
ปิด‘สังขละบุรี’สกัดยาเสพติดทะลัก
ปิด‘สังขละบุรี’สกัดยาเสพติดทะลัก : เรื่องเล่าข่าวดัง โดยทัศชยันต์ วาหะรักษ์
เมื่อเอ่ยถึง อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี มักจะคิดถึงด่านเจดีย์สามองค์ ซึ่งเป็นเส้นทางเดินทัพสำคัญในสมัยกรุงศรีอยุธยา แต่มาวันนี้ยุคสมัยเปลี่ยนไป สังขละบุรี กลายเป็นเมืองหน้าด่านสำคัญจุดหนึ่งที่มีการเดินทางเข้า-ออกติดต่อกันระหว่างคนไทยกับพม่า
เฉพาะสังขละบุรีมีแนวชายแดนติดกับพม่ายาวถึง 170 กิโลเมตร ซึ่งแนวชายแดนติดต่อกันเป็นทางบกตลอดแนวแทบไม่มีสิ่งขวางกั้น ทำให้คนในพื้นที่สามารถข้ามไปมาได้อย่างสะดวก และปัจจุบันสภาพในพื้นที่เปลี่ยนแปลงไปมากนับตั้งแต่การทำสวนยางแพร่หลายเข้าไปในพื้นที่ จากเดิมตะเข็บชายแดนเคยเป็นป่ารกทึบการเดินทางเข้าไปในพื้นที่เป็นไปด้วยความยากลำบาก แต่ปัจจุบันกลายเป็นสวนยางโล่งเตียน การเข้าถึงพื้นที่ทำได้ไม่ยาก
ตั้งแต่ต้นปี 2558 เป็นต้นมา หลังจากความร่วมมือในการแก้ปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติดของกลุ่มประเทศลุ่มน้ำโขงคือ ไทย จีน พม่า และลาว เป็นรูปธรรม มีการจัดตั้งศูนย์ประสานงานแม่น้ำโขงปลอดภัยเพื่อสกัดกั้นยาเสพติด หรือเซฟแม่น้ำโขง มีพื้นที่ปฏิบัติการบริเวณรอยต่อของ 4 ประเทศ ซึ่งรวมถึงทางภาคเหนือของไทย พบว่ายาเสพติดที่เคยทะลักเข้าไทยมาทางตะเข็บชายแดนภาคเหนือมีการเปลี่ยนเส้นทางไปยังภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และมีแนวโน้มว่าตะเข็บชายแดนด้านภาคตะวันตกโดยเฉพาะ อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ถูกขบวนการค้ายาเสพติดใช้เป็นเส้นทางนำยาบ้า ยาไอซ์ และกัญชา เข้าไทยมากขึ้น คาดการณ์ว่าหลังเปิดเขตเศรษฐกิจพิเศษทวายอย่างเป็นทางการพื้นที่นี้อาจกลายเป็นเส้นทางหลักของเครือข่ายค้ายาเสพติดได้เช่นกัน
“รอบปีที่ผ่านมามีการจับกุมยาเสพติดได้ต่อเนื่องและแทบทุกครั้งจะเกินหมื่นเม็ด มีทั้งที่ขับรถมาเอง มากับรถโดยสาร ซุกซ่อนมาในที่ที่คิดไม่ถึงเช่นท่อไอเสีย หรือในถังน้ำมัน เครือข่ายค้ายามีการทำกันหลายทอด มีการตัดตอนเป็นช่วงๆ เช่นเมื่อข้ามแดนมาในสังขละบุรีแล้วจะมีคนมารับช่วงนำไปส่งต่อในเมืองกาญจน์ เอารถไปจอดทิ้งเลยแล้วจะมีคนมารับช่วงต่อ เขาทำกันได้ตลอดทั้งวันเพราะเส้นทางค่อนข้างสะดวก” ปกรณ์ กรรณวัลลี นายอำเภอสังขละบุรี ให้ข้อมูล
สอดคล้องกับ พ.อ.เฉลิมชัย ชัดใจ รองผบ.ฉก.ลาดหญ้า กองกำลังสุรสีห์ ที่ระบุว่า ฝั่งตรงข้ามของสังขละบุรี เป็นจุดพักยาสำคัญ มีความพยายามของกลุ่มผู้ค้ารายย่อยที่จะข้ามแดนเข้าไปรับยาเสพติดข้ามกลับเข้ามา โดยเฉพาะช่องทางหกพันไร่ ที่ไม่มีเส้นแบ่งเขตแดนที่ชัดเจน ซึ่งทหารมีการประสานงานกับฝ่ายปกครองและตำรวจพยายามตรวจสอบบุคคลที่เข้าออกทางช่องทางนี้เพื่อปิดกั้นเครือข่ายค้ายาเสพติดให้ได้มากที่สุด
การสืบสวนของเจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) พบว่ายาเสพติดโดยเฉพาะยาบ้าที่เข้าไทยผ่าน อ.สังขละบุรี ส่วนมากมาจากแหล่งผลิตที่อยู่ในเขตอิทธิพลของกลุ่มว้า ซึ่งอยู่ทางตอนเหนือของไทย แต่ระยะหลังไหลลงใต้มายังเมืองพญาตองซู ที่มีอาณาเขตติดกับ อ.สังขละบุรี แล้ววกเข้าไทยที่นี่ แม้ยังไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่ามีโรงงานผลิตยาเสพติดตั้งอยู่ในเขตเมืองพญาตองซูหรือไม่ แต่การจับกุมที่ผ่านมาพบยาบ้ากลุ่ม G24 ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของกลุ่มว้าเหนือ มากใน จ.กาญจนบุรี จึงเชื่อว่ามียาบ้าจากแหล่งผลิตในเขตอิทธิพลของกลุ่มว้าเหนือนำเข้าไทยทางฝั่งสังขละบุรี และอาจเป็นไปได้ว่าเครือข่ายยาเสพติดกลุ่มนี้มีการนำแท่นผลิตยาเข้ามาตั้งฐานการผลิตอยู่ในบริเวณที่ไม่ไกลจากชายแดนนัก
