คอลัมนิสต์

คสช. “เลี้ยงบอล” รอนกหวีด

คสช. “เลี้ยงบอล” รอนกหวีด

19 ก.ค. 2559

จับตาประชามติ : คสช. “เลี้ยงบอล” รอนกหวีด : โดย...สมฤทัย ทรัพย์สมบูรณ์


               เหลืออีก 3 สัปดาห์ จะถึง “วันประชามติร่างรัฐธรรมนูญ” 7 สิงหาคม ขณะที่สถานการณ์โดยรวมอาจเรียกได้ว่า “ยังเงียบ”

               ความจริงช่วงโค้งสุดท้ายของการตัดสินอนาคตของชาติครั้งสำคัญคือ การลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ เทียบแล้วก็เหมือนการเลือกตั้งทั่วประเทศ ที่ปกติเสียงปี่กลองจะดังสนั่นหวั่นไหว แต่กลับไม่ใช่กับการลงประชามติครั้งนี้

               สิ่งที่ตอกย้ำ “ความเงียบ” ของสถานการณ์โดยรวม คือ ผลจากสำรวจความคิดเห็น หรือโพลล์ของสำนักต่างๆ ล่าสุดเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา มีผลโพลล์ของ 3 สำนัก ซึ่งน่าสนใจอย่างยิ่ง คือ สำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) เปิดผลสำรวจเรื่องความตั้งใจของคนต่างจังหวัด ที่จะกลับภูมิลำเนาไปลงประชามติในวันที่ 7 สิงหาคม จากตัวอย่างคนต่างจังหวัดที่เข้ามาทำงานในกรุงเทพฯ จำนวน 1,150 ตัวอย่าง พบว่า เกินครึ่งของคนต่างจังหวัดที่ทำงานในกรุงเทพฯ คือร้อยละ 53.9 ยังไม่ทราบวันลงประชามติในขณะที่เพียงร้อยละ 46.1 ที่ระบุว่า ทราบวันลงประชามติ 7 สิงหาคมแล้ว

               ที่สำคัญ เมื่อถามว่าตั้งใจจะกลับบ้านไปลงประชามติหรือไม่ พบว่า ส่วนใหญ่ หรือร้อยละ 81.6 หรือเทียบเป็นสัดส่วนคือ 4 ใน 5 คน “ยังลังเล” ว่าจะเดินทางกลับบ้านต่างจังหวัดเพื่อไปลงประชามติหรือไม่ ในขณะที่มีเพียงร้อยละ 14.3 เท่านั้น คือไม่ถึง 1 คนใน 5 คน ที่บอกว่าตั้งใจจะเดินทางกลับบ้านต่างจังหวัดไปลงประชามติอย่างแน่นอน ส่วนอีกร้อยละ 4.1 บอกว่าไม่ไปอย่างแน่นอน

               อีกโพลล์ เป็นของนิด้าโพล เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนจำนวน 1,503 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับการตัดสินใจในการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ พบว่าประชาชนส่วนใหญ่ คือ 62.48 เปอร์เซ็นต์ ยังไม่ตัดสินใจว่าจะรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ขณะที่ 30.41 เปอร์เซ็นต์ บอกว่าจะไปลงมติ “รับ” ร่างรัฐธรรมนูญ และ 6.79 เปอร์เซ็นต์บอกว่า ไปลงมติ “ไม่รับ” ร่างรัฐธรรมนูญ ส่วนอีก 0.32 เปอร์เซ็นต์ บอกว่า ไปใช้สิทธิ์ แต่ยังไม่ตัดสินใจไปทางใดทางหนึ่งอย่างชัดเจน

               สุดท้าย “กรุงเทพโพล” ของมหาวิทยาลัยกรุงเทพ เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชน เกี่ยวกับคำถามพ่วงประชามติ ที่ให้ ส.ว.สรรหา ในช่วงเปลี่ยนผ่าน 5 ปี มีสิทธิ์ร่วมกับ ส.ส. โหวตเลือกนายกฯ พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ คือ 51.43 เปอร์เซ็นต์ ระบุว่า ยังไม่ตัดสินใจ รองลงมา 29.01 เปอร์เซ็นต์ บอกว่า จะไปลงมติ “เห็นด้วย” ขณะที่ 19.16 เปอร์เซ็นต์ จะไปลงมติ “ไม่เห็นด้วย” และ 0.40 เปอร์เซ็นต์ ระบุว่า ไปใช้สิทธิ์ แต่ยังไม่ตัดสินใจไปทางใดทางหนึ่งอย่างชัดเจน

