คอลัมนิสต์

ภาพลวงตา

ภาพลวงตา

22 ก.ค. 2559

ภาพลวงตา : กระดานความคิด โดย คนที วิถีไทย

           เมฆฝนดำทะมึนกลืนกินบริเวณท้องฟ้ากว้างใหญ่สุดสายตาฟากตะวันตกเกือบทั้งหมดเมื่อเย็นย่ำวันพระใหญ่ อาสาฬหบูชา ดูน่าเกรงขามเหมือนหนังน้ำท่วมโลก 2012 อันเวลาได้ล่วงมาแล้ว 4 ปี

           แต่เอาเข้าจริง น้ำฝนที่ตกลงมาก็ไม่ให้ปริมาณมากหรือหนักหน่วงเท่าจินตนาการที่เห็นตรงหน้า มากไปกว่าการซ้ำเติมปัญหาจราจรติดขัดบนท้องถนนให้สาหัสยิ่งขึ้นกว่าระดับเดิมในช่วงเทศกาลวันหยุดติดต่อยาวนาน

           น่าห่วงว่า คำพยากรณ์ปีนี้ประเทศไทยจะหลุดพ้นจากความแห้งแล้ง เพราะจะมีเทวดานามว่า ลานีญา มาช่วยปัดเป่า

           ย้อนหลังกลับไป 5 วันก่อนหน้าวันพระใหญ่ กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) แจ้งว่า สถานการณ์ภัยแล้งของประเทศไทยได้สิ้นสุดลงแล้ว โดยทั้ง 41 จังหวัด 267 อำเภอ 1,444 ตำบล 11,840 หมู่บ้าน ได้ประกาศยุติเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ง ในทุกพื้นที่

           ขณะที่ปริมาณฝนเริ่มเข้าสู่ภาวะปกติ เนื่องจากปรากฏการณ์เอลนีโญสิ้นสุดลงและมีแนวโน้มเข้าสู่ปรากฏการณ์ลานีญา ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2559 ที่ผ่านมา ทำให้ปีนี้ประเทศไทยมีปริมาณฝนใกล้เคียงค่าปกติหรือมากกว่าเล็กน้อย แต่ปริมาณน้ำในเขื่อนยังอยู่ในระดับต่ำกว่าเกณฑ์ จึงยังคงต้องขอความร่วมมือประชาชนใช้น้ำอย่างประหยัด รวมถึงประสานจังหวัดในพื้นที่ภาคใต้ ภาคตะวันออก และฝั่งตะวันตกของประเทศ เตรียมพร้อมรับมืออุทกภัย และดินโคลนถล่มจากปริมาณฝนตกสะสม

           สิ้นสุดภัยแล้ง ในความหมายของหน่วยงานราชการเช่นว่า น่าจะหมายถึงการเยียวยาช่วยเหลือราษฎรในห้วงยามแห่งความขาดแคลนน้ำกินน้ำใช้ หาได้รวมถึงปริมาณกักเก็บน้ำฝนในอ่างเก็บน้ำของเขื่อนต่างๆ ทั้งขนาดใหญ่ กลาง ลงไปถึงเล็ก ซึ่งโดยรวมแล้วยังมีน้ำไหลเข้าอ่างมากกว่าระดับน้ำตายขึ้นมาไม่มาก หรือพูดอีกอย่างก็คือ สิ้นสุดน้ำแล้งจากฟากฟ้า แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า ในภาคพื้นดินจะรอดพ้นจากวิกฤติ

           นับไปข้างหน้าจากวันเข้าพรรษาอีก 3 เดือน กับ 10 วัน สิริรวม 100 วัน ยังต้องลุ้นกันต่อว่า เทพยดาลานีญาจะประทานฝนลงมามากเพียงพอที่จะเติมเต็มน้ำในอ่างเก็บกักทั่วประเทศได้หรือไม่

           กรมชลประทานยืนยันตัวเลขล่าสุด ระดับน้ำในอ่างเก็บน้ำทั่วประเทศมีไม่มากเพียงพอที่จะสนับสนุนกิจกรรมเพาะปลูกทุกประเภท ชาวนา ชาวสวน ชาวไร่ จำต้องทำมาหาเลี้ยงชีพแบบพึ่งพาดวงชะตา หรือที่ศัพท์วิชาการเรียกว่า เกษตรกรรมน้ำฝน โดยพวกเขาต้องมั่นใจว่า ปลูกอะไรเสี่ยงน้อยที่สุด ถ้าฝนทิ้งช่วงก็ไม่เสียหาย หรือถ้าฝนตกหนักก็ไม่ทำลายพืชพรรณแบบกวาดล้าง

           หนักหนาสาหัสเอาการ สำหรับผู้คนที่ก้มหน้าก้มตาหว่านดำร่วมกันสร้างครัวโลก ผู้อาจจะต้องประสบเคราะห์กรรมอีกหนึ่งปีเป็นอย่างน้อย หรือในทางกลับกัน ฝนตกหนักนอกเขื่อน น้ำท่วมเรือกสวนไร่นาเสียหาย ขณะน้ำในอ่างไม่ได้เพิ่มขึ้น ก็จะยิ่งนับเป็นความเลวร้ายแบบทบทวี เจ็บช้ำทั้งปัจจุบันและอนาคตที่มองเห็นได้

           สภาพลมฟ้าอากาศ และฤดูกาลต่างๆ ของโลกได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างยากจะเรียกกลับคืน แต่ก็ยังมีอีกหลายคน หลายหน่วยยังจะเดินหน้าฝืนเอาชนะธรรมชาติ

           เริ่มมีเสียงประสาน ตรรกะที่ว่า ถ้าไม่มีเขื่อนจำนวนมากในประเทศไทย สถานการณ์แล้ง และน้ำท่วมจะยิ่งเลวร้ายกว่านี้ดังขึ้นเรื่อยๆ

           นี่จึงย่อมจะเป็นแรงกระตุ้นให้ความต้องการเอาชนะธรรมชาติด้วยเทคโนโลยี ยังดำเนินต่อไปไม่มีที่สิ้นสุด ทั้งที่เห็นๆ กันอยู่ว่า ความพ่ายแพ้แบบซ้ำแล้วซ้ำเล่านั้น กำลังนำมาซึ่งความวิบัติที่จะรุนแรงขึ้นเป็นลำดับ