คอลัมนิสต์

“พักตับ”งดเหล้าเข้าพรรษา เพื่อสุขภาพที่ดี

“พักตับ”งดเหล้าเข้าพรรษา เพื่อสุขภาพที่ดี

30 ก.ค. 2559

เป็นที่ทราบกันดีว่า ประเทศไทยใช้ช่วงเข้าพรรษาเป็นการงดดื่มสุราแห่งชาติ และมีการจัดกิจกรรมงดเหล้าเข้าพรรษามาอย่างต่อเนื่อง

         ในปีนี้ทางสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และภาคีเครือข่าย จัดกิจกรรมชวนประชาชนคนไทย ลด ละ เลิกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ภายใต้กิจกรรมที่ชื่อว่า “เทศกาลพักตับ”

        สำหรับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด ไม่ว่าจะดื่มมากดื่มน้อยแค่ไหนก็ส่งผลกระทบด้านลบต่อร่างกายไม่ทางตรง ก็ทางอ้อม โดยเฉพาะ “ตับ” ซึ่งเป็นอวัยวะส่วนหนึ่งที่สำคัญของร่างกาย ตับมีหน้าที่กำจัดของเสียที่ร่างกายเราได้รับมาจากอาหารหรือสารเคมี เช่น ยา แอลกอฮอล์ ดังนั้นหากเราดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มาเป็นระยะเวลานาน ผลเสียที่จะตามมา คือ “โรคตับแข็ง” นั่นเอง

        และในปีนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มอบคำขวัญในวันงดดื่มสุราแห่งชาติว่า “ครอบครัว เยาวชน คนรุ่นใหม่ ห่างไกลสุรา พาชาติเจริญ” ซึ่งสอดคล้องกับผลสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติที่พบว่า ในปี 2558 มีประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไป ดื่มสุราประมาณ 17 ล้านคน ผู้ชายดื่มมากกว่าผู้หญิงประมาณ 4 เท่าตัว อีกทั้งยังพบว่า การดื่มสุราเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญที่ทำให้เกิดการเจ็บป่วย เสียชีวิตก่อนวัยอันควร การเกิดอุบัติเหตุ และร้อยละ 43 ของทุกครอบครัวมีค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งสูงกว่าค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล 2 เท่า และสูงกว่าค่าใช้จ่ายเพื่อการศึกษา 3 เท่า

       นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ หัวหน้ากลุ่มงานเวชกรรมสังคมโรงพยาบาลน่าน อธิบายว่า เครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นสารเคมีที่เป็นพิษต่อตับ ส่วนตับมีหน้าที่เหมือนโรงงานกำจัดขยะ เมื่อดื่มแอลกอฮอล์เข้าไปมากๆ จะทำให้ตับทำงานหนัก ประสิทธิภาพจะลดลงเรื่อยๆ และเมื่อเกิดโรคขึ้นมา นั่นแสดงว่า ตับทำงานหนัก และสูญเสียการทำงานไปแล้ว ซึ่งบางคนเมื่อไปตรวจเลือดจึงพบว่า การทำงานของเอนไซม์ในตับลดลง

       สำหรับผลกระทบของแอลกอฮอล์ที่มีต่อตับ เริ่มจากไขมันสะสมในตับ ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงในระยะเริ่มต้น หากหยุดดื่มตับจะกลับมาทำงานเป็นปกติ ส่วนระยะต่อมาคือตับอักเสบจากแอลกอฮอล์ ตับจะมีขนาดใหญ่ และกดเจ็บ  แต่หากหยุดดื่มอาการจะดีขึ้นและอาจกลับมาเป็นปกติ แต่หากยังดื่มต่อจะมีโอกาสลามเข้าสู่ระยะ 3 คือตับแข็ง การรักษาคือต้องหยุดดื่มเด็ดขาด เนื่องจากเป็นระยะสุดท้ายที่ผังผืดเกาะอยู่ที่เนื้อตับ ทำให้ตับมีลักษณะผิวไม่เรียบ ขรุขระ เป็นก้อน ผู้ป่วยระยะนี้มักจะมาพบแพทย์ด้วยอาการดีซ่าน ท้องมาน หรืออาเจียนเป็นเลือดสดๆ เนื่องจากเส้นเลือดขอดในหลอดอาหารแตก นอกจากนี้ผู้ที่เป็นตับแข็งมีโอกาสเสี่ยงเกิดมะเร็งตับ ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีโอกาสเสียชีวิตสูง

       “การงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงเข้าพรรษา จึงเป็นทางเลือกหนึ่งที่จะช่วยดูแลตับ พักตับไม่ให้ได้รับสารเคมีในช่วง 3 เดือน เท่ากับเป็นการช่วยให้ตับทำงานได้ดี ไม่ให้ตับเกิดความเสียหายมากขึ้น และอีกหลายๆ คนใช้เทศกาลเข้าพรรษาเป็นแรงจูงใจให้เลิกดื่มแอลกอฮอล์ได้ อย่าลืมว่าการทำงานของตับมีกำลังสำรองในการทำงานประมาณ 3 เท่า หากยังดื่มทุกวัน จะไม่รู้ตัวว่าตับถูกทำลาย และเมื่อตับถูกทำลายลงไปถึง 75% ร่างกายจะแสดงผลออกมาคือ โรคตับแข็ง ซึ่งตับจะไม่สามารถกลับมาทำงานได้อย่างปกติอีกต่อไป”

       จักรพันธ์ กลั่นเรืองแสง อายุ 42 ปี อาชีพรับจ้างทั่วไป เล่าว่า เริ่มดื่มเหล้าช่วงเป็นวัยรุ่น เพื่อนชวนและอยากสังสรรค์ เมื่อมีงานทำยิ่งดื่มหนักขึ้น ต้องแอบดื่มขณะทำงาน ทั้งเหล้าสีเหล้าขาวได้หมด ตกประมาณวันละ 5 แก้ว เมื่อดื่มจนติดจึงต้องดื่มทุกเช้า ไม่กินข้าวแต่ขอให้มีเหล้าติดบ้านไว้ กระทั่งมีอาการเวียนหัว อาเจียนเป็นเลือด ถ่ายเป็นสีดำ ตาเหลือง หน้าคล้ำ ท้องบวมโต ครอบครัวจึงพาส่งโรงพยาบาล

       “หมอระบุว่า ผมเป็นโรคตับแข็ง ต้องหยุดดื่มเหล้าอย่างเด็ดขาด ได้ยินก็ตกใจและไม่อยากกลับไปดื่มเพราะกลัวตาย แม้ช่วงแรกจะมีอาการอยากดื่ม แต่ต้องเอาชนะใจตัวเอง มุ่งมั่นและตั้งใจจริง เห็นคุณค่าของชีวิต จึงทำให้ผ่านช่วงเวลานั้นทำให้เลิกดื่มเหล้าได้ในที่สุด แม้ปัจจุบันต้องทนทุกข์เพราะเหล้าทำลายชีวิต เข้าออกโรงพยาบาลรักษาโรคตับ กินยาอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ยังดีที่ได้ชีวิตใหม่และครอบครัวกลับคืนมา ขอฝากถึงคนที่ยังดื่มเหล้าให้เปลี่ยนแปลงตัวเองหันมารักสุขภาพลดละเลิกใช้เทศกาลเข้าพรรษานี้เป็นจุดเริ่มต้น”

        ขณะที่ ชะมัด เสาร์ทอง อายุ 63 ปี อาชีพมอเตอร์ไซค์รับจ้าง เล่าว่า ดื่มมาตั้งแต่ 10 ขวบ หลังเลิกงานก็ตั้งวงกินเหล้าทุกวัน หมดค่าเหล้าวันละ 200-300 บางวันก็ไปทำงานไม่ไหว จนมาป่วยเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่และต้องผ่าตัดเนื้อร้ายออกไป แม้แต่ตอนนี้ยังไม่กล้าตรวจตับเพราะกลัวผลออกมาจะเป็นตับแข็ง ยอมรับว่ากลัวมาก ตอนกินเหล้าหนักๆ ก็ไม่ได้คิดอะไร คงไม่เป็นอะไรมากหรอก ช่วงหนุ่มๆ ทำงานขับรถโดยสารประจำทาง เลิกงานดึกแค่ไหนก็ต้องดื่มสังสรรค์กับเพื่อน พอเปลี่ยนอาชีพมาขับวิน แม้จะรู้ว่าร่างกายไม่ไหว ก็ยังดื่มเบียร์วันละ 2-3 ขวด ซึ่งปัจจุบันก็อยู่ระหว่างพักรักษาตัว หมดเงินค่ารักษาไปมาก และที่ดีใจที่สุดคือเอาชนะใจตัวเองเลิกดื่มเหล้าได้อย่างเด็ดขาด หากย้อนเวลากลับไปได้จะไม่ยุ่งเกี่ยวกับเหล้า เพราะเป็นต้นเหตุให้ต้องตกอยู่ในสภาพแบบนี้ ขอฝากไปถึงคนที่ยังดื่มให้คิดถึงสุขภาพ คนที่เรารัก ก่อนที่จะสายเกินไป

       เทศกาลเข้าพรรษา เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการนำทุนสังคมและวัฒนธรรมมาใช้ในการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เป็นการดำเนินการเชิงบวกเพื่อก่อประโยชน์ต่อประเทศในภาพรวมและส่งผลดีต่อสังคมในระยะยาวต่อไป ส่วนผู้ที่ต้องการขอคำปรึกษาในการงดดื่มสามารถโทรมาได้ที่สายด่วนเลิกสุรา 1413

                โดย   -  จะเด็จ เชาวน์วิไล