
เสียงสะท้อนเส้นตาย25ต.ค.ย้ายรถตู้พ้นอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ
เสียงสะท้อนเส้นตาย25ต.ค.ย้ายรถตู้พ้นอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ : เรื่องเล่าข่าวดัง โดยนิธิศ นาเจริญ
ตลอดกว่า 10 ปีที่ผ่านมา อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เป็นจุดนัดหมายและจุดศูนย์กลางด้านการขนส่งสาธารณะ หากใครจะเดินทางไปไหนมาไหนมักจะมาใช้บริการรถไฟฟ้า รถประจำทาง และรถตู้โดยสารสาธารณะออกต่างจังหวัด ที่คอยหมุนเวียนผลัดเปลี่ยนมารับ–ส่ง ทำให้ตลอดทั้งวันสถานที่แห่งนี้คับคั่ง และจำนวนผู้คนที่เพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ สิ่งที่ตามมาคือปัญหาการจราจรที่ติดขัดอย่างหนัก จนเกิดการเรียกร้องมาเป็นระยะให้มีการจัดระเบียบการใช้พื้นที่เพื่อแก้ปัญหาการจราจรบริเวณนี้
ที่ผ่านมาบริเวณรอบๆ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิจึงถูกจัดระเบียบ ทั้งหาบเร่แผงลอย รถที่ให้บริการประชาชนแบบสาธารณะ เพื่อไม่ให้เกิดความโกลาหลในชั่วโมงเร่งด่วน โดยเฉพาะในช่วงเช้าและเย็นที่เป็นเวลาเข้างานและเลิกงาน
รถตู้โดยสารสาธารณะหมวด 2 ที่ให้บริการในเส้นทางกรุงเทพมหานคร–ต่างจังหวัด หรือที่ใครหลายคนเรียกติดปากว่า “วินรถตู้” ที่เข้าไปตั้งวินให้บริการผู้โดยสารจำนวนมากถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นสาเหตุลำดับต้นๆ ที่นำมาสู่ปัญหาการจราจรที่ติดขัดในย่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ซึ่งมีการสำรวจพบว่า ปัจจุบันมีอยู่มากถึง 4,205 คัน ที่หมุนเวียนสับเปลี่ยนเข้ามาจอดรอหรือสัญจรผ่านในย่านตลอดแทบทั้งวัน
คณะกรรมการจัดระเบียบและแก้ไขปัญหารถตู้โดยสารสาธารณะ จึงเข้ามาจัดระเบียบอย่างจริงจัง ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนในระยะที่ 3 คือการผลักดันให้วินรถตู้โดยสารย้ายออกจากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิให้ได้ โดยกำหนดเส้นตายไว้ในวันที่ 25 ตุลาคมที่จะถึงนี้ รถตู้โดยสารสาธารณะที่วิ่งออกต่างจังหวัดต้องย้ายออกจากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิทั้งหมด ไปยังจุดรองรับแห่งใหม่เพื่อกระจายการให้บริการไปทั่วกรุงเทพมหานคร 3 แห่งซึ่งจะเป็นต้นทางการเดินทางแห่งใหม่ที่ประชาชนจะต้องปรับตัว จุดแรกที่สถานีขนส่งจตุจักร (เส้นทางเดินรถสายเหนือและสายตะวันออกเฉียงเหนือ) จำนวน 2,046 คัน สถานีขนส่งสายใต้ใหม่ (เส้นทางสายใต้) จำนวน 1,167 คัน และสถานีเอกมัย (เส้นทางสายตะวันออก) จำนวน 452 คัน
