คอลัมนิสต์

นินทาสิงคโปร์

นินทาสิงคโปร์

05 ส.ค. 2559

นินทาสิงคโปร์ : โดยวิธีของเราเอง โดยไพฑูรย์ ธัญญา

            คนที่เคยไปสิงคโปร์ อาจมีความประทับใจและความรู้สึกต่อประเทศนี้ต่างกันไป หลายคนอาจชอบความเจริญก้าวหน้า ความสะอาดและเป็นระเบียบของสิงคโปร์ บางคนอาจชื่นชมความหลากหลายของผู้คนต่างชาติพันธุ์ ที่มาอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติสุขบนเกาะแห่งนี้ บางคนอาจประทับใจในความเก่งกล้าของลูกหลาน ลี กวนยู ที่สามารถพูดได้หลายภาษา แต่สำหรับผม สิ่งหนึ่งที่ต้องค้อมคารวะให้คนในประเทศนี้ คือ การปลูกต้นไม้ พูดได้เลยว่า ที่สิงคโปร์ต้นไม้กับตึกระฟ้าอยู่ร่วมกันได้อย่างประสมกลมกลืนและเสมอภาค

            ถ้าเทียบกับบรรดาประเทศในสมาชิกประชาคมอาเซียนด้วยกัน สิงคโปร์ก็วิ่งนำหน้าประเทศอื่นๆ ชนิดไม่เห็นฝุ่น ในหลายเรื่อง เช่น ความร่ำรวยมั่งคั่ง ความเป็นเลิศในการศึกษา หรือรายได้ประชาชาติที่สูงลิ่ว รวมทั้งคุณภาพชีวิตของผู้คน และความก้าวหน้าของวิทยาการและเทคโนโลยี ระบบสาธารณูปการพื้นฐาน การคมนาคมและสื่อสาร พูดง่ายๆ ก็คือ อะไรที่เป็นดัชนีชี้วัดถึงความเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว สิงคโปร์มีหมด แต่สิ่งหนึ่งที่สิงคโปร์เหนือกว่าในอารยประเทศหลายประเทศ คือความพยายามในการพัฒนาและรักษาสิ่งแวดล้อม การลดความกระด้างของเมืองแบบโลกสมัยใหม่ ให้สอดคล้องกับธรรมชาติ สิงคโปร์น่าจะกินขาดในเรื่องนี้

            ผมอยู่ในสิงคโปร์เกือบห้าวัน ได้เตร็ดเตร่ไปตามย่านต่างๆ ที่นักท่องเที่ยวชอบไปกัน ไม่ว่าจะเป็นที่กิน ที่เที่ยวและที่จับจ่ายใช้สอย ซึ่งผมคิดว่า ในประเทศอื่นๆ ต่างก็มีย่านที่ว่าแบบนี้ ที่มีอัตลักษณ์เฉพาะ รวมถึงประเทศไทยของเราด้วย แต่สิ่งที่หลายประเทศในประชาคมอาเซียนไม่มี และทำไม่ได้ ก็คือการรักษาระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อมนี่แหละ ผมคิดว่าสิงคโปร์ต้องใช้งบประมาณมหาศาลในการปลูกและดูแลรักษาต้นไม้ เพราะสิงคโปร์ไม่ได้ทุ่มเทปลูกต้นไม้อย่างเดียว แต่ดูแลรักษามันเป็นอย่างดี จึงไม่แปลกที่แทบทุกพื้นที่ ระหว่างซอกตึกระฟ้า หรือสองข้างถนน และเกาะกลางถนน จะเต็มไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ ที่ถูกปลูกไว้อย่างเหมาะเจาะ ก่อให้เกิดความรื่นรมย์ เย็นตา เย็นใจต่อผู้คนที่ผ่านไปมาและอยู่อาศัย

