
ต้องเข้าให้ถึงต้นตอปัญหา
ต้องเข้าให้ถึงต้นตอปัญหา : บทบรรณาธิการประจำวันที่ 28 ก.ค.2559
หลังจากมีการใช้มาตรา 44 ตามรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว 2557 ในการแก้ปัญหาเยาวชนกลุ่มเด็กแว้นใช้ถนนสาธารณะในการขับขี่แข่งรถจักรยานยนต์ ซึ่งทำความเดือดร้อนรำคาญแก่ประชาชนทั่วไปที่ใช้เส้นทางคมนาคมและบางครั้งได้ก่อให้เกิดอุบัติเหตุจนมีผู้เสียชีวิตบ่อยครั้ง จนปัจจุบันทางภาครัฐเริ่มใช้มาตรการเข้มข้นขึ้น ทั้งในแง่การบังคับใช้กฎหมาย การควบคุมความประพฤติ ความรับผิดชอบของครอบครัวหรือผู้ปกครองที่ต้องสอดส่องช่วยควบคุมเยาวชนเหล่านี้ไม่ให้กระทำฝ่าฝืนเรื่องที่ผิดกฎหมาย และหากหย่อนยานอาจต้องรับโทษไปด้วย ซึ่งมาตรการที่ออกมานั้นได้รับเสียงตอบรับจากสังคม เพราะปัญหาเด็กแว้นได้กลายเป็นปมเรื้อรังมานานจนดูเสมือนว่าการแก้ไขนั้นไม่มีทางออกหรือเป็นไปไม่ได้
การเริ่มปฏิบัติจริงจังกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจสน.บางโพงพาง ได้เชิญกลุ่มผู้ปกครองของกลุ่มวัยรุ่น 63 คน ที่รวมตัวขับขี่จักรยานยนต์เพื่อเตรียมแข่งขันกันบริเวณปากซอยเจริญราษฎร์ 7 ถนนรัชดาภิเษก-ท่าพระ เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 16 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยมีการนำตัวทั้งหมดเข้าอบรมหลักสูตรที่กองพันทหารสื่อสารที่ 1 รักษาพระองค์ จำนวน 7 วัน จากนั้นเชิญผู้ปกครองมาทำประกันความประพฤติและประกันรถจักรยานยนต์ ด้วยหลักทรัพย์ 2 หมื่นบาท เป็นระยะเวลาไม่เกิน 2 ปี หากไม่กระทำผิดซ้ำในช่วงดังกล่าวสามารถให้เงินคืนประกันได้ ทั้งนี้ดำเนินการร่วมกับกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน กระทรวงยุติธรรม ซึ่งจะร่วมกันดูแลเยาวชนเหล่านี้ไปตลอด 2 ปีด้วย
อย่างไรก็ตามปัญหาเรื่องนี้ ภาครัฐเคยระบุว่าไม่ได้ต้องการใช้กฎหมายด้วยมาตรการเข้มข้นเพียงอย่างเดียว แต่วางแนวทางควบคู่ไปด้วยด้านจิตวิทยา โดยเน้นการสร้างสรรค์กิจกรรมเพื่อดึงเยาวชนให้ไปในทิศทางที่ถูกต้องดีงาม โดยให้ไปสำรวจจำนวนเยาวชนกลุ่มเสี่ยง ทั้งกลุ่มที่ไม่อยู่ในสถานศึกษาและกลุ่มที่กำลังศึกษา พร้อมให้จังหวัดไปสำรวจดูสนามหรือพื้นที่ว่างเพื่อให้เยาวชนไปเล่นกีฬาหรือทำกิจกรรมแทน ขณะเดียวกันได้ดึงเอากระทรวงสาธารณสุข สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เข้ามาฟื้นฟูเด็กแว้น และร่วมปรับทัศนคติ แม้แนวทางดังกล่าวอาจต้องใช้เวลาพอสมควรและต้องปฏิบัติทำงานแบบบูรณาการร่วมกันอย่างสม่ำเสมอ แต่เป็นสิ่งจำเป็นที่ภาครัฐต้องดำเนินการไปสู่เป้าหมายให้ได้
สิ่งสำคัญที่ภาครัฐต้องตระหนักคือปัญหาเยาวชนกลุ่มเด็กแว้นเป็นช่องทางให้นำไปสู่การก่ออาชญากรรมและปัญหาสังคมอื่นตามมาได้ ทั้งเรื่องยาเสพติด การทะเลาะวิวาทจนถึงเสียชีวิต อาชญากรรมฉกชิงวิ่งราวปล้นจี้ ดังนั้นประการสำคัญและเป็นโจทย์ใหญ่คือทำอย่างไรถึงจะเข้าใจต้นเหตุและเข้าใจถึงปัญหาเด็กแว้นอย่างถ่องแท้ เพื่อวางแนวทางให้ถูกทิศทาง เพราะต้องยอมรับว่าเพียงมาตรการเข้มด้านกฎหมายย่อมไม่ใช่ทิศทางที่ถูกต้อง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมทั้งหน่วยย่อยของสังคม เช่นผู้ปกครองและครอบครัวต้องปรับตัวปรับทัศนคติเช่นกัน อย่าโยนปัญหาไปให้เพียงแค่เจ้าหน้าที่ตำรวจรับผิดชอบ ต้องมีส่วนร่วมและช่วยพัฒนาหายุทธศาสตร์เพื่อเดินคู่ขนานกับการบังคับใช้กฎหมายให้เกิดผลรูปธรรม