ขณะผู้คนพลุกพล่านในย่านนี้มักจะได้ยินเสียงพนักงานจำหน่ายตั๋วโดยสารส่งเสียงตะโกนเรียกลูกค้าจนเป็นที่คุ้นหูของคนที่มาใช้บริการ นางกิตติ์ธัญญา เหนือโท ซึ่งยึดอาชีพจำหน่ายตั๋วรถตู้โดยสารสาธารณะ กทม.–อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา มานานกว่า 10 ปี บอกว่า ตั้งแต่มีการเข้ามาจัดระเบียบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ทำให้พื้นที่จอดบริเวณย่านนี้มีระเบียบมากขึ้น ผู้ประกอบการและพนักงานรถตู้โดยสารสาธารณะพร้อมให้ความร่วมมือทุกคนโดยเฉพาะการเก็บค่าเช่าที่เพื่อขายบัตรรถตู้โดยสารเดือนละ 5,000 บาท หากต้องย้ายไปสถานที่แห่งใหม่จริงคงจะขอลาออกจากงานทันที
นางกิตติ์ธัญญา ให้เหตุผลว่า ต้องเดินทางไปทำงานไกลเพราะพนักงานจำนวนไม่น้อยพักอาศัยอยู่ในย่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ที่ผ่านมาผู้ประกอบการรถตู้มีข้อตกลงร่วมกันไว้อยู่แล้วว่าแต่ละเจ้าจะแบ่งพื้นที่ให้บริการ รอบอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิที่แบ่งออกเป็น 4 เกาะ 1.เกาะดินแดง 2.เกาะพญาไท 3.เกาะราชวิถี 4.เกาะพหลโยธิน จุดละ 2–3 บริษัทเพื่อแบ่งสัดส่วนผู้ใช้บริการให้เท่ากัน แต่ถ้า 25 ตุลาคมนี้ต้องย้ายไปยังจุดที่ทางหน่วยงานภาครัฐเตรียมไว้ให้จริงอาจเกิดการแย่งลูกค้า
“ถ้าย้ายวินรถตู้ที่ให้บริการจากกรุงเทพมหานครไปยังอ.ปากช่อง ลูกค้าจะเริ่มสับสน คนขายบัตรโดยสารรถตู้สาธารณะก็จะตะโกนแย่งลูกค้ากันแน่นอน ทุกวันนี้มีเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจเข้ามาดูแลพื้นที่แห่งนี้จำนวนมาก แต่ต้องรอดูท่าทีว่าเขาจะทำอย่างไรกันแน่กับเรา ก่อนหน้านี้หน่วยงานภาครัฐที่ดูแลเรื่องจัดระเบียบเคยบอกว่า จะย้ายจริงก็ต่อเมื่อสร้างสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสให้แล้วเสร็จก่อน ส่วนมากคนที่ขึ้นรถตู้เป็นวัยทำงาน ผู้เฒ่าผู้แก่ที่มาโรงพยาบาล ที่อยู่แถวอนุสาวรีย์ ถ้าเราไม่ย้ายเขาก็จะยกเลิกป้ายเหลืองเรา ซึ่งถ้ายกเลิกป้ายเหลืองก็วิ่งรถไม่ได้ ถ้าเขาฟันธงมาว่าต้องไปก็คงออกจากงานทันที ไปไม่ไหวไกล ฉันพักอาศัยอยู่แถวมานานแล้ว” พนักงานขายตั๋ว กล่าว
พนักงานขับรถตู้ประจำทาง กรุงเทพมหานคร–จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งไม่ประสงค์จะเปิดเผยชื่อ ยืนยันว่า อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เป็นจุดศูนย์กลางการเดินทางของประชาชนที่มีมานานหากย้ายจุดอาจทำให้ผู้ใช้บริการเดินทางลำบาก
