา 2 ปี “บิ๊กตู่” ไม่เคยใส่ชุดทหารเข้าร่วมงานดังกล่าว เพราะถือว่าตัวเองเกษียณอายุราชการมาแล้ว

          เสียงคำราม “ผมเห็นชอบ” ร่างรัฐธรรมนูญที่พูดต่อหน้า “บิ๊กเหล่าทัพ” ในชุดทหารมีนัยซ่อนเร้นสื่อความหมายถึงใครบางคนว่า “อำนาจ” ที่แท้จริงยังอยู่ในมือของผู้ชายชื่อ “บิ๊กตู่” แม้ “มือที่มองเห็น” จะสั่งให้ “บิ๊กเหล่าทัพ” ซ้ายหันขวาหันได้ก็ตาม

          ที่ผ่านมาความขัดแย้งในหมู่ “บิ๊กกองทัพ” มักจะจบด้วยการตัดสินใจของ “บิ๊กตู่” การโยกย้ายแต่งตั้งในตำแหน่งสำคัญมียอม-มีไม่ยอม สลับกันบ้าง เพื่อรักษาความสัมพันธ์ “พี่น้องบูรพาพยัคฆ์” เอาไว้ และให้ประเทศเดินหน้าไปได้ต่อ

          แต่ประชามติถือเป็นงานใหญ่ที่ “บิ๊กตู่” ยอมไม่ได้ จึงต้องลงมาเล่นบทกำกับด้วยตัวเอง

          จึงเห็นปรากฏการณ์บรรดา “กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ” โดยเฉพาะ “มีชัย-วิษณุ” ออกแอ็กชั่นเดินสายพูดออกหนังสือพิมพ์-โทรทัศน์กันตลอด เพื่อแรงสปีดโหมกระแส “รับ” ร่างรัฐธรรมนูญในช่วงโค้งสุดท้าย

          การประกาศ “เห็นด้วย” กับร่างรัฐธรรมนูญของ “บิ๊กตู่” จะถูกนำไปเป็นเงื่อนไขให้ “เพื่อไทย-นปช.-คนเสื้อแดง” ใช้เป็นเหตุผลกดดันให้ลาออกเหมือน “เดวิด คาเมรอน” อดีตนายกรัฐมนตรีอังกฤษ ที่ประกาศตัวว่าไม่เห็นด้วยกับการให้อังกฤษต้องออกจากสหภาพยุโรป เมื่อ “เดวิด คาเมรอน” แพ้ศึกประชามติ จึงตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

          หาก “บิ๊กตู่” แพ้การออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ เมื่อประกาศตัวว่า “เห็นด้วย” แล้ว จะถูกเทียบเคียงกับการตัดสินใจของ “เดวิด คาเมรอน” ทันที แบบไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้

          แต่เมื่อเป็นหมากที่ “บิ๊กตู่” ต้องเดินต้องตัดสินใจ ผลจะออกมาอย่างไรก็ต้องเสี่ยง เพราะอย่างน้อยก็ได้วัดใจประชาชน ที่สำคัญวัดใจความเป็น “พี่น้อง” กับ “บิ๊กทหาร” หลายคน

          ทั้งหมด คือ เบื้องหลัง ที่ทำให้ “บิ๊กตู่” ต้องคำรามประกาศ “รับ” ร่างรัฐธรรมนูญ ส่วนผลจะเป็นอย่างไรวันที่ 7 สิงหาคม รู้กัน!!