
อดีตนายจ้างคล้าย‘หญิงไก่’อ้างชื่อซื้อรถ10ล้าน
อดีตนายจ้างคล้าย‘หญิงไก่’อ้างชื่อซื้อรถ10ล้าน : รายการคมชัดลึก
คดีระหว่างนายจ้างกับลูกจ้าง ไม่ได้มีเพียงแค่คดีหญิงไก่เท่านั้น ล่าสุด มีลูกจ้างสาวรายหนึ่งไปแจ้งความดำเนินคดีกับอดีตนายจ้างที่กองปราบปราม เนื่องจากนำชื่อเธอไปเช่าซื้อรถยนต์หลายคัน มูลค่ารวมกว่า 10 ล้านบาท แต่นายจ้างไม่ยอมจ่ายค่างวด เธอจึงถูกไฟแนนซ์แจ้งดำเนินคดีในข้อหาร่วมกันฉ้อโกง นอกจากนี้ลูกจ้างคนดังกล่าวได้ขอให้อดีตนายจ้างซื้อที่ดินใน จ.ขอนแก่น โดยให้อดีตนายจ้างออกเงินให้ก่อน จากนั้นเธอได้ผ่อนชำระกับนายจ้างจนครบตามข้อตกลง แต่อดีตนายจ้างกลับไม่ยอมโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินให้เธอ
สุพัตรา แก้วกงพาน ผู้เสียหายที่แจ้งจับนายจ้าง กล่าวว่า ไปทำงานกับอดีตนายจ้างคนดังกล่าว เมื่อปี 2547 ทำอยู่ประมาณ 10 ปี ลาออกเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ทำงานบ้านตามปกติ ดูแลลูกของนายจ้าง เคยเห็นพฤติกรรมพิรุธบางอย่าง แต่ไม่เคยพูด เขาเป็นคนอัธยาศัยดี
ทราบว่า ตนเองมีชื่อเป็นกรรมการในบริษัทของนายจ้าง ตอนกลางปี 2558 อดีตนายจ้างจะนำหลานชายของสามีเข้ามาเป็นกรรมการบริษัทด้วย โดยเขาเป็นคนบอก ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ไม่เคยให้เซ็นเอกสารใดๆ ของบริษัท ตอนออกจากงานมาก็ไม่ได้เซ็นเอกสาร
สุพัตรา เล่าอีกว่า ก่อนหน้านี้อดีตนายจ้างบอกด้วยปากเปล่าว่า จะใส่ชื่อตนเป็นกรรมการบริษัท ต่อมาคนในบริษัทก็นำเอกสารมาให้เซ็นแต่ไม่ได้เซ็น เคยถามว่า ทำไมถึงจะนำชื่อไปเป็นกรรมการบริษัท แต่เขาไม่ตอบ แต่ต่อมาทราบว่าพนักงานในบริษัทเป็นผู้เซ็นชื่อแทน ถือว่าเป็นการปลอมแปลงลายเซ็น
ต่อมาทราบว่า เขานำชื่อตนในฐานะเป็นกรรมการบริษัทไปเช่าซื้อรถยนต์ เนื่องจากเขาพาไปด้วย และได้เซ็นเอกสารเช่าซื้อรถยนต์ ก่อนเซ็นชื่อก็ถามเขาว่าเป็นเอกสารอะไร เขาก็บอกว่ามีหน้าที่เซ็นก็เซ็นไป ตนก็เซ็นชื่อไป หลังจากนั้นเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม ก็ได้รับหมายเรียกในข้อหาฉ้อโกง นอกจากนี้ยังเช่ารถมาใช้อีก ต่อมาในภายหลังทราบว่ารถทั้งที่เช่าและเช่าซื้อ เขาไม่ได้จ่ายค่าเช่าและจ่ายค่างวดรถยนต์เลย ซึ่งกรณีนี้ได้เข้าให้ปากคต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นที่เรียบร้อย