            คือต้องชมเขา ที่มีวิสัยทัศน์และความคิดในเรื่องนี้ เมืองไหนคิดจะปลูกต้นไม้ในเมือง ก็ต้องมาดูที่สิงคโปร์ เพราะเขาทำได้ดีกว่าใคร อย่างไรก็ต้องชื่นชมความคิดอ่านของเราในเรื่องนี้ คนสิงคโปร์เป็นพ่อค้ามาแต่อดีต บนเกาะสิงคโปร์ไม่มีทรัพยากรธรรมชาติอะไรเหมือนบ้านเรา เขาเลยต้องทำมาค้าขาย เป็นพ่อค้าคนกลาง เวลาทำอะไรเขาก็คิดถึงเรื่องกำไร ขาดทุนเสมอ ดังนั้นพอรัฐบาลสิงคโปร์ลงทุนสร้างป่าขึ้นมากลางเกาะด้วยเงินทุนมหาศาล เขาก็สามารถถอนทุนได้อย่างรวดเร็ว ด้วยว่าสิ่งที่เขาเนรมิตขึ้นมามันขายได้ คิดดูก็น่าขัน พวกที่ไปจากประเทศที่มีป่าไม้อย่างๆ เรา ต้องเสียเงินไปดู “ป่าประดิษฐ์” ในสิงคโปร์ จริงอยู่ มันดูสวย เลิศเลอ แต่ถึงอย่างไรก็เทียบไม่ได้กับป่าที่เป็นป่าจริงๆ อย่างในประเทศของเราอยู่ดี

            ที่ผมย้ำมาหลายหนว่า ชื่นชอบคนสิงคโปร์ ตรงที่เขาให้ความสำคัญกับการปลูกต้นไม้ และตกแต่งภูมิทัศน์ในบ้านเมืองของเขาให้เหมาะสมต่อการดำรงชีวิตของผู้คน ซึ่งถือว่านี่คือตัวบ่งชี้อย่างหนึ่งของความเป็นผู้มี “อารยะ” ในโลกปัจจุบัน ในขณะที่คนในประเทศของเรา อย่าว่าให้อนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเลย แค่คิดให้ปลูกต้นไม้ตามถนนหนทาง นี่้แทบจะหาไม่เห็น

            ถ้าเทียบกันจังหวัดต่อจังหวัด ผมคิดว่าจังหวัดที่มีความพยายามในเรื่องการปลูกและดูแลรักษาต้นไม้ มากที่สุดในประเทศไทยก็คือ กทม. หรือกรุงเทพมหานครของเรานี่แหละ แต่พอออกไปต่างจังหวัด ไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ ก็ไม่เห็นมีใครปลูกต้นไม้กันแบบเอาจริงเอาจัง ที่ผมพูดว่าปลูกต้นไม้นี่คือ ปลูกต้นไม้ในเมือง เพื่อรักษาระบบนิเวศและภูมิทัศน์ให้ดูดีมีอารยะ ลดความร้อนของอากาศ ถ้าจะมีปลูกกันบ้างก็แบบเสียไม่ได้ หรือไม่ก็หาทางเอางบประมาณมาล้างผลาญกันเสียมากกว่า เรายังไปไม่ถึงขั้นที่มีการออกแบบวางระบบให้ครบถ้วนสมบูรณ์ พอปลูกไปแล้วไม่นานก็ตัดยอด รานกิ่งเสียเหี้ยนเตียน ด้วยว่ามันขึ้นไประสายไฟตามถนน เกาะกลางถนนของเราจึงมักมีแต่ปลูกหญ้ากับไม้ดอกไม้ประดับ หรือไม่ก็เอาต้นไม้บางสายพันธุ์ที่ไม่เหมาะแก่ระบบนิเวศดั้งเดิมของเรามาปลูก

            ขึ้นต้นหัวเรื่องไว้ว่า “นินทาสิงคโปร์” แต่ตอนจบไหงกลายมาเป็น นินทาประเทศไทยไปได้ก็ไม่รู้