คอลัมนิสต์

100เมตรสุดท้าย...'บิ๊กตู่'ทิ้งไพ่วัดใจฟากการเมือง

100เมตรสุดท้าย...'บิ๊กตู่'ทิ้งไพ่วัดใจฟากการเมือง

01 ส.ค. 2559

100เมตรสุดท้าย...'บิ๊กตู่'ทิ้งไพ่วัดใจฟากการเมือง : ขยายปมร้อน โดยอนพัทย์ ดีช่วย สำนักข่าวเนชั่น

            นับเวลาเข้าสู่ช่วงประชามตินั้น อาจเรียกได้ว่า พ้นโค้งสุดท้ายและกำลังสับทางตรงเตรียมถึงที่หมาย เพราะเหลืออีกไม่ถึง 1 สัปดาห์เท่านั้น

            ระหว่างทางที่ผ่านมา แต่ละฝ่ายฟากการเมืองและภาคประชาชนก็มีการออกมาแสดงความเห็นจุดยืนอย่างที่ปรากฏออกหน้าสื่อมาแล้วเรียกว่าครบทุกฝ่าย

            สำหรับไฮไลท์เมื่อสัปดาห์ก่อนก็คงไม่พ้นการแถลงจุดยืนของ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่ถูกจับตาเป็นพิเศษ เพราะถือว่ามาช้ากว่าชาวบ้าน ซึ่งเพื่อไทยและแนวร่วมมีท่าทีชัดเจนมาเสียแต่ก่อนร่างเสร็จสมบูรณ์ด้วยซ้ำ อีกทั้งยังมีการเปิดพรรคจัดแจงแถลงข่าว ซึ่งคนอื่นๆ ส่วนใหญ่จะมาทางสื่อโซเชียลมีเดียมากกว่า

            การไม่เอาด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญครั้งนี้ของ “เดอะมาร์ค” ทำให้มีการวิเคราะห์ตามมาว่า เสียงที่ออกมาจะแตกไปหรือไม่ เพราะเจ้าตัวเองก็มีฐานเสียงอยู่ไม่น้อยทีเดียว ขณะที่ฟากฝั่งของ กปปส. ที่แม้จะเรียกได้ว่าเคยเป็นรากเดียวกัน กลับเห็นต่างยกมือเอาด้วยชู “รัฐธรรมนูญปราบโกง” ของ อ.มีชัย ฤชุพันธุ์ โลดแล่นบนโรดแม็พจนถึงปลายทาง

            การออกฉากครั้งนี้ของ “เฮด” แห่งพรรคพระแม่ธรณีบีบมวยผม ก็มีทั้งดอกไม้ และก้อนอิฐ กระหน่ำ เพราะแม้จะไม่ใช่มติพรรคก็ตาม ซึ่งหลังจากนั้นก็มีลูกพรรคออกมาเห็นต่าง พยักหน้ารับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้

            กระนั้นทางฝั่งรัฐบาลก็มีท่าทีที่ยืดหยุ่น ไม่ซีเรียสกับท่าทีของฝ่ายที่ออกมาส่ายหน้าปฏิเสธร่างรัฐธรรมนูญ พร้อมรับผลที่ออกมา และมีทางออกรองรับไว้แล้ว โดย “นายกฯ” ได้เปรียบไว้ว่า เป็นเพียงแค่ความเห็นหลักสิบ แต่ประชาชนผู้มีสิทธิ์ออกเสียงที่จะใช้ความคิดพิจารณานั้นมีมากกว่าเป็นหลายล้านเท่า อีกทั้งยังปล่อยกับการแสดงความคิดเห็นอย่างเข้มข้นในช่วงนี้ เหมือนกับเป็นการวัดกันไปเลยให้ประชาชนพิจารณาเพื่อตัดสินใจ

            “วงใน” จากทำเนียบรัฐบาลเล่าให้ฟังว่า การที่ช่วงแรก “นายกฯ” ตีไฟแดงไม่ให้นักการเมืองแสดงความเห็นต่อร่างรัฐธรรมนูญนั้น เพราะอยากให้ประชาชนตัดสินใจอ่านและพิจารณาด้วยตัวเอง ไม่ต้องการให้ใช้กระบวนการการตัดสินใจว่าจะกาช่องไหน มาจากการที่เป็นแฟนคลับของใครฝ่ายไหน อย่างไรก็ตามต้องยอมรับว่าร่างกฎหมายสูงสุดของประเทศทั้ง 279 มาตรา คงอ่านกันไม่ได้ครบถ้วนกระบวนความ ซึ่งจุดนี้ “บิ๊กตู่” เองก็มองว่าเป็นปัญหา จึงมีการเปิดช่องผ่อนปรนให้มีการแสดงความเห็นได้ แต่ต้องอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย

            “หลายคนก็ออกมาแถลง โดยบอกว่าเป็นความเห็นส่วนตัวก็เป็นของส่วนตัวไป หลายคนก็ออกมาส่วนตัวทั้งนั้น ทั้งนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานนปช. นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำนปช. ซึ่งผมก็ให้ทุกคนพูด และพูดอะไรก็ได้ แบบนี้เรียกว่าเปิดเวทีหรือยัง เปิดแล้วนะ ยังมาบอกว่าผมไม่ได้เปิด ถ้าไม่เปิดก็จับหมดไปแล้ว พูดไม่ได้” นายกฯ ตอบคำถามสื่อถึงการออกฉากแสดงความเห็นของนักการเมือง

            แต่หากเป็นเรื่องการเดินเกมป่วนหรือวิชามารเพื่อล้มประชามตินั้น “คสช.” กลับสวมบทเฮี้ยบ พร้อมเชือดไก่ให้ลิงดูทันที

            งานนี้ต้องมาวัดกันดูว่าแนวทางกว่า 2 ปี ที่ "บิ๊กตู่และคณะ” สร้างไว้ ประชาชนจะเอาด้วยหรือไม่ หรือหากแต่ต้อง “บ้อท่า” ลากเข็ญโรดแม็พสู่ปี 60 กันต่อไป