คอลัมนิสต์

รูปแบบใหม่ก่อการร้ายโลก

รูปแบบใหม่ก่อการร้ายโลก

29 ก.ค. 2559

รูปแบบใหม่ก่อการร้ายโลก : บทบรรณาธิการประจำวันที่ 29 กรกฎาคม 2559

             มีข่าวเล็กๆ แต่ไม่น่าจะใช่เรื่องเล็กเล็ดลอดออกมา เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม โดยเว็บไซต์ข่าวของมาเลเซีย รายงานอ้างเจ้าหน้าที่มาเลเซียระบุว่าได้ประสานกับเจ้าหน้าที่ไทยเพื่อติดตามชายชาวรัฐยะโฮร์ 2 คน ที่เป็นผู้ต้องสงสัยวางระเบิดในรัฐสลังงอร์ เมื่อปลายเดือนมิถุนายน 2559 เนื่องจากผู้ต้องสงสัยทั้งสองหลบหนีเข้าไทยทาง อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส โดยเหตุระเบิดในพื้นที่ดังกล่าวนั้น ผู้บัญชาการตำรวจมาเลเซียยืนยันว่าเป็นการก่อเหตุของกลุ่มก่อการร้ายรัฐอิสลาม (ไอเอส) ที่ประสบความสำเร็จครั้งแรกในมาเลเซีย กรณีเช่นนี้ ถ้าหากฝ่ายเจ้าหน้าที่จะถือเป็นธรรมดาก็เป็นได้ เพราะการข้ามไปข้ามมาตามตะเข็บชายแดนของผู้ก่อความไม่สงบของสองประเทศเป็นเรื่องยากจะหลีกเลี่ยง กระนั้นก็ตาม ประเด็นที่ควรให้ความสนใจก็คือ การขยายตัวของไอเอสในแถบเอเชีย

             รูปแบบการก่อการร้ายที่เปลี่ยนแปลงไป อย่างที่เกิดเหตุร้ายแรงติดต่อกันหลายครั้งในประเทศแถบยุโรป ซึ่งล้วนเป็นการกระทำของผู้ก่อการร้ายที่เรียกกันว่า โลนวูล์ฟ อันหมายถึงการก่อเหตุเพียงลำพัง ด้วยลัทธิความเชื่อ โดยเฉพาะกระทำกับประเทศของตนเอง และโยงใยเกี่ยวข้องกับกลุ่มไอเอส ที่ต่อต้านโลกตะวันตกโดยการนำของสหรัฐอเมริกา ดร.ฐิติวุฒิ บุญยวงศ์วิวัชร นักวิชาการด้านความขัดแย้งทางชาติพันธุ์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่มองว่า การสู้รบสมัยก่อนนั้น ถ้าหากไม่มีเงินก็ทำไม่ได้ แต่ปัจจุบันไม่ต้องใช้เงิน เพราะการก่อการร้ายยุคใหม่ คนที่ไปร่วมคือปัญญาชน ที่มีเงินอยู่แล้ว ขณะที่การฝึกก่อการร้ายก็เรียนรู้กันได้ผ่านอินเทอร์เน็ต โดยโลนวูล์ฟ จะมุ่งโจมตีสัญลักษณ์ของความต่างในสังคมหรือชุมชน สำหรับภาคใต้ของไทย ต่อไปจะมีปัญหาในการจำแนกว่า ความรุนแรงที่เกิดขึ้นเป็นการก่อการร้าย หรืออาชญากรรมที่เกิดจากการแพร่อุดมการณ์

             ขณะเดียวกัน ศ.ดร.จรัญ มะลูลีม อาจารย์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านโลกมุสลิม ให้ความเห็นว่า ไอเอสกำลังเปลี่ยนปฏิบัติการจากอิรักและซีเรีย สู่ทุกประเทศที่มุ่งสนับสนุนการโจมตีไอเอส ประเทศไทยจึงมีความเสี่ยงอยู่บ้าง เช่น ชุมชนรัสเซียในไทย แต่แม้จะบอกว่าคนไทยที่นิยมไอเอสก็คงจะมีแต่ไม่ใช่กลุ่มใหญ่และจะไม่ออกมาปฏิบัติการ อาจารย์จรัญก็ให้ข้อคิดไว้ว่า ระยะหลังเกิดการตีความทางศาสนาที่ถูกนำมาใช้กับการเมืองมากขึ้น ไม่เฉพาะแค่ไอเอส หรือกลุ่มติดอาวุธที่ขับเคลื่อนทางการเมืองอีกหลายกลุ่ม อย่างเช่น 10 วันสุดท้ายของเดือนรอมฎอนใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ก็ถูกตีความเป็นการเร่งปฏิบัติการกับศัตรู ในมิตินี้รัฐไทยก็คือศัตรูของขบวนการแบ่งแยกดินแดนใน 3 จังหวัด

             แม้ในปัจจุบัน เหตุการณ์ความรุนแรงในภาคใต้ ไม่ได้เชื่อมโยงกับการก่อการร้ายในภูมิภาคอื่นของโลกโดยเฉพาะจากฝีมือของกลุ่มไอเอส แต่หน่วยงานด้านความมั่นคงก็คงจะได้จับตารูปแบบการก่อการร้ายที่ได้เปลี่ยนแปลงไปแล้ว โดยเฉพาะการแพร่ระบาดของลัทธิ และการฝึกฝนผ่านโซเชียลมีเดีย เพราะถึงแม้ในวันนี้ รัฐจะสามารถยืนยันได้อย่างแข็งขันว่า ไม่มีไอเอสในไทย และผู้ร้ายข้ามแดนที่ถูกระบุว่าเป็นไอเอส ก็ไม่อาจจะเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ในท้องถิ่นได้ แต่สิ่งที่เรียกว่า “ความต่าง” และ “สัญลักษณ์” นั้น เป็นเรื่องที่มีอยู่จริง และเป็นสิ่งยากแก่การแยกแยะด้วย การเตรียมความพร้อมรับมือ กับความเปลี่ยนแปลง อย่างที่เป็น “กระแสโลก” ขณะนี้น่าจะเป็นเป้าหมายลำดับต้นๆ ของงานด้านความมั่นคง