
องค์กรสื่อต้องมีเสรีภาพ'อย่าปิดกั้นความเห็นต่าง'
องค์กรสื่อต้องมีเสรีภาพ'อย่าปิดกั้นความเห็นต่าง' : จุฑาทิพย์ ลักษณาวงศ์ เดอะเนชั่นรายงาน
การเข้าตรวจค้น “ประชาไทออนไลน์” ของเจ้าหน้าที่รัฐ มีมุมมองในหลายด้าน มาฟังการเปิดใจจาก “จีรนุช เปรมชัยพร” หรือ “จิ๋ว” ผู้อำนวยการเว็บไซต์ว่ามีมุมมองอย่างไร
0รู้สึกอย่างไรกับเหตุการณ์ที่ตำรวจมาค้น และคิดว่าสาเหตุของการมาค้นคืออะไร
ไม่เหนือความคาดหมาย ไม่ได้ตกใจ คิดไว้แล้วว่าหลังจากออตโต้โดน ทางเจ้าหน้าที่จะมาค้น เพราะคงสงสัยว่าเราอาจเอี่ยวกับการรณรงค์ แต่ไม่อยากคิดว่าจะเล่นเราเพราะไม่มีหลักฐานกล่าวหา เจ้าหน้าที่น่าจะมาเพราะคดีออตโต้ เพราะเขาได้รับการประสานจาก สภ.บ้านโป่ง ให้มาค้น
0มีการเคลมว่าจับเพราะพฤติการณ์ออตโต้ที่เข้าข่ายร่วมกิจกรรมกลุ่มประชาธิปไตยใหม่
คิดว่าเป็นเรื่องฟังไม่ขึ้น เจ้าหน้าที่สามารถเช็กมาที่ประชาไทก็ได้ เราเป็นองค์กรมีตัวตน ไม่ได้ลึกลับและออตโต้ไม่ได้ไปร่วมกิจกรรม ออตโต้ไปถ่ายภาพในฐานนะนักข่าว นั่งรถไปกับ แมน ปกรณ์ ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติ และเจาะประเด็นนั้นด้วย ประเด็นนักศึกษาสื่อกระแสหลักไม่ได้ตาม เขาไม่ได้ไปในฐานะให้กำลังใจเหมือนนักกิจกรรม แต่ทำหน้าที่ตามหลักวิชาชีพ เจ้าหน้าที่ไม่น่าจะจับนักข่าว แต่คิดว่าที่เจ้าหน้าที่ไม่ยอมปล่อย เพราะอาจมีอคติ หรือถูกกดดันจากสายบังคับบัญชาที่สูงขึ้นไปกว่านั้นหรือเปล่าเราก็ไม่แน่ใจ
0คิดว่าออตโต้โดนเพ่งเล็งหรือไม่ หรือประชาไทโดนเพ่งเล็ง
ไม่คิดว่าโดนเพ่งเล็ง แต่ปัญหาคือ มาตรา 61 มันคลุมเคลือ ต้องมีการจัดการให้ชัดเจนเพื่อเปิดพื้นที่เสรีภาพ แต่ศาลรัฐธรรมนูญไปตัดสินว่า มาตรา 61 ไม่ขัด และท่าทีของ กรธ. คสช. ที่ไม่เห็นด้วยกับคนเห็นต่าง ทำให้ผู้ปฏิบัติงานอย่างทหาร ตำรวจ ไปตามไล่จับ กรธ.มีท่าทีไม่สร้างสรรค์ เมื่อมีเอกสารความเห็นแย้ง กรธ.ก็ออกมาบอกว่าเอกสารเห็นแย้ง มันบิดเบือน เลยทำให้เจ้าหน้าที่ต้องไปตามไล่ล่า ซึ่งมันไม่ควรในบรรยากาศขณะนี้ ที่ประชาชนต้องตัดสินใจเลือกอนาคตของประเทศ การไม่เปิดพื้นที่คิดต่างมันอันตราย รวมทั้งมีผลต่อการทำงานของสื่อ สร้างความกังวลให้สื่อจำนวนหนึ่ง ไม่สามารถรายงานเรื่องเหล่านี้ ต้องเซ็นเซอร์ตัวเอง
0จากกรณีประชาไทดูเหมือนรัฐจะพยายามควบคุมสื่อด้วยใช่มั้ย
“ก็ใช่ เพราะคนที่เห็นแย้งไม่กล้าพูด ถ้ามีคนพูดเห็นแย้ง สื่อก็กังวลระมัดระวังไม่กล้าเผยแพร่”
0สื่อต้องเซ็นเซอร์เยอะขึ้นใช่มั้ยช่วงนี้
อิสระสื่อแต่ละประเภทไม่เท่ากันอยู่แล้ว สื่อที่อยู่ในโครงสร้างใหญู่ควบคุมโดย กสทช. หรือใบอนุญาต จะมีอิสระน้อยกว่าสื่ออินเทอร์เน็ตกับหนังสือพิมพ์ แต่พวกนี้ก็มีปัญหาอยู่ดี เพราะมีอันตรายมีความเสี่ยงจากกฎหมาย อาจโดนเล่นงาน เช่น สื่ออินเทอร์เน็ตก็มี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ส่วนหนังสือพิมพ์ก็มีคำสั่ง คสช. ยิ่งช่วงประชามติก็มี มาตรา 61 ซึ่งคลุมเครือมาก ไม่รู้อะไรทำได้-ไม่ได้
