คอลัมนิสต์

ดีเอสไอคงต้องรอออกพรรษา

ดีเอสไอคงต้องรอออกพรรษา

05 ส.ค. 2559

ดีเอสไอคงต้องรอออกพรรษา : บทความพิเศษ ทีมข่าวสืบสวนสอบสวน

            พนักงานสอบสวนของดีเอสไอ แทบจะไม่ได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดีพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย เลย ภายหลังพระสุธรรม สุธัมโม ปฏิบัติหน้าที่แทนรักษาการเจ้าอาวาส

            เพราะพระสุธรรมใช้เวลาส่วนใหญ่ในต่างแดน แต่กลับมาให้ข้อมูลแทนพระทัตตชีโว รักษาการเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ซึ่งถูกดีเอสไอออกหมายเรียกไปให้ปากคำก่อนหน้านี้ โดยให้เหตุผลว่า ที่พระทัตตชีโวมาไม่ได้ เพราะป่วยและชราภาพมากแล้ว

            พนักงานสอบสวนของดีเอสไอ ต้องการข้อมูลเกี่ยวกับการบริหารจัดการภายในวัดพระธรรมกาย ทั้งในด้านการบริหารวัด และการฝึกพระภิกษุ สามเณร อุบาสก และอุบาสิกา ซึ่งอาจจะรวมไปถึงการบริหารด้านการเงินของวัด ซึ่งก่อนหน้านี้ พระทัตตชีโว เป็นผู้รับผิดชอบ
            
            พระทัตตชีโว เดิมชื่อว่า “เผด็จ ผ่องสวัสดิ์” เกิดที่ จ.กาญจนบุรี ปัจจุบันอายุ 76 ปี ทำหน้าที่สำคัญในวัดพระธรรมกาย คือ การบริหารวัดและการฝึกพระ สามเณร อุบาสก อุบาสิกา มีชื่อเสียงถึงกับมีทีมผู้ผลิตรายการ Hai Tal Life TV ยกคณะมาขอสัมภาษณ์ ถึงหลักบริหารจัดการดังกล่าว

            พระทัตตชีโว ก่อนที่จะมาบวช เป็นผู้มีความสนใจในการฝึกสมาธิมาตั้งแต่ต้น หลังจากจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 8 แล้วก็ได้เข้าไปเรียนที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ทำให้มีโอกาสได้รู้จักกับ นายไชยบูลย์ สุทธิผล นิสิตรุ่นน้อง ซึ่งเป็นผู้ที่ฝึกศึกษาธรรมและสมาธิ

            ด้วยความศรัทธาในภูมิธรรม ความรู้และการประพฤติปฏิบัติของรุ่นน้องคนนี้ จึงได้ติดตามไปฝากตัวเป็นลูกศิษย์ศึกษาวิชาธรรมกาย กับแม่ชีจันทร์ ขนนกยูง ตามแนวทางของหลวงพ่อสด ที่วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ

            นายไชยบูลย์ ก็คือ พระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ทั้งพระธัมมชโย และพระทัตตชีโว มีพระอุปัชฌาย์คนเดียวกันคือ สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ วัดปากน้ำ ในขณะมีสมณศักดิ์ที่ พระเทพวรเวที และทั้งสองก็ร่วมกันสร้างวัดพระธรรมกายขึ้นมา

            สิ่งที่ชี้ให้เห็นว่า พระทัตตชีโว เป็นพระผู้ที่มีความสำคัญของวัดพระธรรมกาย สามารถตัดสินใจในเรื่องสำคัญๆ โดยเฉพาะเรื่องการเงิน อาจดูได้จากเมื่อปลายปี 2557 นายเผด็จ มุ่งธัญญา ประธานคณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น นำคณะกรรมการและที่ปรึกษาสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น เดินทางไปพบพระทัตตชีโวที่ จ.กาญจนบุรี

            การไปครั้งนั้นก็เพื่อนมัสการ หารือถึงการคืนเงินของสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ที่นายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ผู้ต้องหาคดียักยอกเงิน ฟอกเงินสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น นำมาบริจาคให้วัดและพระ 2 รูป จำนวน 819 ล้านบาท และกรณีวัดพระธรรมกายติดต่อขอซื้อที่ดินของนายศุภชัย ที่ถูกดีเอสไออายัดไว้ ซึ่งมีกระแสข่าวในขณะนั้นว่า วัดพระธรรมกายจะซื้อที่ดินจากสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นโดยตรง

            สำหรับที่ดิน จ.กาญจนบุรี นายศุภชัยซื้อเอาไว้หลายแปลง มูลค่าขณะนั้นประมาณ 40 ล้านบาท เพื่อนำไปบริจาคให้วัดพระธรรมกายก่อสร้างพระมหาเจดีย์ทัตตชีโว แต่ยังไม่ทันได้บริจาค ก็ถูกดีเอสไออายัดเอาไว้ แต่ทางวัดพระธรรมกายได้เริ่มก่อสร้างพระมหาเจดีย์ไปแล้วจึงต้องมาเจรจาซื้อที่ดินจากสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น

            สำหรับพระมหาเจดีย์ทัตตชีโวนั้นตั้งอยู่ที่ ต.เกาะสำโรง อ.เมือง จ.กาญจนบุรี บ้านเกิดของพระทัตตชีโว

            ไม่แน่ว่า ดีเอสไออาจต้องรอจนถึงออกพรรษา เพราะมีกระแสข่าวว่า พระทัตตชีโวอาพาธ แหละเหนื่อยจากการปฏิบัติศาสนกิจแทนพระธัมมชโย ในช่วงที่ผ่านมา