คอลัมนิสต์

จากหญิงไก่ถึงเอไอเอส-ทีโอที

จากหญิงไก่ถึงเอไอเอส-ทีโอที

28 ก.ค. 2559

จากหญิงไก่ถึงเอไอเอส-ทีโอที : บทความพิเศษ โดยสมชาย ช่วยมี 

           ขณะที่ผู้คนในสังคมกำลังให้ความสนใจกรณีหญิงไก่ คุณหญิงกำมะลอ กันอย่างใจจดใจจ่อ หลังจากผู้คนในโลกออนไลน์พากัน “เปิดโปง” วีรกรรมของเจ้าหล่อนกันอย่างถึงพริงถึงขิงกันแบบช็อตต่อช็อต จากข่าวสารคุณหญิงไฮโซที่แจ้งความจับสาวใช้ลักทรัพย์นายจ้างธรรมดาๆ ไป ไปๆ มาๆ กลับกลายเป็น “คุณหญิงกำมะลอ” ซะอย่างนั้น

           ทำเอาข่าวใหญ่ที่อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ อย่างนายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ ที่ออกมาเปิดโปงกรณีการจัดซื้อรถดับเพลิง กทม. 20 คัน มูลค่า 160 ล้านบาท กับ นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ ที่ออกมาขุดคุ้ยกรณีสัมปทานดิวตี้ฟรี “คิง เพาเวอร์” กับกรณีการแก้ไขสัญญาสัมปทานระหว่าง บมจ.ทีโอที กับ บมจ.เอไอเอส ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมีคำพิพากษาไปตั้งแต่ปี 2553 แต่ก็ยังไม่มีการดำเนินการใดๆ นั้น ถูกข่าวหญิงไก่กลบซะมิด

           รายแรกนั้นยังดีหน่อยเพราะชื่อชั้นของนายวิลาศ ที่ตามจิกงานของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครมาอย่างต่อเนื่อง ขุดคุ้ยออกมาแต่ละที ทำเอาผู้บริหารกรุงเทพมหานครนั่งไม่ติด เพราะทำการบ้านมาอย่างดีทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กระโดดออกมารับลูกกันเป็นพรวน

           แต่รายหลังที่ว่าเป็นรองประธานอนุกรรมาธิการศึกษาเสนอแนะมาตรการและกลไกในการปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ ในกรรมาธิการวิสามัญป้องกันและปราบปรามการทุจริตของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) นั้นผู้คนที่ได้ยินได้ฟังข้อมูลที่นายชาญชัย เอามาแถลงไม่ว่าจะเรื่องของสัมปทานดิวตี้ฟรี หรือกรณีแก้ไขสัญญาสัมปทาน “ทีโอที-เอไอเอส” ที่ว่าทำให้รัฐเสียหายคิดเป็นมูลค่านับแสนล้านบาทนั้น เป็นข้อมูลเก่าเสียเป็นส่วนใหญ่

           ถึงจะบอกว่า เป็น “ชุดข้อมูลใหม่” แต่ก็ยังอยู่ในกรอบของการกระทำสัญญาระหว่าง บมจ.ทีโอที และ บมจ.เอไอเอส อยู่ดี โดยเฉพาะเรื่องการแก้ไขสัญญาสัมปทานที่ถามกันมาต่อเนื่องนับตั้งแต่ ทักษิณ ชินวัตร หมดอำนาจ ว่า ตกลงการแก้ไขสัญญาสัมปทานระหว่างเอไอเอส กับทีโอที ใครได้ประโยชน์มากกว่ากัน

           เอไอเอสก็บอกว่า ไม่ได้แก้สัญญาเองโดยพลการ หากแต่ต้องผ่านบอร์ดของทีโอที ผ่านผู้ทรงคุณวุฒิจากหน่วยงานราชการต่างๆ อาทิ กระทรวงการคลัง สำนักงานอัยการสูงสุด สภาพัฒน์ อีกทั้งการแก้ไขสัญญาดังกล่าวนั้น รัฐได้ประโยชน์เพิ่มขึ้น ประชาชนผู้ใช้บริการก็ได้ใช้บริการในราคาที่ถูกลง

           กรณีการกำหนดอัตราส่วนแบ่งรายได้ของค่าบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบเติมเงิน หรือพรีเพด โดยมีเงื่อนไขให้ต้องมีการลดอัตราค่าใช้บริการลง ซึ่งเป็นผลทำให้ค่าใช้บริการถูกลง ไม่มีค่าใช้จ่ายรายเดือน และสามารถเลือกใช้บริการได้ตามความพอใจ เป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนได้เข้าถึงบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ได้ง่ายขึ้น เมื่อค่าบริการถูกลง คนก็ใช้เพิ่มขึ้น ทีโอที ก็ได้รับส่วนแบ่งรายได้เพิ่มตาม และสัญญาหลักตลอดจนการแก้ไขสัญญาต่างๆ ก็มีผลบังคับใช้และผูกพันคู่สัญญาเรื่อยมาโดยตลอดจนกระทั่งสิ้นสุดสัญญาไปแล้วเมื่อกันยายน 2558

           แต่ข้อโต้แย้งจากอนุกรรมาธิการก็คือ คณะกรรมการกฤษฎีกาชี้ว่า การแก้ไขเพิ่มเติมสัญญาอนุญาต ระหว่าง เอไอเอส กับทีโอที ไม่ถูกต้องตาม พ.ร.บ.ให้เอกชนร่วมทุน เพราะไม่ได้เสนอเรื่องแก้ไขเพิ่มเติมสัญญาให้คณะกรรมการประสานงาน มาตรา 22 พิจารณา และเสนอให้ ครม. ซึ่งเป็นองค์กรที่มีอำนาจเห็นชอบกับการแก้ไขเพิ่มเติม ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐรวมมูลค่า 88,359 ล้านบาท

           การเปลี่ยนแปลงสัญญาในสาระสำคัญ ทำให้ ทศท. (บมจ.ทีโอที) ต้องขาดผลประโยชน์ที่ควรจะได้รับตามสัญญาหลัก แต่กลายเป็นเอไอเอสได้รับผลประโยชน์เพิ่มขึ้น นับจากวันที่ 1 มิถุนายน 2544 ไปถึงสิ้นสุดสัญญาวันที่ 28 กันยายน 2558 เป็นเวลาเกินกว่า 14 ปี ที่ทำให้ ทศท. (ทีโอที) เสียประโยชน์ของรัฐที่ควรจะได้

           นั่นคือข้อมูลที่ถูกนำเสนอมาก่อนหน้านี้แล้ว แต่ก็ยังมีการนำมาผลิตซ้ำ

           ทีเรื่องวุฒิการศึกษาปลอมนี่ ไม่มีใครยอมพูดถึงกันบ่อยๆ