คอลัมนิสต์

ถอดรหัส ก่อการร้าย “โลนวูล์ฟ-ประวัติขาว”

ถอดรหัส ก่อการร้าย “โลนวูล์ฟ-ประวัติขาว”

15 ก.ค. 2559

บุกเดี่ยว ก่อการร้าย ตามลำพัง เสียชีวิตมากกว่า 80 คน นับเป็นการโจมตีใหญ่ครั้งที่ 3 ที่ฝรั่งเศสตกเป็นเป้าในห้วงเวลาปีครึ่งที่ผ่านมา


               เหตุการณ์โจมตีในวันชาติฝรั่งเศส ด้วยการขับรถบรรทุกพุ่งเข้าชนฝูงชนที่เมืองนีซ ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 80 คน โดยคนร้ายบุกเดี่ยว ก่อการคนเดียว นับเป็นการโจมตีใหญ่ครั้งที่ 3 ที่ฝรั่งเศสตกเป็นเป้าในห้วงเวลาปีครึ่งที่ผ่านมา

               ศ.ดร.สุรชาติ บำรุงสุข นักวิชาการด้านความมั่นคงจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า หากพิจารณาเบื้องต้นจากปฏิบัติการของผู้ก่อเหตุ น่าจะเป็นลักษณะของ “โลนวูล์ฟ” ที่แปลตามตัวว่า “หมาป่าตัวเดียวออกล่าเหยื่อ” โดยในทางทฤษฎีความมั่นคงเรียกว่า การ ก่อการร้าย ตามลำพัง
 

โลนวูล์ฟ : ผู้ก่อการร้ายประวัติขาว

               ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2559 ศ.ดร.สุรชาติ กล่าวในการเสวนาเรื่อง “การ ก่อการร้าย ในศตวรรษที่ 21 : ภัยคุกคามไร้พรมแดน” โดยระบุตอนหนึ่งว่า โจทย์ใหญ่ที่สุดในมิติความมั่นคงปัจจุบัน ซึ่งหน่วยงานความมั่นคงทั่วโลกรวมทั้งไทยต้องตีให้แตก คือ

               1. ผู้ปฏิบัติการความรุนแรงไม่มีประวัติอาชญากร หรือที่เรียกว่า ประวัติขาว

               และ 2. การปฏิบัติการจะเป็นลักษณะของ “โลนวูล์ฟ” คือผู้ปฏิบัติการไม่จำเป็นต้องมีสายบังคับบัญชาหรือเชื่อมโยงกับองค์กร ก่อการร้าย ในแง่ของการรับคำสั่งให้ก่อเหตุ แต่สามารถปฏิบัติการได้อย่างเสรีโดยได้รับชุดความคิด ความเชื่อ หรืออุดมการณ์จากอินเทอร์เน็ต ผ่านโซเชียลมีเดีย

               “การรบระหว่างรัฐกับรัฐกำลังจะหมดไป มีแต่ตัวแสดงที่ไม่ใช่รัฐทำสงครามกับรัฐได้ นั่นเท่ากับโลกทั้งโลกคือสนามรบ พื้นที่เมืองจะเป็นพื้นที่ความรุนแรง อินเทอร์เน็ตจะกลายเป็นเครื่องมือการจัดตั้งเครือข่าย ก่อการร้าย ที่ดีที่สุด เช่นเดียวกับยูทูบ จะเป็นเครื่องมือโฆษณาที่ทรงประสิทธิภาพ”

               “การ ก่อการร้าย จะกลายเป็นอัตลักษณ์ของคนที่ต้องการแสดงออก และกิจกรรมผิดกฎหมายจะเปลี่ยนเป็นการ ก่อการร้าย ได้ทั้งหมด นี่คือโจทย์ความมั่นคงและโจทย์ทางสังคมที่ใหญ่ที่สุดในโลกยุคปัจจุบัน” ศ.ดร.สุรชาติ ระบุ
 

ถอดรหัส ก่อการร้าย “โลนวูล์ฟ-ประวัติขาว”

โซเชียลฯ ปลดข้อจำกัดรูปแบบการโจมตี

               หากพิจารณาในมิติของรูปแบบการโจมตีที่ค่อนข้างแปลก เพราะเป็นการขับรถพุ่งชนฝูงชน ประเด็นนี้ นายอภิสิทธิ์ ไชยประสิทธิ์ นักวิชาการด้านสื่อสังคมออนไลน์ที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคง กล่าวว่า เป็นรูปแบบใหม่ที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งหลังจากกระแสโซเชียลมีเดียมีอิทธิพลสูงมากกับผู้คนในสังคม

