คอลัมนิสต์

ประกันสังคม'ค่าฟัน'900...ยังไม่เท่าเทียม!

ประกันสังคม'ค่าฟัน'900...ยังไม่เท่าเทียม!

20 ก.ค. 2559

ประกันสังคม'ค่าฟัน'900...ยังไม่เท่าเทียม! : ทีมข่าวรายงานพิเศษ

             กว่า 20 ปีแล้ว ตั้งแต่มี พ.ร.บ.ประกันสังคมเมื่อปี 2533 เครือข่ายภาคประชาชนพยายามต่อสู้เรียกร้องให้สามารถเบิกจ่ายค่าทำฟันได้ตามจริง แต่การต่อสู้ดูเหมือนจะยังไม่ประสบความสำเร็จ แม้จะเพิ่มให้เบิกจ่ายได้จากปีละ 200 บาทเป็น 600 บาท ล่าสุดเพิ่มให้อีกเป็น 900 บาท ส่วนที่เกินกว่านั้น ผู้อยู่ในระบบประกันสังคม 13 ล้านคนทั่วประเทศไทยต้องควักกระเป๋าจ่ายเอง !
  ประกันสังคม'ค่าฟัน'900...ยังไม่เท่าเทียม!
             เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ให้สัมภาษณ์ว่า ตั้งแต่วันที่ 12 สิงหาคม 2559 เป็นต้นไป ผู้ประกันตนสามารถเบิกเงินกรณีค่าทันตกรรมจากเดิม 600 บาทต่อปีเพิ่มเป็น 900 บาทต่อปี ตามที่คณะกรรมการการแพทย์เสนอมา เพื่อเป็นของขวัญวันแม่ นอกจากนี้ยังเปลี่ยนระบบจากเบิกได้ครั้งละ 300 บาท 2 ครั้งต่อปี ให้เป็นครั้งเดียว 900 บาท หรือตามที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 900 บาทต่อปี ส่วนกรณีที่มีการเรียกร้องให้ไม่ต้องสำรองเงินจ่ายไปก่อนนั้น ขณะนี้สำนักงานประกันสังคม (สปส.) ได้เปิดรับสมัครสถานพยาบาล หรือคลินิก เข้าร่วมโครงการ เพื่อให้บริการด้านทันตกรรมโดยผู้ประกันตนไม่ต้องสำรองจ่ายเงินก่อน โดยโครงการนำร่องใน 30 จังหวัด หลังจากนั้นจะขยายให้ครอบคลุมทั่วประเทศ

ประกันสังคม'ค่าฟัน'900...ยังไม่เท่าเทียม!

             อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมากลุ่มเครือข่ายคุ้มครองสิทธิผู้ประกันตน พยายามเคลื่อนไหวเพื่อเรียกร้องให้มีการปรับปรุง “ค่าทำฟันให้เท่าเทียมกัน”  โดยเฉพาะกลุ่มตัวแทน “เครือข่ายประกันสังคมคนทำงาน (คปค.)” “เครือข่าย ฟ.ฟัน สร้างสุข” และ “กลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพ” เสนอให้ปฏิรูปสิทธิประโยชน์ประกันสังคมกรณีทันตกรรม เน้นให้เห็นว่าผู้ประกันตนยังไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ในการทำฟันเท่ากับผู้อื่น เช่น กองทุนประกันสุขภาพถ้วนหน้าหรือ “บัตรทอง” และกองทุนของข้าราชการที่เบิกจ่ายค่าทำฟันได้ตามจริงโดยไม่มีเพดานสูงสุด

             “มนัส โกศล” ประธานเครือข่ายประกันสังคมคนทำงาน (คปค.)  กล่าวว่า “พวกเราพยายามเรียกร้องมาตลอด เพราะผู้ประกันตน 13 ล้านคนคือผู้ที่ต้องควักกระเป๋าจ่ายเงินเข้ากองทุน สปส. ตั้งแต่ประมาณคนละ 100-750 บาททุกเดือน แต่กลับเบิกค่าอุดฟันได้น้อยกว่าคนที่ใช้บัตรทอง เพราะบัตรทองถ้าไปโรงพยาบาลรัฐที่สังกัดอยู่ สามารถถอนฟัน อุดฟัน รักษาฟันได้ทั้งหมด ส่วนกองทุนของข้าราชการ ยิ่งสบาย เพราะไปทำฟันที่โรงพยาบาลรัฐที่ไหนก็ได้ ไม่ต้องต่อคิวรอนานๆ”

             พร้อมให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า กลุ่มผู้ประกันตนและกลุ่มทันตแพทย์พยายามขอให้เพิ่มสิทธิประโยชน์ในการทำฟันให้เท่าเทียมกับระบบหลักประกันสุขภาพอื่น โดยเฉพาะ 3 เรื่องใหญ่ คือ 1.การถอนฟัน อุดฟัน ขูดหินปูน และผ่าตัดฟันคุด ให้ผู้ประกันตนมีสิทธิได้รับบริการตามความเป็นจริงโดยไม่ต้องสำรองจ่าย 2.ฟันเทียมชนิดถอดได้เป็นฐานพลาสติกบนและหรือล่างได้ตามความเป็นจริงโดยไม่ต้องสำรองจ่าย 3.เพิ่มการตรวจสุขภาพทางช่องปากประจำปี ทั้งในคลินิก โรงพยาบาลรัฐและเอกชน หรือเป็นหน่วยบริการเคลื่อนที่