“ผมว่าถ้าทางหน่วยงานที่จัดระเบียบจะย้ายวินรถตู้พวกผมออกไปจากจุดนี้ทั้งหมดเพื่อแก้ปัญหาจราจรคงจะเป็นการแก้ปัญหาผิดจุด เพราะว่าทุกที่ในกรุงเทพมหานครรถติดทุกที่ เช่นเดียวกัน ยกตัวอย่างที่สถานีขนส่งหมอชิต (จตุจักร) เดิมทีรถติดมากอยู่แล้วประกอบกับเป็นจุดแนวทางบีทีเอสอีกด้วย แต่ผมก็ยังรอดูความชัดเจนอีกครั้งว่าจะย้ายจริงหรือไม่ ซึ่งก็ต้องขึ้นอยู่กับเจ้าของผู้ประกอบการรถตู้” พนักงานขับรถตู้ กล่าว
ไม่ต่างจากแม่ค้าขายก๋วยเตี๋ยวบริเวณเกาะพหลโยธิน ที่ค้าขายย่านนี้มากว่า 3–4 ปีมาแล้ว โอดครวญว่าการย้ายรถตู้ออกทั้งหมดจะทำให้การค้าขายไม่ครึกครื้นรายได้ของผู้ค้าในย่านนี้ลดลงแน่นอน
"เอาตรงๆ จากใจป้าเลย ป้าไม่อยากให้ย้าย ทุกวันนี้ยอมรับว่ายังมีความหวังว่ารถตู้ทั้งหมดจะยังคงอยู่บริเวณนี้ แต่ก็เตรียมเผื่อใจไว้บ้างแล้วว่าถ้าหากย้ายจริงรายได้ต้องลดลงแน่นอน” นางสมจิต ซึ่งขายอาหารอยู่ในย่านอนุสาวรีย์ บอก
ไม่ต่างจากผู้ค้าหญิงวัย 40 ปี ที่เปิดร้านจำหน่ายเคสโทรศัพท์มือถือใกล้กับจุดจำหน่ายตั๋วรถตู้โดยสาร ซึ่งร้านของเธอสืบทอดพื้นที่ค้าขายมาจากรุ่นตายายกว่า 10 ปี บอกว่าจุดนี้จะมีผู้ใช้บริการมายืนรอรถตู้ จึงทำให้มีลูกค้าผลัดเปลี่ยนเข้ามาในร้านจำนวนไม่น้อยในแต่ละวัน
“ลูกค้าส่วนใหญ่จะมารอคิวรถตู้แถวๆ หน้าร้านของพี่ตลอดทั้งวันรายได้พี่มาจากคนที่ใช้บริการรถตู้ ถ้ารถตู้ย้ายจริงรายได้พี่ลดลงอย่างมากแน่นอนค่าใช้จ่ายในแต่ละวันก็เยอะอยู่แล้วถ้ารายได้ลดขายของไม่ได้ก็คงจะแย่ เป็นไปได้ไม่อยากให้ย้าย พวกเราพร้อมทำตามที่ทางหน่วยงานจัดระเบียบพื้นที่ย่านนี้ให้เป็นระเบียบอยู่แล้ว” ผู้ค้ารายนี้ กล่าว
ประชาชนที่ใช้บริการรถตู้โดยสารออกต่างจังหวัดยังคงกังวลว่าถ้าต้องเปลี่ยนสถานที่ขึ้นที่ไม่ใช่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ คงต้องเพิ่มเวลาการเดินทางให้มากขึ้น เพราะต้องขึ้นรถหลายต่ออย่างแน่นอน ที่นี่จึงสะดวกที่สุดสำหรับผู้โดยสารมากที่สุด
นายนันทพงศ์ เชิดชู รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก ยืนยันว่า มติคณะกรรมจัดระเบียบรถตู้โดยสารสาธารณะ จะต้องย้ายวินรถตู้ทั้งหมดออกจากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิในวันที่ 25 ตุลาคม ที่ใกล้จะถึงอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ โดยที่มีผ่านมา พบปัญหาร้องเรียนการให้บริการไม่ปลอดภัย เนื่องจากการกำกับดูแลไม่สามารถทำได้อย่างทั่วถึง รวมถึงส่งผลกระทบกับการจราจรในพื้นที่โดยรอบที่รถ ทั้งนี้ต้องเข้าหารือชี้แจงกับผู้ประกอบการรถตู้โดยสารสาธารณะ พนักงานทั้งหมด ก่อนที่จะเริ่มทดลองย้ายในวันที่ 21–28 กันยายนนี้ เพื่อดูทิศทางการปรับแก้ก่อนที่จะต้องย้ายจริงอีก 3 เดือนข้างหน้านี้



