คอลัมนิสต์

จากฝรั่งเศสถึงเยอรมัน..จับตา“โลนวูล์ฟ"ป่วนโลก

จากฝรั่งเศสถึงเยอรมัน..จับตา“โลนวูล์ฟ"ป่วนโลก

25 ก.ค. 2559

แม้เหตุการณ์รถยนต์พุ่งชนศาลพระพรหม เมื่อวันศุกร์ที่ 22 ก.ค.59 จะเป็นเรื่องของโรคภัยที่เกิดขึ้นอย่างปัจจุบันทันด่วน

ไม่ใช่เรื่องก่อการร้ายคล้ายขับรถบรรทุกพุ่งชนฝูงคนที่เมืองนีซ ประเทศฝรั่งเศส แต่บริเวณศาลพระพรหมเมื่อเกือบ 1 ปีที่แล้ว ก็มีระเบิดครั้งใหญ่เกิดขึ้น ถือเป็นระเบิดกลางกรุงเทพฯ เมืองหลวงของประเทศไทย และเมืองท่องเที่ยวอันดับต้นๆ ของโลก

ถึงวันนี้เรายังไม่สรุปกันชัดๆ เสียทีว่าเหตุระเบิดราชประสงค์เมื่อ 17 ส.ค.58 มีมูลเหตุจากเรื่องใด และคนที่ถูกจับ 2 จาก 17 คน เชื่อมโยงกับใครหรือกลุ่มใดกันแน่

การที่หน่วยงานผู้รับผิดชอบนิ่งเงียบ แปลว่ามีข้อมูลแต่ไม่ยอมพูด หรือไม่รู้อะไรเลย (ไม่ว่าจะเป็นแบบไหนก็น่ากลัวไม่แพ้กันในฐานะประชาชนที่ต้องเผชิญกับสถานการณ์ก่อการร้ายรูปแบบใหม่และอาจตกเป็นเหยื่อได้ทุกเวลา)

เหลียวดูสถานการณ์โลก ห้วงเวลาไม่ถึง 2 สัปดาห์มีเหตุการณ์ในลักษณะก่อการร้ายเกิดขึ้นถี่ยิบ จากเมืองนีซ ประเทศฝรั่งเศส สู่เมืองมิวนิก ประเทศเยอรมนี สะท้อนภาพการก่อการร้ายสมัยใหม่สามารถเกิดได้ทุกที่ทุกเวลา ไม่ใช่เรื่องไกลตัวคนไทยอีกต่อไป

 

ก้าวข้ามสงครามอสมมาตร

การก่อการร้ายในโลกปัจจุบัน หรือที่เรียกว่าการก่อการร้ายสมัยใหม่ ก้าวข้ามเส้น “สงครามอสมมาตร” ไปหมดแล้ว

สงครามอสมมาตร เป็นการต่อสู้ระหว่างรัฐกับตัวแสดงที่ไม่ใช่รัฐ โดยฝ่ายที่สรรพกำลังและยุทโธปกรณ์น้อยกว่า ใช้วิธีการก่อการร้าย คือก่อเหตุรุนแรงให้ประชาชนทั่วไปสูญเสีย หวาดกลัว กลายเป็นแรงกดดันให้รัฐที่เป็นคู่ต่อสู้ต้องเปลี่ยนนโยบาย

แต่ก่อการร้ายสมัยใหม่ดูจะไปไกลกว่านั้นมาก...

 

“โลนวูล์ฟ”ทุกที่บนโลกล้วนอันตราย

ในการเสวนาวิชาการเรื่องการก่อการร้ายในศตวรรษที่ 21 ภัยคุกคามไร้พรมแดน ซึ่งจัดโดยวิทยาลัยสหวิทยาการมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เมื่อไม่นานมานี้ ศ.ดร.สุรชาติ บำรุงสุข นักวิชาการด้านความมั่นคง จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฉายภาพการก่อการร้ายสมัยใหม่เอาไว้อย่างน่าสนใจ

อาจารย์สุรชาติ บอกว่า ผู้ก่อการร้ายในปัจจุบันมีลักษณะเป็น “โลนวูลฟ์” หรือหมาป่าตัวเดียวออกล่าเหยื่อ หลายๆ ครั้งไม่ได้สังกัดองค์กรใด และสามารถปฏิบัติการได้เองโดยไม่ต้องรอคำสั่งจากใครหรือกลุ่มใด