             “ตอนนี้ได้มาแค่ 900 บาท ก็ยังดีกว่า 600 บาท แต่ยังต้องสำรองจ่ายในหลายจังหวัด อธิบายง่ายๆ คือ ตั้งแต่วันที่ 12 สิงหาคมปีนี้ ใคนไปทำฟันใน 30 เขต คือ กทม. 12 เขต และอีก 18 เขตกระจายอยู่ตามจังหวัดใหญ่ๆ เช่น เชียงใหม่ สมุทรปราการ ฯลฯ แต่ในอนาคตจะทำฟันได้ทั่วประเทศโดยไม่ต้องจ่ายสำรองก่อน 900 บาท และเครือข่ายจะรวมตัวกันเคลื่อนไหวต่อไป เพื่อให้ได้สิทธิเท่าเทียมกับกองทุนอื่นๆ”

             มนัส โกศล วิเคราะห์ให้ฟังต่อว่า สาเหตุที่ สปส.ยังไม่ปฏิรูปสิทธิประโยชน์ประกันสังคมกรณีค่าทำฟัน ให้เบิกจ่ายได้ตามจริงโดยไม่มีเพดานกำหนดเหมือนบัตรทองนั้น เนื่องจากมีการตีความว่า การไปคลินิกหรือโรงพยาบาลอุดฟัน ถอนฟัน หรือขูดหินปูนไม่ใช่การรักษาโรคทางช่องปาก ไม่สามารถนำไปรวมกับค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล ซึ่งสปส.จ่ายให้แก่โรงพยาบาลในระบบประกันสังคมในรูปแบบของเหมาจ่ายรายหัวเป็นรายปี ทั้งที่

             สปส.สามารถเพิ่มสิทธิกรณีทันตกรรมได้ โดยทำเป็นกฎหมายลูกได้เลย เป็นกฎหมายเปิดช่องให้อยู่แล้ว และตอนนี้มีเงินสะสมใน 4 กองทุน ทั้งเจ็บป่วย ทุพพลภาพ ตาย คลอดบุตร ไม่น้อยกว่า 4 หมื่นกว่าล้านบาท แค่เอาเงินส่วนหนึ่งมาตั้งเป็นกองทุนสิทธิประโยชน์ด้านทันตกรรมและสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับช่องปากก็ได้แล้ว และจากข้อมูลที่ผ่านมา ผู้ประกันตน 13 ล้านคน ไปเบิกค่าทำฟันแค่ 1 ล้านกว่าคน และในปี 2558 ก็เบิกไปแค่ 520 ล้านบาทเท่านั้น ไม่ได้เป็นเงินจำนวนมาก ถือเป็นการสนับสนุนให้ประชาชนรักษาสุขภาพฟันของเรา” นายมนัสกล่าวแสดงความเห็นทิ้งท้าย

             การเรียกร้องให้ได้ “เบิกจ่ายค่ารักษาสุขภาพฟันตามจริงโดยไม่กำหนดเพดาน” นั้น หลายฝ่ายมองว่าผู้มีอำนาจไม่ค่อยให้ความสนใจ เพราะส่วนใหญ่มีกองทุนข้าราชการให้เบิกจ่ายเต็มที่ และเข้าไปรักษากับหมอฟันที่ไหนก็ได้

             ดังนั้นผู้ประกันตนกว่า 13 ล้านคนทั่วประเทศนั้น คงต้องช่วยกันลุกขึ้นมารวมตัวกันสร้างเครือข่ายเรียกร้องให้ผู้มีอำนาจเห็นประโยชน์ของสุขภาพฟันของประชาชนอย่างแท้จริง !  
 

“ผู้จ่ายประกันสังคม” เบิกค่าฟัน อะไรได้บ้าง ?

             1.ถอนฟัน อุดฟัน ขูดหินปูน และผ่าตัดฟันคุด เบิดได้ 600 บาท/ปี เริ่มจากวันที่ 12 ส.ค.2559 เพิ่มเป็น 900 บาท

             2.กรณีใส่ฟันเทียม เบิกได้ประมาณ 1,300 บาท ไม่เกิน 4,400 บาท ภายในระยะเวลา 5 ปี
 

ร่วมลงชื่อ“ค่าฟันต้องเท่าเทียม”!
 
             แคมเปญออนไลน์บนเว็บไซต์ www.Change.org เรียกร้อง “สิทธิประโยชน์ทันตกรรมต้องเท่าเทียม” โดยมีผู้ไปร่วมลงชื่อสนับสนุนแล้ว 19,600 คน โดยเนื้อหาสาระสำคัญของข้อเรียกร้อง ได้แก่

             “อุด ขูด ถอน ผ่าตัดฟันคุด และฟันเทียมต้องใช้ได้ตามความจำเป็น ไม่ต้องสำรองจ่าย ไม่ต้องจ่ายเพิ่มส่วนเกินเองต้องเข้ารับบริการได้ทั้งคลินิกรัฐและเอกชน”

             พร้อมยกตัวอย่าง กรณีผู้ประกันตนท่านหนึ่งอายุประมาณ 50 ปี มีปัญหาปวดฟันมาก แต่ไม่กล้าไปรับบริการ เพราะกลัวต้องจ่ายเพิ่ม ขณะเดียวกัน ไม่มีเงินสำรองจ่าย เพราะเป็นลูกจ้างมีรายได้วันละ 300 บาท หากสำรองจ่ายไปก่อนจะไม่มีเงินใช้จ่ายรายวันทำให้ต้องทนปวดฟันมาเป็นเวลา 4-5 ปี สุดท้ายป่วยด้วยโรคมะเร็งช่องปากและเสียชีวิตแล้ว...