
ลอยนวลเสมอ
ลอยนวลเสมอ : โดยวิธีของเราเอง โดยไพฑูรย์ ธัญญา
ตอนนี้วงการสีกากีกำลังอื้อฉาว เวลาตำรวจตกเป็นข่าวแต่ละครั้งมักจะไม่ค่อยมีข่าวดีๆ ให้ชาวบ้านชาวช่องได้ชื่นชม ล่าสุดหนังสือพิมพ์เกือบทุกฉบับพาดหัวข่าวหน้าหนึ่งกันครึกโครม เรื่องที่ตำรวจมาแฉกันเอง ฝ่ายหนึ่งเป็นนายหน้าวิ่งเต้นซื้อขายตำแหน่ง อีกฝ่ายเป็นผู้ใช้บริการ สุดท้ายการซื้อขายไม่เป็นไปตามแผน ก็เลยมีการไปแจ้งความเอาเรื่องกับนายหน้า ซึ่งเป็นคนในวงการเดียวกัน ท้ายสุดทั้งสองฝ่ายก็เลยซวยไปตามกัน เพราะเมื่อเรื่องอื้อฉาวขึ้นก็มีการสอบสวนวินัย เอาโทษทั้งสองฝ่าย โทษฐานใช้เงินวิ่งเต้นซื้อขายตำแหน่ง และทำให้นิทานการซื้อขายตำแหน่งในวงการตำรวจเกิดเป็นเรื่องจริงขึ้นมา
งานนี้คงทำให้หลายฝ่ายสะดุ้งสะเดิดไปตามกัน โดยเฉพาะบรรดาตำรวจน้อยใหญ่ทั้งหลาย เพราะนิทานการซื้อขายตำแหน่งในวงการสีกากีมักจะถูกมองว่าเป็นเรื่องเล่าเพ้อฝัน แต่พอเรื่องมันปูดขึ้นมาคราวนี้ก็ไม่รู้จะออกมาปฏิเสธอย่างไรว่าไม่ใช่เรื่องจริง เชื่อได้ว่า ตำรวจสองฝ่ายคู่คดีจะต้องโดนเชือดสังเวยตามระเบียบ สำนักงานตำรวจแห่งชาติเขามีวิธีการป้องกันตนเองไม่ให้เสียหายอยู่แล้ว ระบบของตำรวจมีกลไกป้องกันตัวเองยิ่งกว่ายานอวกาศในหนังไซไฟ วัฒนธรรมองค์กรและระบบของข้าราชการตำรวจเป็นความลับที่คนนอกไม่มีวันล่วงรู้
นั่งดูรายการวิเคราะห์เจาะข่าวในทีวีบางช่อง ทำให้ได้ความรู้เพิ่มเติมว่า การซื้อขายตำแหน่งในฤดูโยกย้ายของวงการสีกากีนั้น จะถูกจะแพงขึ้นอยู่กับพื้นที่ที่ต้องการเข้าไปอยู่ ถ้าเป็นพื้นที่เกรดเอในเขต กทม.ราคาเหยียบถึงขั้นสิบล้าน ประสาชาวบ้านอย่างเราได้แต่งุนงงสงสัย ทำไมคนซื้อถึงได้ใจกล้าขนาดนั้น เงินที่ลงทุนจ่ายไปกับเงินเดือนที่ได้รับมันคุ้มกันหรือ ต่อให้ทำงานถึงร้อยปีสองร้อยปี เงินเดือนที่ได้ก็คงยังไม่พอกับเงินที่จ่ายไป คิดอย่างไรก็คิดไม่ออก มโนไม่ถูก แถมมีคำถามตามมาอีกหลายข้อ เงินที่ได้มาพวกเขาไปเอามาจากไหน ใครที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการนี้บ้าง ใครได้ผลประโยชน์กี่คน เขาทำแบบนี้กันมานานแค่ไหนแล้ว?
