คอลัมนิสต์

แก้ปัญหา'นอมินี-ทัวร์เถื่อน'

แก้ปัญหา'นอมินี-ทัวร์เถื่อน'

04 ส.ค. 2559

แก้ปัญหา'นอมินี-ทัวร์เถื่อน'  : บทบรรณาธิการประจำวันที่4ส.ค.2559 

            รายได้ของประเทศจากการท่องเที่ยว ที่กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬาสรุปไว้ โดยไตรมาสที่ 1 ปี 2559 มีรายได้รวมจากการท่องเที่ยว 680 พันล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 16.0 จากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา ในจำนวนนี้เป็นรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติ 464 พันล้านบาท และรายได้จากนักท่องเที่ยวชาวไทยท่องเที่ยวภายในประเทศ 216 พันล้านบาท และเมื่อเปรียบเทียบกับจากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมาพบว่าขยายตัวร้อยละ 20.1 และ 7.1 ตามลำดับ แนวโน้มสถานการณ์ท่องเที่ยว ไตรมาสที่ 2 ปี 2559 มีรายได้จากการท่องเที่ยวรวม 560 พันล้านบาท และคาดว่าตลอดทั้งปี 2559 จะมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ 32 ล้านคน และวางเป้าหมายรายได้ที่ 2.3 ล้านล้านบาท หากดูจากตัวเลขเบื้องต้นคงเข้าเป้าได้

            การเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว นอกจากเคยสะดุดจากปัญหาการเมืองของไทย ก็ยังมีปัญหาบางเรื่องที่แฝงอยู่และยังต้องได้รับการแก้ไข นั่นคือเรื่องไกด์ผีและทัวร์เถื่อน จากการที่มีชาวต่างชาติเข้ามาทำตัวเป็นมัคคุเทศก์โดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งอาชีพไกด์หรือมัคคุเทศก์เป็นอาชีพที่สงวนไว้ให้กับคนไทยเพียงเท่านั้น การที่มีไกด์ผีและทัวร์เถื่อนได้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและรายได้ รวมทั้งภาพลักษณ์การท่องเที่ยวด้วย เพราะได้สร้างปัญหาให้นักท่องเที่ยวทั้งเรื่องหลอกลวง ทิ้งลูกทัวร์ ตลอดจนฉกชิงขโมยทรัพย์สิน และบางแห่งขยายธุรกิจครอบงำด้วย โดยแหล่งสำคัญที่กลุ่มนี้ใช้เป็นสถานที่หากินก็คือแหล่งท่องเที่ยวขึ้นชื่อของเมืองไทย ไม่ว่าจะเป็น เชียงใหม่ พัทยา ภูเก็ต หรือกรุงเทพมหานคร ซึ่งต้องแก้ไขไม่ควรนิ่งเฉย

            กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยวได้เข้าตรวจค้นบริษัททัวร์เถื่อนที่เขตราชเทวี กรุงเทพฯ เป็นกลุ่มขบวนการชาวต่างชาติลักลอบสวมบัตรประชาชนคนไทยประกอบกิจการธุรกิจนำเที่ยวในเมืองไทย และที่น่าเศร้าใจคือมีผู้ร่วมขบวนการเป็นคนไทยที่มีส่วนช่วยเหลือและให้การสนับสนุนกับกลุ่มบุคคลต่างชาติเหล่านี้ อีกทั้งยังกระทำความผิดเพื่อประโยชน์ในการประกอบกิจการนำเที่ยวในลักษณะของทัวร์ต่ำกว่าทุน หรือทัวร์ศูนย์เหรียญ ที่ส่งผลเสียและผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ และก่อนหน้านี้เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาก็มีการจับกุมบริษัททัวร์แห่งใหญ่ที่ภูเก็ตโดยพบว่าได้ว่าจ้างคนไทยเป็นนอมินีจดทะเบียน และยังขยายเครือข่ายท่องเที่ยวกดราคาแพ็กเกจทัวร์ต่ำจนบริษัททัวร์บางส่วนต้องปิดตัว

            นายกรัฐมนตรีได้สั่งการเร่งแก้ปัญหาโดยให้บูรณาการทำงานร่วมกันของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เป็นระบบ ซึ่งกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬาได้ร่วมกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ กรมสอบสวนคดีพิเศษ กระทรวงยุติธรรม และกองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว ลงพื้นที่ตรวจสอบผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวที่เข้าข่ายเป็นนอมินีในพื้นที่กรุงเทพฯ พัทยา ภูเก็ต เกาะสมุย หัวหิน เชียงใหม่ ส่วนทัวร์ศูนย์เหรียญได้ร่วมกับสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทยแก้ไขปัญหาคู่ขนานกันไป ทั้งนี้ได้จับกุม ปิดบริษัท เพิกถอนจดทะเบียนการค้า ไล่เช็กบิลภาษี จนถึงขั้นยึดทรัพย์ เป็นมาตรการเด็ดขาดปราปปรามธุรกิจผิดกฎหมายและป้องกันไม่ให้นักท่องเที่ยวตกเป็นเหยื่อและส่งผลให้ประเทศเสียชื่อเสียง