
บานปลาย!ศึกชิงมรดก‘แม่ประนอม’
บานปลาย!ศึกชิงมรดก‘แม่ประนอม’ : รายการคมชัดลึก
ศึกชิงมรดก น้ำพริกเผาไทยตราแม่ประนอม ถึงวันนี้คงต้องบอกว่า ไม่มีทางจบลงง่ายๆ ล่าสุด เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ศาลจังหวัดตลิ่งชันนัดไต่สวน โดยก่อนไต่สวนศาลพยายามไกล่เกลี่ยคู่กรณีระหว่าง นางประนอม แดงสุภา อายุ 78 ปี ผู้เป็นแม่ กับนางศิริพร แดงสุภา อายุ 55 ปี ลูกสาวคนโต แต่การไกล่เกลี่ยไม่สำเร็จ ลูกสาวปฏิเสธคืนทรัพย์สินมรดกให้แม่ ทำให้แม่ประนอมประกาศกร้าว พังเป็นพัง พร้อมสั่งห้ามให้ใช้ชื่อและรูปหน้าแม่ประนอมบนขวดน้ำพริกอีกเด็ดขาด
ประนอม แดงสุภา ผู้ก่อตั้งกิจการน้ำพริกเผาไทยแม่ประนอม กล่าวว่า ที่ประกาศเช่นนั้น เพราะเขาไม่ยอมให้สิ่งที่แม่ต้องการ จริงๆ แล้วลูกต้องขอแม่ ไม่ใช่แม่ไปอ้อนวอนขอลูก เงินก็ไม่มี ที่ก็ไม่ได้ แม่สร้างมากับพ่อสองคนในขณะที่เขายังเด็ก ยังเรียนหนังสือ กว่าจะก่อร่างสร้างตัวมาได้ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ กว่าจะรุ่งเรืองได้เป็นมาอย่างยากลำบาก สมัยนั้นนุ่งผ้าถุงไปจ่ายตลาดเองที่ปากคลองตลาด เยาวราช รถก็ไม่มี ทำน้ำพริกเผาทีละโอ่ง บรรจุใส่ภาชนะเสร็จลูกๆ ก็ช่วยกันติดตราสัญลักษณ์
ทำลายได้ แม่ออกมาจากบ้านเขา แม่ก็ออกมาจากศูนย์ แม่ไม่มีเงินสักก้อน ได้เงินช่วยเหลือจากเพื่อนๆ ของแม่ ถึงมีร้านพีเอส เรสเทอรอง ขึ้นมาได้
ก่อนที่จะออกมาประกาศดังกล่าว ไม่ได้ปรึกษาใครเลย และไม่มีใครมายุแหย่ มาจากความน้อยใจและความเจ็บใจของแม่เอง แม่อุ้มท้องเขามาเขาไม่นึกถึงเลย
ถึงแม้จะดึงแบรนด์กลับมาได้ก็ไม่ทำน้ำพริกต่อ แต่ใครต้องการสูตร ยินดี สูตรอยู่ในสมอง พร้อมที่จะขายสูตรน้ำพริก ขายแบรนด์ ถึงแม้ผู้ที่ซื้อไปจะทำมาเพื่อแข่งกับลูกสาวของตัวเองก็ตาม ไม่กังวล ไม่เสียดายเลยว่า หากไม่มีใครทำต่อแล้วแบรนด์ที่สร้างมากับมืออยู่คู่กับคนไทยมาหลายสิบปีจะหายไปจากตลาด ตนเองอาจจะทำเล็กๆ น้อยๆ แล้วก็นำไปเข้ากับโอท็อป
ในขณะที่ศาลพยายามไกล่เกลี่ยตั้งแต่ 09.00-12.00 น. ศาลก็พยายามบอกให้เขายอมแม่เถอะ แต่เขาก็ไม่ยอมให้ทุกอย่างที่ขอ โดยเขาบอกว่า ไม่มี
อย่างไรก็ตามเขายอมให้บางตัว ก็คือที่โรงงานเก่าให้ครึ่งหนึ่ง บ้านเขาใหญ่เขาให้ หุ้นให้มา 18,000 หุ้น แต่ผ่อน แต่เงิน 300 ล้านบาทไม่มี ขณะที่ปัจจุบันแม่มีรายได้จากร้านอาหารแห่งนี้เพียงอย่างเดียวเท่านั้น
หลังจากศาลไกล่เกลี่ยไม่สำเร็จ ในช่วงบ่ายก็เข้าสู่การไต่สวน การเจรจาไม่สามารถจะพูดคุยกันได้อีกแล้ว เรื่องบานปลายไปมากแล้ว ต้องสู้กันด้วยกฎหมายในชั้นศาล
อย่างไรก็ตาม ก็ยังต้องการคนที่จะมาเป็นคนกลางในการไกล่เกลี่ย เจรจา ให้แม่ได้ในสิ่งที่ร้องขอไป ซึ่งไม่ได้มากมายอะไรนักเมื่อเทียบกับทรัพย์สินทั้งหมด
กล่เกลี่ยไม่สำเร็จ ในช่วงบ่ายก็เข้าสู่การไต่สวน การเจรจาไม่สามารถจะพูดคุยกันได้อีกแล้ว เรื่องบานปลายไปมากแล้ว ต้องสู้กันด้วยกฎหมายในชั้นศาล
อย่างไรก็ตาม ก็ยังต้องการคนที่จะมาเป็นคนกลางในการไกล่เกลี่ย เจรจา ให้แม่ได้ในสิ่งที่ร้องขอไป ซึ่งไม่ได้มากมายอะไรนักเมื่อเทียบกับทรัพย์สินทั้งหมด