แต่เชื่อเถอะเรื่องนี้ไม่ถึงกับทำให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติต้องถูกยุบ และไม่กระทบกระเทือนต่อตำแหน่งหน้าที่ของผู้บังคับบัญชาชั้นสูงแต่อย่างใด ก็อย่างที่บอก ระบบการป้องกันตนเองของหน่วยงานนี้มีประสิทธิภาพยอดเยี่ยม
เวลามีเรื่องการทุจริตคอร์รัปชั่น การติดสินบาทคาดสินบนเกิดขึ้น คนก็จะมักเพ่งเล็งไปที่พวกข้าราชการเสมอ สังคมไทยมีวิธีคิดอยู่อย่างหนึ่งว่า ข้าราชการต้องซื่อสัตย์สุจริต มีกฎระเบียบ และวินัยคอยบังคับ ถ้ามีเรื่องไม่ชอบมาพากลขึ้นมาคนที่ถูกเล่นงานก็คือข้าราชการหรือพนักงานของรัฐ แต่เราลืมไปว่า มีคนอีกกลุ่มหนึ่งที่มีส่วนร่วมในการทุจริตคิดมิชอบด้วยเช่นกัน นั่นคือพวกกลุ่มพ่อค้า นายทุน ผู้ประกอบการทั้งหลาย ซึ่งไม่ได้เป็นข้าราชการ ไม่มีระเบียบวินัยคอยป้องปราม คิดง่ายๆ ว่า ถ้าคนกลุ่มนี้ไม่ติดสินบน จ่ายส่วยให้เจ้าหน้าที่ มันก็ไม่ทำให้เกิดแรงจูงใจในการซื้อขายตำแหน่ง ว่าไปแล้วพวกเขาเป็นต้นน้ำสำคัญที่ทำให้เกิดการทุจริต ติดสินบนในวงการตำรวจ โดยตำรวจอาศัยกฎหมายในมือ แสวงหาผลประโยชน์กับพวกที่ทำธุรกิจที่ไม่ชอบมาพากล ต่างฝ่ายต่างได้ประโยชน์ มันเป็นวัฒนธรรมดำมืดที่ฝังรากลึกลงในสังคมไทยจนยากที่จะเยียวยา สุดท้ายพวกที่มีส่วนในการกระทำมิชอบเหล่านี้ไม่เคยมีความผิด
เวลารัฐบาลออกมารณรงค์ ป้องกันการทุจริตคอร์รัปชั่น เขาก็ทำกันเฉพาะในกลุ่มข้าราชการ นักการเมือง ตัวละครสำคัญที่เป็นเป้าหมายในการรณรงค์ ป้องกันก็จะเป็นพวกข้าราชการ แต่สังคมไทยไม่เคยชายตาไปที่พวกที่เป็นนายทุน พ่อค้า หรือผู้ประกอบการสักเท่าไหร่ คนกลุ่มนี้ไม่ได้หากินกับเฉพาะวงการตำรวจ แต่พวกเขาเจาะชอนไปทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการทำมาหากินและผลประโยชน์ของพวกเขา เราลืมสำนวนที่ว่า “ตบมือข้างเดียวมันไม่ดัง” กันไปหมด
รัฐบาล คสช.ดูจะเอาจริงเอาจังกับการโกงบ้านโกงเมือง แต่มาตรการของ คสช.ก็ยังไม่พ้นจากข้อสังเกตที่ว่า คือหันมาเล่นงานกับคนของตัวเอง มากกว่าจะหันไปเอาเรื่องกับพวกนายทุนพ่อค้าที่ขี้โกง เวลามีคดีโกงดังๆ คนที่ถูกเชือดก่อนก็คือข้าราชการชั้นผู้น้อย แล้วค่อยไล่ไปชั้นผู้ใหญ่ แต่ภาคเอกชนซึ่งมีส่วนสำคัญกลับลอยนวลเสมอ
การรณรงค์ป้องกัน การทุจริตคิดมิชอบ ต้องปรับเปลี่ยนวิธีคิดและมุมมองใหม่ และต้องหามาตรการที่จะเอาผิดกับพวกเหลือบ ปลิงที่คอยดูดเลือดสังคมไทยมาช้านาน การปลูกฝังค่านิยม “โตไปไม่โกง” กับเด็กๆ มันจะไม่มีประโยชน์อะไรเลย หากสิ่งแวดล้อมและบรรยากาศในสังคมนี้ยังเต็มไปด้วยคนขี้โกงเต็มไปหมด.