0 คิดว่าทำไมมาตรา 61 ยังไม่ชัดเจน แนวทางไม่มีออกมา
ถ้าให้ชัดเจนคือเขาคงอยากบอกว่า “ห้ามวิจารณ์รัฐธรรมนูญนะ” แต่มันพูดไม่ได้ เลยเขียนให้กว้างให้เจ้าหน้าที่ตีความ คิดว่าสื่อไม่บิดเบือนข้อมูลอยู่แล้ว โดยเฉพาะเรื่องข้อมูลเกี่ยวกับร่างฯ แต่เรายังไม่มีโอกาสเห็นการเทียบเคียงข้อมูลให้คนตัดสินใจว่าจะรับหรือไม่รับ แล้วยังไม่เห็นว่ารับแล้วจะเป็นไง ไม่รับเป็นไง ยังไม่มีการนำเสนอผลที่ตามมา สื่อพยายามถามว่าแล้วเป็นไงต่อ แต่ตอนนี้ยังไม่มีคำตอบให้ประชาชนว่า ถ้าร่างฯ ไม่ผ่านมันจะเป็นไงต่อ คนเลยกลัวว่า ถ้าไม่รับจะเกิดอะไรขึ้นก็ไม่รู้ การไล่ตามจับคนเห็นต่างมันสร้างภาระและสร้างความกลัวเป็นบรรยากาศไม่ดี ไม่ส่งเสริมการออกไปใช้สิทธิ์เท่าไหร่ ความกลัวมีหลายระดับ
0อยากเห็นอะไรที่ช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้น
อยากเห็นความชัดเจน องค์กรสื่อต้องผลักดันเพื่อให้เกิดเสรีภาพในการทำงานภายใต้บรรยากาศประชามติ ไม่ต้องทำงานภายใต้บรรยากาศความกลัว สื่อต้องรุกในการคุยเรื่องเหล่านี้ และต้องไม่ยอมรับการปิดกั้นแบบนั้นในเรื่องของการทำงาน ไม่ควรมีการปิดกั้นการแสดงความเห็นต่าง
0ในส่วนประชาไทกลัวไหมที่จะนำเสนอในการทำหน้าที่สื่อหรือไม่
ก็กลัว แต่พยายามทำให้ทีมงานไม่กลัว พอรับมือกันได้ต้องประคองกันว่าไม่ให้ความกลัวมาเป็นอุปสรรค แค่ให้ระมัดระวัง แต่ไม่ควรกลายเป็นว่า มันมาเป็นอุปสรรคไม่ให้เราทำในสิ่งที่ประชาชนควรรับรู้ ทำความเข้าใจแลกเปลี่ยนกัน อะไรที่เราคิดว่ามันสำคัญ เราก็ทำงานด้วยความรอบคอบ
0มีมิติไหนเปลี่ยนไปบ้างในการทำงานของประชาไทนับแต่ปี 2014
เรียนรู้ไปเรื่อยๆ ทีมงานปรับตัวให้เข้ากับอินเทอร์เน็ตมากขึ้น ทำวิดีโอ ถ่ายรูป นักข่าวน้อย เป็นคนหนุ่มสาวประสบการณ์ไม่เยอะมาก แต่มีอิสระในการทำงานภายใต้จุดยืนความเชื่อของประชาไท แต่ไม่เน้นเป็นนักข่าวรายวัน เป็นการทำงานที่เรียนรู้มาเรื่อยๆ แนวทางการทำงานก็มีความกดดันมากขึ้น มีเรื่องราวทุกวัน ประเด็นที่ประชาไททำมีมากทุกวัน คนทำงานเกิดความเครียด พยายามดูแลไม่ให้คนทำงานเครียด บ้าๆ บ๊องๆ บ้าง ทำข่าวไม่ค่อยได้พัก ต้องดูแลจัดการยังไม่ให้นักข่าวเครียดกันจนเกินไป
ตั้งแต่มีประชาไทก็อยู่ในช่วงที่มีความขัดแย้งทางการเมืองตลอด ไม่มีบรรยากาศปกติ และมีเรื่องให้ติดตามมาตลอด แต่ช่วงหลังที่ยากคือแหล่งข่าวไม่พร้อมให้ข่าว ไม่ใช่แค่สื่อที่เซ็นเซอร์ตัวเอง แต่แหล่งข่าวก็เซ็นเซอร์ตัวเองด้วย
ส่วนจุดเริ่มต้นของประชาไทมาจาก อ.จอห์น ร่วมกับเพื่อนกลุ่ม ส.ว.และกลุ่มสื่อมวลชน ตั้งประชาไท อยากให้เป็นสื่อที่นำเสนอประเด็นที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน จริงๆ ให้ความสำคัญสิทธิมนุษยชน นโยบายสาธารณะ นำเสนอปัญหาสังคมที่ไม่มีพื้นที่ในสื่อกระแสหลัก เป็นสื่อที่ไม่แสวงผลกำไร