อินเทอร์เน็ตกลายเป็นเครื่องมือการจัดตั้งที่ดีที่สุด ขณะที่ YouTube กลายเป็นเครื่องมือในการโฆษณาประชาสัมพันธ์แนวคิดอุดมการณ์ชั้นเยี่ยม

เงื่อนไขการก่อการร้ายถูกผูกโยงเข้ากับชาติพันธุ์ ศาสนา และชาตินิยม ทำให้การก่อการร้ายกลายเป็นอัตลักษณ์ของคนที่จะแสดงออก นี่คือโจทย์สังคมชุดใหญ่ที่สุดในปัจจุบัน กิจกรรมผิดกฎหมายทุกอย่างจะเปลี่ยนเป็นก่อการร้ายได้ทั้งหมด

เมื่อเป็นแบบนี้ย่อมเท่ากับโลกทั้งโลกคือสนามรบพื้นที่เมืองเป็นพื้นที่ความรุนแรง

ฐานันดรของสังคมไม่เกี่ยวข้องอีกต่อไป จากทฤษฎีเดิมที่บอกว่าคนจนเข้าร่วมสงครามปฏิวัติ แต่วันนี้ตัวขับเคลื่อนใหญ่กลายเป็นคนมีการศึกษา เวทีกลุ่มติดอาวุธในระดับโลกไม่ใช่เป็นของคนระดับล่างอีกแล้ว

 

พลวัตก่อการร้าย “ภูมิภาค-โลก-ท้องถิ่น”

ดร.ฐิติวุฒิ บุญยวงศ์วิวัชร นักวิชาการด้านความขัดแย้งทางชาติพันธุ์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เสนอแนวคิดน่าสนใจว่า ในความเห็นของเขา ความขัดแย้งทางชาติพันธุ์ หรือ ethnics conflictมีความหมายเท่ากับการก่อร้าย

ปัจจุบันทุกคนเป็นผู้ก่อการร้ายได้ เพราะต่อสู้ในพื้นที่สงครามของตัวเอง พิจารณาจากโครงสร้างความรุนแรง การก่อการร้ายในยุคโลกาภิวัฒน์จะเป็นระดับภูมิภาค ขยายสู่ระดับโลก และสุดท้ายจะย้อนกลับมาท้องถิ่น การต่อสู้ในระดับท้องถิ่นจะโยงกับปัญหาชาติพันธุ์ คนที่ต่อสู้ไม่ได้เรียกตัวเองว่าผู้ก่อการร้าย แต่เรียกว่า Freedom Fighters หรือผู้ปลดปล่อย

เมื่อการใช้อินเทอร์เน็ตสามารถเผยแพร่แนวคิดและวิธีการในการก่อการร้ายไปทั่ว ซึ่งถือเป็นผลอีกด้านหนึ่งของโลกาภิวัตน์ เมื่อขยายไปมากๆ และย้อนกลับมาท้องถิ่น ก็จะเกิด “โลนวูล์ฟ” มากมาย ทำให้การก่อการร้ายไม่มีพรมแดนอีกต่อไป

ผู้ก่อการร้ายไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ชาย หรือคนด้อยโอกาส หรือเด็กที่ถูกปลูกฝังแนวคิด เพราะใช้ความเชื่อมโยงทางเครือข่ายออนไลน์ อย่างปัจจุบัน เครือข่ายไอเอสไม่ได้อยู่เฉพาะในตะวันออกกลาง แต่ขยายมาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แล้ว โดยที่ไอเอสจากซีเรียอาจไม่ต้องเดินทางมา

การระดมคน หรือ “รีครูท” ไม่ต้องมีกระบวนการจัดตั้ง แค่เปิดเฟซบุ๊ค หรือตามทวิตเตอร์ก็สามารถซึมซับอุดมการณ์ได้เลย อุดมการณ์เหล่านี้มีอยู่แต่เดิมแล้ว แต่ถูกตอกย้ำด้วยโซเชียลมีเดีย