ฝั่งตรงข้าม อ.สังขละบุรี เป็นที่ตั้งของกองกำลังชนกลุ่มน้อย 3 กลุ่มหลักคือกะเหรี่ยงพุทธ (ดีเคบีเอ) กองกำลังกะเหรี่ยงคริสต์ (เคเอ็นยู) และกองกำลังพรรคมอญใหม่ (เอ็นเอ็มเอสพี) ซึ่งในจำนวนนี้มีข้อมูลว่าบางกลุ่มมีส่วนเกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติด มีแกนนำระดับพันโทเชื่อมโยงกับกลุ่มนักค้าจากไทยที่ข้ามเข้าไปรับยาเสพติดผ่านช่องทางหกพันไร่และบ้านจะแก ซึ่งอยู่ทางทิศเหนือของด่านเจดีย์สามองค์
สิทธิศักดิ์ วัจนะรัตน์ ผอ.ปปส.ภาค 7 ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่ 8 จังหวัดภาคตะวันตก รวมถึง จ.กาญจนบุรี ให้ข้อมูลว่า โครงการเซฟแม่น้ำโขงที่มีความร่วมมือกันอย่างดีของ 4 ประเทศลุ่มแม่น้ำโขงทำให้เครือข่ายค้ายาเสพติดต้องปรับเปลี่ยนเส้นทางลำเลียงจากเดิมที่เคยเข้าไทยโดยตรงทางภาคเหนือเมื่อถูกสกัดกั้น ได้เปลี่ยนเส้นทางวกไปทางลาวอ้อมเข้าไทยในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อีกส่วนใช้เส้นทางในประเทศพม่ามุ่งลงใต้แล้ววกเข้าไทยทางภาคตะวันตก มีเมืองพญาตองซูเป็นจุดพักแล้วข้ามเข้าไทยมาทางสังขละบุรี ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2558 เป็นต้นมามีการสกัดจับยาเสพติดตามด่านสกัดจับต่างๆ ในพื้นที่ จ.กาญจนบุรี มีปริมาณยาเสพติดเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จากเดิมมีหลักร้อย เปลี่ยนเป็นหลักพัน และหลักหมื่นในเวลาไม่นานนัก
“เราพยายามหาทางสกัดกั้น มีการร่วมมือกันระหว่างทหาร ตำรวจ ป.ป.ส.ฝ่ายปกครอง รวมถึงหน่วยงานท้องถิ่นในพื้นที่ช่วยกันสกัดกั้น สืบสวน ปราบปราม และจะมีการเพิ่มเครื่องมือพิเศษเข้าไปเสริมการปฏิบัติงานอย่างจริงจังเพื่อปิดเส้นทางการลำเลียงยาเสพติดจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามายังสังขละบุรีผ่านไปพื้นที่ตอนในให้ได้ และจะมีการเสริมกำลังเข้าไปในพื้นที่ชุมชนที่มีปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติดเพื่อทำทุกทางให้ผู้ค้าอยู่ในพื้นที่ไม่ได้ ส่วนผู้เสพต้องเลิกให้ได้ ซึ่งผู้ที่ต้องการเลิกเสพยาเสพติดมีเจ้าหน้าที่พร้อมที่จะนำเข้าสู่กระบวนการบำบัด” ผอ.ปปส.ภ.7 กล่าว
จากสังขละบุรี เดินทางเข้าสู่พื้นที่ชั้นในโดยเฉพาะ จ.พระนครศรีอยุธยา กรุงเทพมหานคร นนทบุรี และปทุมธานี ซึ่งเป็นที่พักและศูนย์กลางการกระจายยาเสพติดในประเทศไทยเวลานี้มีระยะทางไม่ไกล ใช้เวลาในการเดินทางไม่นาน อีกทั้งยังมีเส้นทางเชื่อมต่อไปยังภาคใต้ ผ่านไปยังมาเลเซีย ใช้ระยะเวลาไม่นาน เป็นเส้นทางที่ใกล้กว่าการลำเลียงผ่านพื้นที่ภาคเหนือหรือภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จึงไม่แปลกที่เส้นทางสายนี้จะเป็นที่หมายปองของเครือข่ายค้ายาเสพติด นับจากนี้เป็นต้นไปน่าติดตามอย่างยิ่งหน่วยงานปราบปรามยาเสพติดของไทยจะปิดสังขละบุรีแก้ปัญหาการทะลักเข้ามาของยาเสพติดได้หรือไม่