               สิ่งที่ทั้ง 3 โพลล์สะท้อนออกมา คือ 1.ความรับรู้เกี่ยวกับเรื่องวันลงประชามติ ซึ่งจนถึงวันนี้อาจจะอนุมานได้ว่า ยังมีคน “ไม่ถึงครึ่ง” ที่รู้ว่าจะมีการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญในวันที่ 7 สิงหาคมนี้ 2.คนที่รู้ว่ามีประชามติและตัดสินใจแล้วว่าจะไปใช้สิทธิ์ มีแนวโน้มว่าจะไปลงคะแนน “รับ” ร่างรัฐธรรมนูญและคำถามพ่วงมากกว่า แต่มากกว่าในสัดส่วนที่ไม่หวือหวา

               เรียกได้ว่า ทั้งการรับรู้วันลงประชามติและการตัดสินใจของประชาชนเป็นไปอย่างเงียบๆ

               แหล่งข่าวจากฝั่ง คสช.วิเคราะห์ให้ฟังอย่างตรงไปตรงมาว่า ยอมรับว่าการที่ไม่ได้เปิดให้สังคมได้รณรงค์หรือแสดงความคิดเห็นกันอย่างกว้างขวาง ทำให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนมากยังไม่รู้ว่าจะมีการลงประชามติในวันที่ 7 สิงหาคม แต่ก็เป็นผลดีกับฝ่ายรัฐบาล เพราะเมื่อไม่มีการปั่นกระแส การวิพากษ์วิจารณ์ การจุดประเด็นต่างๆ ขึ้นมา ก็จะทำให้แนวโน้มการตัดสินของคนที่จะไปใช้สิทธิ์จะออกมาในทิศทาง “รับ” ร่างรัฐธรรมนูญและคำถามพ่วง

               ทั้งนี้ จากการสำรวจความคิดเห็นในการลงประชามติของประชาชนในเชิงลึกของ คสช. มั่นใจว่า ตอนนี้เสียงที่จะ “รับ” ร่างรัฐธรรมนูญนำเสียงไม่รับอยู่พอสมควร นอกจากนี้ยังพบแนวโน้มการตัดสินใจลงประชามติในคำถามพ่วงของผู้มีสิทธิเลือกตั้งด้วยว่า หากเห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญก็จะเห็นด้วยกับคำถามพ่วง

               “ช่วงหนึ่งกระแสออกมาว่า คนที่รับร่างรัฐธรรมนูญอาจจะโหวตไม่เห็นด้วยกับคำถามพ่วง แต่ล่าสุดพบว่าพฤติกรรมการลงมติในร่างรัฐธรรมนูญกับคำถามพ่วงจะไปในทิศทางเดียวกัน” แหล่งข่าวจากฝั่ง คสช.กล่าว

               ถามว่าเสียงที่ออกมาว่า ฝั่ง “รับ” ร่างรัฐธรรมนูญและคำถามพ่วงมีมากกว่าอีกฝั่งเท่าไร สัดส่วนเป็นอย่างไร แหล่งข่าวบอกว่า ไม่มีตัวเลขที่ชัดเจน แต่มีการหยิบยกผลการสำรวจที่ “ถิ่นเสื้อแดง” อย่าง จ.อุดรธานี มาเป็นตัวอย่างว่า “ขนาดที่อุดรฯ ฝั่งรับยังชนะ”

               เมื่อทิศทางการลงประชามติของประชาชนออกมาอย่างนี้ วิธีที่ คสช.จะต้องทำในช่วง 3 สัปดาห์นี้ คือ การเลี้ยงสถานการณ์ “นิ่งๆ เงียบๆ” แบบนี้ให้คงอยู่ต่อไป อย่าปล่อย หรือเปิดช่องให้มีการสร้างกระแส จุดประเด็นเรื่องอะไรให้เป็นเรื่องใหญ่จนกระทบสถานการณ์โดยรวม

               เทียบกับเกมฟุตบอล เมื่อเป็นฝ่ายนำ ก็ต้องไม่เล่นเกมเสี่ยง แค่ “เลี้ยงบอล” รอเสียงนกหวีดหมดเวลาเท่านั้น!!

 

-----------------

(จับตาประชามติ : คสช. “เลี้ยงบอล” รอนกหวีด : โดย...สมฤทัย ทรัพย์สมบูรณ์)