“อินเทอร์เน็ตกลายเป็นพื้นที่ผ่องถ่ายความเป็นตัวตน และการใช้ความรุนแรงก็เป็นการผ่องถ่ายความเป็นตัวตนอย่างหนึ่ง” ดร.ฐิติวุฒิ ระบุ

 

โจมตีง่าย – ครีเอทมาก – ดักทางยาก

นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ บอกอีกว่า การต่อสู้ในสมัยก่อน ทำไม่ได้ถ้าไม่มีเงิน ต่อให้อุดมการณ์สูงอย่างไร ถ้าไม่มีเงินก็ทำไม่ได้ แต่ปัจจุบันไม่ต้องใช้เงิน เพราะโลกยุคนี้ การก่อการร้ายยุคใหม่ คนที่ไปร่วมคือปัญญาชน มีเงินอยู่แล้ว

เมื่อเงินมีเองอยู่แล้ว ใช้เงินตัวเองในการปฏิบัติการ เจ้าหน้าที่ก็ไม่สามารถตรวจสอบการโอนเงินได้ การเฝ้าระวังเป็นเรื่องยากมากเช่นเดียวกับการฝึกฝนที่ไม่ต้องใช้สถานที่หรือนัดพบใคร แต่ดูในอินเทอร์เน็ตทำให้การก่อการร้ายคล่องตัวขึ้น

การโจมตีก็ใช้วิธีง่ายๆ แต่ครีเอท หรือสร้างสรรค์มากขึ้น ดักทางยาก ไม่รู้ว่าเป็นใครกันแน่

“ความขัดแย้งในระดับชุมชนท้องถิ่นที่มีมากขึ้น เหมือนภาคใต้ จะทำให้สัญลักษณ์ของความต่างถูกโจมตี โลนวูล์ฟที่มีอยู่มากมายจะโจมตีความต่างทันทีเมื่อเกิดความไม่พอใจฉะนั้นต่อไปเราจะมีปัญหาในการจำแนกว่า ความรุนแรงที่เกิดขึ้นเป็นก่อการร้าย หรืออาชญากรรมที่เกิดจากการแพร่อุดมการณ์”

ดร.ฐิติวุฒิ บอกด้วยว่า เมื่อการก่อการร้ายบานปลายขยายตัว อำนาจรัฐจะมากขึ้น จะมีการตั้งหน่วยงานพิเศษ องค์กรพิเศษ ใช้กฎหมายพิเศษ หรือชุดติดตามพิเศษ ฉะนั้นโลกาภิวัตน์อาจไม่ลดทอนอำนาจรัฐลงอย่างที่บางฝ่ายเข้าใจ

 

จากตะวันออกกลางถึงไทยและชายแดนใต้

รศ.ดร.จรัญ มะลูลีม นักวิชาการผู้เชี่ยวชาญด้านโลกมุสลิม จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มองว่า ไอเอสกำลังเปลี่ยนปฏิบัติการจากอิรักและซีเรีย เป็นประเทศทุกประเทศที่มุ่งสนับสนุนการโจมตีไอเอส ฉะนั้นไทยย่อมมีความเสี่ยงตรงจุดนี้ เช่น ชุมชนรัสเซียในไทย

“สำหรับคนไทยที่นิยมไอเอสก็คงมี แต่ไม่ใช่กลุ่มใหญ่ และผมเชื่อว่าคงไม่ออกมาปฏิบัติการ” อาจารย์จรัญ กล่าว

นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ บอกด้วยว่า ระยะหลังมีการตีความทางศาสนาที่ถูกนำมาใช้กับการเมืองเยอะมาก ไม่ใช่แค่ไอเอส หรือกลุ่มติดอาวุธที่ขับเคลื่อนทางการเมืองอยู่อีกหลายกลุ่ม เพราะแม้แต่ 10 วันสุดท้ายของเดือนรอมฎอนในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็ถูกตีความเป็นการเร่งปฏิบัติการกับศัตรู ในมิตินี้รัฐไทยก็คือศัตรูของขบวนการแบ่งแยกดินแดนในสามจังหวัด

“เป็นการตีความศาสนาตามทิศทางของนักคิด รัฐไทยจึงต้องให้ผู้ที่รับหน้าที่เจรจาเข้าใจเรื่องเหล่านี้ด้วย” อาจารย์จรัญ กล่าวทิ้งท้าย