
“ แม่ซู ” ดับไฟสงคราม?
50 ปีมาแล้ว ประกายไฟสงครามไหม้ลามไปทั่วทุกรัฐชาติพันธุ์ หาก “ แม่ซู ” ดับไฟได้ ก็จะทำให้เมียนมาเกิดสันติสุขโดยถาวร
วันที่ 19 กรกฎาคม 2559 เป็นวันสำคัญชาวเมียนมา เพราะเป็น “วันวีรชนแห่งชาติ” ครบรอบ 69 ปี อันเป็นวันที่ นายพลออง ซาน บิดาของ “ แม่ซู ” ออง ซาน ซูจี พร้อมกับผู้นำการเรียกร้องเอกราชคนอื่นๆ อีก 8 คน ถูกลอบสังหาร
พิธีรำลึกวันวีรชนแห่งชาติปีนี้ มีความสำคัญยิ่ง เมื่อ “ แม่ซู ” ลูกสาวนายพลออง ซาน จะเข้าร่วมในฐานะที่ปรึกษาแห่งรัฐ และเป็นพิธีกรรมรำลึก ภายใต้รัฐบาลพลเรือนเป็นครั้งแรก
70 ปีที่แล้ว นายพลออง ซาน บิดาของ “ แม่ซู ” ได้เชิญชวนให้ชนกลุ่มน้อยมาร่วมลงนามใน “สนธิสัญญาปางโหลง” โดยรัฐบาลเมียนมา จะแผนการจัดรูปแบบของรัฐให้เป็นสหพันธรัฐ
ปี 2505 นายพลเนวิน ก่อรัฐประหาร พร้อมประกาศยกเลิกรัฐธรรมนูญฉบับแรกแห่งสหภาพ และยกเลิกสนธิสัญญาปางโหลง นี่คือต้นตอของความขัดแย้ง และนำไปสู่การสู้รบระหว่างทหารพม่ากับชนกลุ่มน้อย
นับจากนั้นมา สหภาพพม่าก็ตกอยู่ในสภาพ “แผ่นดินสงคราม” นานกว่าครึ่งศตวรรษ
เมื่อ “ แม่ซู ” และพรรคเอ็นแอลดี ได้เข้ามาบริหารประเทศ จึงมีแนวคิดฟื้น การประชุม 'ปางโหลงศตวรรษที่ 21' (The 21st Century Panglong Conference) ที่จะมีตัวแทนกองกำลังชาติพันธุ์ และองค์กรการเมืองชนเผ่าทุกกลุ่มในพม่า เข้าร่วมเจรจาเพื่อการปรองดองและสันติภาพแห่งชาติ
เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2559 อูถิ่น จอ ประธานาธิบดีพม่า ได้ลงนามแต่งตั้ง คณะกรรมการศูนย์การปรองดองแห่งชาติและสันติภาพ (NRPC) จำนวน 11 คน โดยมี “ แม่ซู ” ที่ปรึกษาแห่งรัฐ เป็นประธาน NRPC
ก่อนจะถึงกำหนดวันประชุมใหญ่ “ปางโหลง 2” ที่จะมีขึ้นภายในปลายเดือนสิงหาคมนี้ “ออง ซาน ซูจี” และทีมงาน ได้เดินสายพบปะผู้นำกลุ่มชาติพันธุ์ ซึ่งมีทั้งกลุ่มหยุดยิง และกลุ่มไม่หยุดยิง
ปลายปี 2558 รัฐบาลเต็ง เส่ง ได้ลงนามหยุดยิง 8 กลุ่มชาติพันธุ์คือ สหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNU) , กองกำลังกะเหรี่ยงโกลทูบอ (KKO) , กองกำลังกะเหรี่ยงอิสระ (KPC) , กองกำลังรัฐฉานใต้ (RCSS) ของเจ้ายอดศึก , แนวร่วมประชาธิปไตยของมวลนักศึกษาพม่า (ABSDF) , กองกำลังปลดปล่อยอาระกัน (ALP/ALA) , กองกำลังแห่งชาติชิน (CNF) และกองกำลังปะโอ (PNLO)
“ แม่ซู ” ได้นัดหมายผู้นำ 8 กลุ่มชาติพันธุ์ มาพบเป็นกลุ่มแรก ตามมาด้วย การพูดคุยกับกลุ่มที่ยังไม่หยุดยิง 5 กลุ่มชาติพันธุ์ในนาม United Nationalities Federal Council (UNFC) คือ กองกำลังคะฉิ่น (KIA) , พรรคมอญใหม่ (NMSP) , กองกำลังรัฐฉานเหนือ (SSPP/SSA) และพรรคก้าวหน้าแห่งชาติคะเรนนี (KNPP)
ส่วนกองทัพสหรัฐว้า (UWSA) และกองกำลังเมืองลา (NDAA) ที่ได้สิทธิปกครองตนเองไปแล้วนั้น “ แม่ซู ” ได้ส่งตัวแทนไปเจรจาให้เข้าร่วมประชุมปางโหลง 2 ด้วย
ที่น่าจับตาคือ 3 กลุ่มชาติพันธุ์ ที่ทำการสู้รบกับทหารเมียนมาอยู่ในเวลานี้ ได้แก่กองกำลังโกก้าง (MNDAA) , กองกำลังปลดปล่อยแห่งชาติตะอาง (TNLA) และกองกำลังรัฐอาระกัน (AA) เพราะในสมัยรัฐบาลเต็ง เส่ง ก็ไม่ยอมให้กลุ่มเหล่านี้เข้าสู่การเจรจาปรองดอง
ทาง “ แม่ซู ” ได้เปิดทางให้ 3 กลุ่มชาติพันธุ์ที่ไม่ยอมวางอาวุธและหยุดยิง เข้าร่วมประชุมเจรจาสันติภาพได้เป็นครั้งแรก
กลุ่มชาติพันธุ์คาดหมายว่า ในอนาคตจะมีการแข่งขันทางการเมือง โดยตัวแทนทุกชนเผ่าจะได้ลงเลือกตั้ง เพื่อเป็นรัฐบาลบริหารสหพันธรัฐ
50 ปีมาแล้ว ประกายไฟสงครามไหม้ลามไปทั่วทุกรัฐชาติพันธุ์ หาก “ แม่ซู ” ดับไฟได้ ก็จะทำให้เมียนมาเกิดสันติสุขโดยถาวร



