คอลัมนิสต์

ศักดิ์ศรีผู้บริหารงานตำรวจจราจร

ศักดิ์ศรีผู้บริหารงานตำรวจจราจร

03 ส.ค. 2559

ศักดิ์ศรีผู้บริหารงานตำรวจจราจร : โลกตำรวจ โดย ผศ.ดร.ปนัดดา ชำนาญสุข คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

                “ใช่หรือไม่ว่านี่คืออาชีพที่เสี่ยง แต่บริษัทไม่ต้องรับความเสี่ยง ?” พ.ต.อ.มาโนช สุภาพพูล รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ นายตำรวจใหญ่ผู้รับผิดชอบงานจราจรตั้งคำถาม

                ความน่าสนใจของคำถามอยู่ตรงที่ว่า ผู้ตั้งคำถามเป็นนายตำรวจใหญ่ที่มิได้ติดกรอบกับดักวิธีคิดเพียงแค่ “การได้ตัวผู้กระทำผิดซึ่งเป็นผู้ที่ถูกระบุว่าเป็นผู้ประมาท...แค่นั้นถือว่าจบ ?”

                มิใช่เป็นเพียงแค่ทำตามหน้าที่ที่เคยๆ ปฏิบัติกันมา หากแต่เป็นความพยายามคิดหาวิธีการที่ลึกซึ้งมากยิ่งขึ้นไปกว่าในอดีตที่ผ่านมา

                จะทำอย่างไรเพื่อให้ประชาชนคนไทยผู้ใช้รถใช้ถนนปลอดภัยมากที่สุด ?

                นี่คือตัวอย่างที่ดีของการพยายามที่จะคิดให้รอบด้าน ลึกซึ้ง เพื่อรักษาชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนให้ได้มากที่สุด

                เป็นการแก้ปัญหาสาเหตุของอุบัติเหตุทางถนนเชิงระบบ ไม่ใช่การแก้ปัญหาเพียงแค่ระดับปัจเจกบุคคลแต่เพียงเท่านั้น

                ถึงแม้ว่าพนักงานสอบสวนจะลงความเห็นไว้ว่าผู้เสียชีวิตขับขี่รถจักรยานยนต์ประมาทโดยใช้ความเร็วทำให้ชนท้าย เมื่อรถจักรยานยนต์ล้มลงเหยื่ิอ(ของระบบหรือผู้ประมาท?)ถูกรถบรรทุกที่ขับตามหลังมาทับศีรษะทำให้เสียชีวิตอยู่กลางถนนทันที โดยมีรถจักรยานยนต์และอาหารจานด่วนล้มอยู่ไม่ห่างจากที่เกิดเหตุ

                “ส่งสินค้า(อาหาร)ได้อย่างรวดเร็ว และยังคงความร้อนอยู่” เป็นกลยุทธ์ทางการตลาดที่บริษัทมุ่งสร้างความพึงพอใจให้แก่ลูกค้าเพื่อหวังได้กำไรสูงสุด

                การจูงใจพนักงานผู้ส่งอาหารให้เร็วและด่วนเพื่อบรรลุกลยุทธ์ทางการตลาดถูกกำหนดผ่านการใช้รถจักรยานยนต์

                รถจักรยานยนต์ ซึ่งมีความหมายว่า เป็นพาหนะที่มีความเสี่ยงสูงที่สุด เป็นพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุมากที่สุด เป็นพาหนะที่ผู้ขับขี่ตกเป็นฝ่ายประมาทที่มีพฤติกรรมเสี่ยงให้เกิดอุบัติเหตุทางถนนมากที่สุดจากการเก็บรวบรวมข้อมูลสาเหตุของอุบัติเหตุทางถนนของศูนย์วิจัยป้องกันอุบัติเหตุทางถนน (ศจอ.) โดยผู้ที่นำข้อมูลคือตำรวจทั่วประเทศและใช้วิธีการสืบสวนอุบัติเหตุทางถนน