ในช่วงที่ทำงานกับอดีตนายจ้างคนดังกล่าว ได้เงินเดือนเดือนละ 1 หมื่นบาท ต่อมาได้ไปซื้อที่ดินผืนหนึ่งใน จ.ขอนแก่น ราคา 110,000 บาท แต่เงินไม่พอจึงให้นายจ้างออกเงินซื้อให้ก่อนพร้อมกับให้สิทธิอดีตนายจ้างเป็นผู้ถือครองโฉนด จากนั้นก็ได้ผ่อนชำระเงินค่าที่ดินโดยการหักจากเงินเดือน จำนวน 8,000 บาททุกเดือน เมื่อชำระเงินครบแล้วนายจ้างกลับไม่ยอมโอนที่ดินให้ อีกทั้งยังนำโฉนดที่ดินดังกล่าวไปจำนองในราคา 6 แสนบาท ส่วนเงินที่เหลือ 2,000 บาทจากเงินเดือนเขาก็ไม่ได้ให้ พอถามเขาก็ให้มาใช้บ้าง
ตอนแรกเข้าใจว่า โฉนดที่ดินอยู่กับตนเอง จนกระทั่งพี่ถามว่า โฉนดยังอยู่ไหม ก็ตอบไปว่าอยู่ แต่พี่เขาให้ไปดูเอกสารใหม่ว่า ยังอยู่จริงหรือ จึงไปดูอีกครั้งก็พบว่า ที่มีอยู่เป็นสำเนาโฉนดที่ดิน กับสัญญาซื้อขาย และ ใบเสร็จ เท่านั้น ส่วนโฉนดที่ดินตัวจริงหายไป ต่อมาทราบว่า อดีตนายจ้างนำโฉนดที่ดินไปจำนองในราคา 6 แสนบาท พอรู้ว่าถูกนายจ้างฉ้อโกงก็ออกจากบ้านของนายจ้างทันที
จากที่ได้ทำงานอยู่กับอดีตนายจ้างคนดังกล่าวมานานนับสิบปี ไม่คิดว่า เขาจะทำอย่างนี้เลย
ลาภิน จิตรชอบใจ คนรู้จักอดีตนายจ้าง กล่าวว่า รู้จักกับอดีตนายจ้างคนดังกล่าวมานานประมาณ 10 ปี จากที่สังเกตพฤติกรรม ทำให้ทราบว่า มีการจ่ายเช็คเด้ง เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา เขาก็มาขอยืมเงิน 3 แสนบาท ก็ให้ไป หลังจากนั้นสามีของเขาก็มาขอยืมอีก 3 แสน พร้อมรับปากว่าจะคืนให้ แต่ก็บ่ายเบี่ยงไม่คืนให้ มีข้ออ้างตลอด ระหว่างนั้นเขาก็นำรถยนต์ โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ มาให้ใช้ เนื่องจากตนนำรถไปซ่อม ซึ่งก็คิดว่าเขาก็จะนำเงินมาคืนแน่ เพราะรถยนต์ของเขาอยู่กับเรา แต่เขาก็ไม่คืน
ต่อมาเขาก็มาเอารถยนต์กลับไป โดยอ้างว่าจะเอาไปรีไฟแนนซ์ แต่เขาก็นำรถยนต์ มาสด้า 2 มาให้ใช้แทน หลังจากนั้นอีกไม่กี่วันก็ขับรถมาสด้า 2 ไปคืน แต่ระหว่างทางถูกตำรวจจับ โดยตำรวจแจ้งว่า เป็นรถสวมทะเบียน ก็พยายามติดต่อเขาแต่ติดต่อไม่ได้ รถยนต์มาสด้า 2 ก็ถูกยึดไว้เพื่อดำเนินคดี แต่ในที่สุดเขาก็ติดต่อมา จึงทวงเงินไปอีก แต่เขาก็ยังไม่คืนให้ จนกระทั่งเมื่อไม่นานมานี้ ได้ยื่นคำขาด เขาจึงนำเงินมาคืนให้ 6 แสนบาท
เรื่องราวของสุพัตรา ตนทราบข้อเท็จจริง ดังนั้น ในวันนี้ (26 ก.ค.) จึงได้พาสุพัตราเข้าร้องเรียนกับตำรวจกองปราบปราม และเชื่อว่าจะได้รับความเป็นธรรม



