
อย่าให้ใครคิดเป็นเกมหลายชั้น
อย่าให้ใครคิดเป็นเกมหลายชั้น : บทนำ คม ชัด ลึก ฉบับวันศุกร์ที่ 15 กรกฎาคม 2558
สังคมกำลังเฝ้าจับตาการดำเนินนโยบายเกี่ยวกับที่ดินของรัฐบาลว่าจะเป็นไปในมาตรฐานเดียวกันหรือไม่ ภายหลังจากที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ใช้อำนาจตามมาตรา 44 แห่งรัฐธรรมนูญออกคำสั่ง คสช. ที่ 36/2559 แก้ไขปัญหาการครอบครองที่ดินโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ระหว่างรอการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการแก้ไขปัญหาการครอบครองที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ทั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลที่จะเดินหน้ายึดคืนที่ดิน ส.ป.ก.ที่ผิดกฎหมายทั้งครอบครองเกินกว่ากฎหมายกำหนด และที่นำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์มาจัดสรรให้ประชาชนได้ทำประโยชน์ในด้านเกษตรกรรมต่อไป
หลังคำสั่งของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่ออกมาเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม โดยมีเป้าหมายที่จะเข้ายึดคืนพื้นที่ ส.ป.ก.ที่ครอบครองเกิน 500 ไร่ ขึ้นไปก่อน พร้อมๆ กับการลงมือปฏิบัติการของทุกฝ่าย ก็มีเสียงขานรับจากแทบทุกภาคส่วนอย่างกว้างขวางเพราะเป็นที่รู้กันมานมนานแล้วว่า ที่ดินส.ป.ก.นั้นแท้จริงแล้ว ส่วนใหญ่ชาวบ้านไม่ได้เป็นผู้ครอบครองตามวัตถุประสงค์ของการจัดสรร หากแต่เต็มไปด้วยนายทุน นักการเมือง ผู้มีอิทธิพล ซึ่งจะนำไปพัฒนาเชิงพาณิชย์สร้างความมั่งคั่งให้ตนเอง ทั้งยังเป็นต้นเหตุของการตัดไม้ทำลายป่า อย่างไม่มีที่สิ้นสุด โดยอาศัยช่องว่างกฎหมายยืมมือชาวบ้านในพื้นที่เข้าแผ้วถางเรื่อยไป ซึ่งหากไม่มีนโยบายหรือกฎหมายที่ชัดเจนออกมา ก็คาดหมายได้ว่าไม่ช้านานป่าไม้เมืองไทยก็จะหมดไปพร้อมกับการครอบครองที่ดินของนายทุนที่งอกเงยขึ้นเป็นทบทวี
กระนั้นก็ตาม ระหว่างการดำเนินการตามแผนมาได้ 10 วัน มีเหตุการณ์ที่น่าพิจารณาอยู่สองกรณี กรณีแรกนั้นคือเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม ที่ผ่านมา น.ส.เพียงใจ หาญพาณิชย์ มารดาของนายอนันต์ อัศวโภคิน ประธานและกรรมการผู้จัดการ บริษัท แลนด์แอนด์เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) ได้ส่งคืนที่ดิน 1,263 ให้สำนักงาน ส.ป.ก. โดยอ้างว่า เพิ่งทราบว่า เป็นที่ดินของรัฐ อีกกรณี เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม ตำรวจได้ปฏิบัติการทวงคืนผืนป่าหิมวันต์ อ.ภูเรือ จ.เลย ตรวจสอบพบว่า สวนป่าแห่งนี้ เป็นสถานปฏิบัติธรรม ออกหลักฐาน น.ส.3 ก. อันเป็นเท็จ รุกล้ำเข้าไปในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าภูเปือย ป่าภูขี้เถ้าและป่าภูเรือ จำนวน 45 ไร่ มีชื่อพระไชยบูลย์ สุทธิผล หรือพระธัมมชโย เป็นผู้ครอบครอง
ชื่อของพระธัมมชโยปรากฏในเอกสารสิทธิผิดกฎหมายในห้วงเวลาเข้าไต้เข้าไฟที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กำลังจะเข้าตรวจค้นและจับกุมพระธัมมชโยในวัดพระธรรมกายอีกครั้ง หลังจากที่อัยการได้เลื่อนการสั่งคดีฟอกเงิน และร่วมกันยักยอกทรัพย์สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นออกไปวันที่ 11 สิงหาคม ขณะที่การส่งคืนที่ดินของผู้เคยครอบครองผิดกฎหมาย โดยเฉพาะบางรายยังให้การสนับสนุนวัดพระธรรมกายนั้น ก็อาจจะไปเข้าทางในกระแสพบกันครึ่งทางที่ว่า ถ้าหากใครกลับใจคืนที่ ส.ป.ก.ผิดกฎหมายก็จะได้รับสิทธิ์พัฒนาที่ดินแปลงนั้นต่อไป ยิ่งทำให้ดูกลับกลายเป็นว่า นโยบายที่ดีของรัฐบาล มีเบื้องหลังสลับซับซ้อน และอาจใช้เป็นอาวุธแก้ปัญหาด้านอื่นของรัฐบาลที่คาราคาซัง โดยเฉพาะกรณีพระธัมมชโย และการแต่งตั้งพระสังฆราช ซึ่งทั้งหมดนี้ รัฐบาลจึงควรต้องมีคำอธิบาย และแสดงความโปร่งใสตลอดทางของการทำงาน มิเช่นนั้น คนจะมองว่า เป็นเกมที่วางเอาไว้หลายชั้น