               “อินเทอร์เน็ตทำให้โลกแคบลง การเชื่อมโยงทางแนวคิด อุดมการณ์ และการถ่ายทอดองค์ความรู้ต่างๆ ทำได้ง่ายขึ้น ส่งผลให้วิธีการโจมตีทำให้หลากหลายมากขึ้นกว่าเมื่อก่อน เนื่องจากไม่มีรูปแบบตายตัวแน่นอนอีกต่อไป”

               นักวิชาการด้านสื่อสังคมออนไลน์ฯ ตั้งข้อสังเกตด้วยว่า จากข่าวที่ปรากฏออกมา รถบรรทุกที่ผู้ก่อเหตุขับชนฝูงชน มีอาวุธปืนและระเบิดด้วย แสดงว่าชายคนนี้มีแผนก่อเหตุรูปแบบอื่นต่ออีก หรือว่ามีแผน A แผน B ด้วยหรือไม่ ขณะที่มาตรการรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่มีช่องโหว่ให้รถบรรทุกยุทโธปกรณ์ผ่านเข้ามาถึงบริเวณที่จัดงานวันชาติได้อย่างไร ถือเป็นประเด็นที่ต้องตรวจสอบต่อไป

               มุมมองของอภิสิทธิ์สอดคล้องกับข้อมูลของเจ้าหน้าที่ระดับสูงในหน่วยงานความมั่นคงไทย ที่บอกว่า เหตุการณ์ที่เมืองนีซเป็นตัวอย่างที่ชี้ให้เห็นว่าการ ก่อการร้าย สามารถปฏิบัติการได้หลากหลายรูปแบบ ไม่จำเป็นต้องใช้ระเบิดหรือใช้อาวุธปืนกราดยิง แต่เป็นการหาสิ่งใกล้ตัวมาเป็นเครื่องมือ

               “สมมุติง่ายๆ ต่อไปอาจมีการวางยาพิษในร้านอาหารโดยพนักงานในร้านเอง หรือการเลียนแบบใช้รถขับพุ่งชนฝูงชน สิ่งที่เกิดขึ้นมันน่ากลัวมาก เพราะเมื่อมือปฏิบัติการตัดสินใจพร้อมตายไปกับการปฏิบัติการแล้ว อะไรก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น”
 

ภาคเอกชน - ประชาชนต้องช่วยสอดส่อง

               ส่วนในมิติด้านการป้องกัน เจ้าหน้าที่ระดับสูงรายนี้บอกว่า ทำได้ยากกว่าเดิมหลายเท่า ต่อไปภาคเอกชนต้องตรวจสอบประวัติลูกจ้างของตนเองทุกคน จะดูแค่ว่ามีประวัติอาชญากรหรือไม่คงไม่ได้อีกแล้ว เพราะผู้ ก่อการร้าย สมัยนี้ส่วนใหญ่ไม่มีประวัติอาชญากร ขณะที่บรรดาเพื่อนร่วมงานก็ต้องสอดส่องดูแลกันเอง ที่สำคัญมุสลิมจะถูกตรวจสอบเข้มขึ้น และจะยิ่งทำให้ความหวาดระแวงระหว่างคนต่างศาสนารุนแรงมากขึ้นไปอีก

               ขณะที่แหล่งข่าวจากหน่วยงานความมั่นคงทางทหาร ซึ่งรับผิดชอบงานด้านป้องกันการ ก่อการร้าย กล่าวเช่นเดียวกันว่า รูปแบบการ ก่อการร้าย จะหลากหลายขึ้นมาก คือใช้ทุกวิธีที่สามารถโจมตีได้

               ทั้งนี้ หากพิจารณาปฏิบัติการของกลุ่มรัฐอิสลาม หรือ ไอเอส เทียบกับอัล-ไกดา จะพบว่าไอเอสวางแผนหยาบกว่า ไม่ใช้วิธีการที่ซับซ้อน เน้นความรวดเร็วและง่าย ผิดกับอัล-ไกดา จะวางแผนละเอียดและซับซ้อนมากกว่า

               แต่ถึงกระนั้น รูปแบบการโจมตีของไอเอสที่ใช้วิธีการเผยแพร่ลัทธิ อุดมการณ์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ จะทำให้เกิดผู้ก่อการร้ายตามลำพัง หรือโลนวูล์ฟกระจายไปทั่วโลก และสามารถก่อเหตุได้บ่อยครั้งกว่าอัล-ไกดา และการป้องกันแทบจะทำไม่ได้เลย

               นี่คือโจทย์ความมั่นคงระดับโลกที่ไทยมิอาจทำหน้าที่เป็นเพียง “ผู้เฝ้าดู” ได้อีกต่อไป

 

--------------------------

(ถอดรหัส ก่อการร้าย “โลนวูล์ฟ-ประวัติขาว” สื่อโซเชียลฯ ปลดข้อจำกัดรูปแบบโจมตี : โดย...ปกรณ์ พึ่งเนตร)