                นอกจากการที่พนักงานต้องใช้รถจักรยานยนต์เพื่อให้สามารถใช้ความเร็วได้มากที่สุดตามตัวชี้วัดที่บริษัทได้ตั้งไว้แล้วนั้น พนักงานยังถูกล่อใจด้วยระบบการให้ค่าตอบแทนที่ทำให้เกิดวิธีคิดที่ว่า “ยิ่งวิ่งได้หลายรอบ ยิ่งได้ค่าตอบแทนที่มากขึ้นด้วย”

                ความเร็ว การปาดซ้ายแซงขวา(จอมปาด) การจอดล้ำเส้น แม้ว่าจะอยู่แถวหน้าแล้วก็ตาม(จอมล้ำ) และการย้อนศร(จอมย้อน) เพื่อให้ถึงที่หมายได้เร็วที่สุดจึงบดบังความปลอดภัยจนหมดสิ้น !!!!

                ค่าตอบแทนเพื่อใช้ในการประทังชีพของคนตัวเล็กๆ ในสังคมบนวิถีแห่งความเสี่ยง แต่กลับสร้างผลกำไรที่ยิ่งใหญ่ของนายทุน...สมควรหรือไม่? โจทย์นี้ควรเป็นโจทย์ระดับนโยบาย ระดับรัฐบาลที่จำเป็นต้องกำหนดนโยบายและมาตรการเชิงโครงสร้าง เชิงระบบ

                การคิดและการทำงานเช่นนี้เป็นการทำงานที่สมศักดิ์ศรีของคนทำงานระดับบริหาร ระดับนโยบายอย่างแท้จริง มิใช่คิดได้เพียงแค่ “จับ” ผู้ขับขี่ให้มากเข้าไว้ บังคับใช้กฎหมายให้เยอะๆ ให้ต่อเนื่อง แต่ไม่ลึกซึ้งเพียงพอที่จะตอบว่า บังคับใช้กฎหมายอะไร อย่างไร กับคนกลุ่มไหน เพื่ออะไร วิธีคิดดีๆ เช่นนี้เกิดขึ้นจากประสบการณ์ของคนทำงานที่มองเห็นปรากฏการณ์อยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน เกิดขึ้นจากคนทำงานที่ใช้ข้อมูลที่มีอยู่ คิด คิด และคิดวิเคราะห์ เกิดขึ้นจากคนทำงานมีแรงบันดาลใจ มีความมุ่งมั่น มีเป้าหมายอย่างแท้จริงว่าจะต้องสามารถบรรลุผลลัพธ์คือปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของผู้ใช้รถใช้ถนนจากอุบัติเหตุทางถนนให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

                “พวกเขาถูกบังคับโดยเงื่อนไขเวลาที่ทางบริษัทประกาศต่อลูกค้าไว้” นายตำรวจใหญ่ย้ำแฝงนัยของความเมตตาและความเข้าใจที่ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์พึงมีต่อประชาชน

                ตัวอย่างวิธีคิด และการนำเรื่องราวเหล่านี้มาเป็นประเด็นในการตั้งคำถามเพื่อหาแนวทางในการขับเคลื่อน ส่งเสียงต่อผู้บริหารประเทศและผู้ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องของนายตำรวจผู้นี้นั้น เป็นภาพสะท้อนของผลลัพธ์อันเกิดขึ้นจากการสร้างบรรยากาศในการปรับเปลี่ยนระบบการบริหารจัดการงานจราจรของกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ที่มีความพยายามอย่างต่อเนื่องในการพัฒนาระบบงานจราจรที่มุ่งเน้นการทำงานเป็นทีมอย่างเป็นระบบ บนพื้นฐานระบบการทำงานจราจรที่ใช้ข้อมูลในการตัดสินใจ การสร้างภาคีเครือข่ายในการทำงาน และการวัดผลเชิงสร้างสรรค์อย่างต่อเนื่องเพื่อการพัฒนามากกว่าการตำหนิเพ่งโทษต่อกัน

                สิ่งที่สำคัญคือ นโยบายและมาตรการดีๆ ที่เกิดขึ้นจากอดีตผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 และอดีตรองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ที่รับผิดชอบงานจราจรได้ถูกสานต่อจนเกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเป็นลำดับขั้น

                นั่นคือ ตำรวจจราจรภาค 1 จะมุ่งเน้นความสะดวก และความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนควบคู่กัน!!!!