คอลัมนิสต์

สังคมก้มหน้ากำลังเผชิญภัยพิบัติกลางถนน!

สังคมก้มหน้ากำลังเผชิญภัยพิบัติกลางถนน!

15 ก.ค. 2559

สังคมก้มหน้ากำลังเผชิญภัยพิบัติกลางถนน! : บทความพิเศษ/สุทธิชัย หยุ่น

           ป้ายเตือน “ชาวสังคมก้มหน้า” กลางถนนกรุงโซลของเกาหลีใต้เป็นข่าวคราวไปทั่วโลกเพราะอุบัติเหตุที่เกิดจากผู้คนเดินชนกันเอง หรือปะทะกับรถราที่วิ่งผ่านไปมานั้นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

            อีกหน่อยในเมืองไทยก็อาจจะมีคนเรียกร้องให้ขึ้นป้ายเตือน “อย่าก้มหน้า โปรดระวังอุบัติเหตุจากการจ้องจอมือถือ!”

            เพราะปรากฏการณ์อย่างนี้ในเมืองไทยก็กำลังระบาดหนักหน่วงไม่แพ้ที่ไหนในโลก

            ที่กรุงโซล, ทางการที่นั่นเพิ่งจะติดตั้งป้ายเตือนภัยอย่างนี้ 300 จุดเพื่อป้องกันไม่ให้ “มนุษย์ก้มหน้า” เล่นกับหน้าจอโทรศัพท์มือถือแม้ขณะเดินอยู่กลางถนนจนไม่มองซ้ายมองขวา ไม่มองบนมองล่าง เสี่ยงกับการเดินชนกับคนอื่นหรือไม่ก็กลายเป็นภัยแก่ตนเองและคนอื่น

            ศัพท์ใหม่ที่นั่นเรียก “smartphone zombies” อันหมายถึง “มนุษย์ผีดิบมือถือ”

            บางเมืองในยุโรปป้องกันปัญหานี้ด้วยการสร้าง “ช่องเดินพิเศษ” สำหรับคนเล่นมือถือเพื่อการสัญจรที่ปลอดภัย

            มีช่องสำหรับจักรยาน, สำหรับผู้พิการ, และบัดนี้ต้องมีช่องพิเศษสำหรับ “ผีดิบมือถือ” ที่เดินก้มหน้า ไม่ดูตาม้าตาเรืออีกต่อไป

            ที่เกาหลีใต้เขาต้องมีการรณรงค์อย่างนี้เพราะสถิติเมื่อปี 2009 มีกรณีการเดินชนคนชนรถของ “ผีดิบมือถือ” ประมาณ 437 คดี แต่ตัวเลขนี้พุ่งขึ้นอย่างรุนแรงในปี 2014 เป็น 1,000 คดี

            คนเกาหลีใต้มีอัตราประชากรที่เป็นเจ้าของมือถือสูงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก และความหมกมุ่นกับมือถือได้กลายเป็นปัญหาสังคมในหลายมิติ ที่เห็นชัดที่สุดคือความถี่ของอุบัติเหตุที่เกี่ยวกับมือถือที่เพิ่มขึ้นอย่างน่าตกใจ

            แต่การติดป้ายเตือนอย่างนี้จะมีผลได้อย่างไรหากทุกคนเดินก้มหน้ามองดูจอมือถือของตนเอง ไม่เงยหน้ามามองอะไรทั้งสิ้น?

            ทางแก้ทางหนึ่งคือการติดป้ายนั้นในระดับสายตาทั้งสองข้างทางเพื่อให้ผู้คนเหลือบมามองบ้าง

            แต่เอาเข้าจริงๆ ก็อาจจะไม่สามารถแก้ปัญหาอะไรได้ เพราะยิ่งนับวันคนยิ่ง “ก้มหน้าก้มตา” เล่นมือถือของตนเองเท่านั้น

            หรือเพียงแค่ป้ายไม่พอ จะต้องมีเสียงเตือนดังก้องกังวานกลางสี่แยกถนนหนทางต่างๆ ทำนองว่า “โปรดเงยหน้า...ท่านกำลังจะเดินชนรถสิบล้อข้างหน้า!”

            แต่แม้จะใช้เสียงเตือนก็อาจไม่ได้ผล เพราะบางคนใส่หูฟังเพลงหรือรายการต่างๆ ในมือถือพร้อมกับการเคลื่อนไหวของร่างกายนั่นหมายความว่านอกจากก้มหน้าไม่มองอะไรนอกจากจอมือถือแล้ว หูก็ยังไม่รับฟังอะไรที่ไม่ได้มาจากโทรศัพท์มือถือของตัวเองอีกด้วย

            ผมเห็นการ์ตูนตลกร้ายเมื่อเร็วๆ นี้ ที่เสนอว่าต่อไปนี้อาจจะมีคนเสนอบริการ ช่วยจูงผู้คนที่ก้มหน้าข้ามถนนขณะสายตาเพ่งอยู่กับมือถือเพื่อป้องกันอุบัติเหตุในที่สาธารณะ

            นี่อาจไม่ใช่เรื่องล้อเล่นอีกต่อไป เพราะสังคมไทยกำลังเข้าขั้นวิกฤติในกรณีนี้ไม่แพ้ผู้คนในประเทศอื่นๆ เช่นกัน

            โรค “สังคมก้มหน้า” กำลังระบาดไปถึงในบ้าน, ห้องนอน, ห้องประชุม, โต๊ะกินข้าว, และทุกแห่งหนจนกระทบความสัมพันธ์ส่วนบุคคลที่รุนแรงกว่าที่จะประเมินได้

            แม้นักจิตวิทยาที่เก่งที่สุดก็ยังวิเคราะห์ไม่ออก เพราะท่านเองก็ก้มหน้าก้มตาเช็กไลน์จากเพื่อนๆ อย่างมุ่งมั่นตั้งใจ ไม่เงยหน้ามาพูดคุยกับเราด้วยซ้ำไป!