คอลัมนิสต์

หัวเลี้ยวหัวต่อ

หัวเลี้ยวหัวต่อ

01 ส.ค. 2559

หัวเลี้ยวหัวต่อ : บทบรรณาธิการประจำวันที่1ส.ค.2559  

            ต้องขอบอกว่า โค้งสุดท้ายของการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญและคำถามพ่วง ดูน่าจับตาระคนตื่นเต้นกับการเคลื่อนไหวรูปแบบต่างๆ ของทั้งกลุ่มคนที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยที่หงายไพ่กันให้เห็นชัดเจนขึ้น ที่เป็นไฮไลท์ของสัปดาห์คงหนีไม่พ้นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แถลงจุดยืนไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ยังมีอดีต ส.ส.ของพรรคหลายคน รวมถึงนายสุเทพ เทือกสุบรรณ  แกนหลักสำคัญในการเคลื่อนไหวการชุมนุมกลุ่ม กปปส. ได้แสดงความเห็นต่างพร้อมเหตุผลแย้งมุมมองดังกล่าว เพิ่มอุณหภูมิร้อนให้แก่พรรคพระแม่ธรณีบีบมวยผม จนนายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรค ต้องส่งข้อความ “พวกเราคิดต่างกันได้ แต่ขอให้เป็นหนึ่งเดียวกันครับ นี่คือความเข้มแข็งและมั่นคงของพรรคประชาธิปัตย์ จะคิดหรือทำอะไรเราคิดถึงผลดีและประโยชน์ของประเทศชาติเสมอ แต่เพราะเรามาจากประชาชน พวกเราจึงคิดอะไรไกลไปในอนาคต อย่าให้เขาเหมาดูหมิ่นนักการเมือง”

            ในเวลาเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ใช้อำนาจตามมาตรา 44 สั่งพักงานนายบุญเลิศ บูรณุปกรณ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) เชียงใหม่  หลังพบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับจดหมายบิดเบือนร่างรัฐธรรมนูญ เนื่องจากการปูพรมตรวจค้นบริษัท เชียงใหม่ทัศนาภรณ์ จำกัด  ซึ่งเป็นธุรกิจในเครือตระกูลบูรณุปกรณ์ พบเอกสารหลักฐาน อาทิ ซองจดหมาย กระดาษ และเครื่องพริ้นเตอร์ ที่ใช้ผลิตจดหมายที่ทำให้เชื่อว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับจดหมายบิดเบือนเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญ และมีการส่งต่อไปยังบ้านเรือนประชาชนที่ตรวจสอบพบ 11,181 ฉบับ  รวมถึงใบปลิวโหวตโนที่ถูกนำไปแจกจ่ายทั้งในพื้นที่เชียงใหม่ ลำปาง ลำพูน ก่อนที่การสืบสวนจะนำไปสู่การควบคุมตัวบุคคลต้องสงสัยจำนวน 11 คน ที่เกี่ยวพันทั้งคนใกล้ชิด รวมไปถึงนักการเมืองท้องถิ่น อดีตนักการเมืองระดับชาติ ซึ่งเป็นเครือญาติของนายบุญเลิศ ไปสอบสวนและปรับทัศนคติที่มณฑลทหารบกที่ 11 กรุงเทพฯ

            อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญในวันที่ 7 สิงหาคมนี้ จะผ่านความเห็นชอบหรือไม่ผ่านก็ตาม แต่คสช.ก็ยังมีหน้าที่สำคัญภายหลังจากที่รัฐธรรมนูญนี้ใช้บังคับ พร้อมๆ กับการเลือกตั้ง ส.ส.คือ ในมาตรา 269 คสช.จะต้องเลือกคนดีมีความสามารถ มีความรู้และประสบการณ์จากสาขาอาชีพต่างๆ มาเป็น ส.ว. เพื่อทำหน้าที่สำคัญให้แก่บ้านเมือง ส่วนรัฐบาลชุดปัจจุบันก็ต้องทำงานต่อไปตามมาตรา 264 ซึ่งจะต้องทำกฎหมายตามที่ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้บังคับไว้ให้เสร็จก่อนที่จะมีการเลือกตั้งทั่วไป รวมถึงการปฏิรูปประเทศ ซึ่งถือว่าเป็นครั้งที่ยิ่งใหญ่ ในทุกด้านก็จะมีการเริ่มลงมือปฏิรูปกันในรัฐบาลชุดของพล.อ.ประยุทธ์ ตามรัฐธรรมนูญหมวดที่ 16 ได้บัญญัติเอาไว้ โดยบางเรื่องทำไปแล้ว เช่น เรื่องการศึกษา และกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับตำรวจก็ต้องทำให้เสร็จภายใน 1 ปี

            ขณะเดียวกัน กลุ่มที่ต้องการโค่นล้มรัฐบาลก็ยังคงเดินหน้าทำหน้าที่ตอกลิ่มความขัดแย้งเพื่อให้บ้านเมืองเกิดความโกลาหลยิ่งขึ้น ด้วยการโหนกระแสความไม่เป็นประชาธิปไตยของชาติจากอำนาจทหารที่ทำการปกครอง คสช.และรัฐบาลควรตระหนักและใส่ใจไม่น้อยไปกว่าภาระหน้าที่ที่จะต้องปฏิบัติให้แก่ประเทศชาติ ต้องเตรียมพร้อมรับมือกับอุปสรรคที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้ เดินหน้าให้ประเทศเดินหน้าสู่ประชาธิปไตยที่แข็งแกร่ง