คอลัมนิสต์

'ต๊ำพระแล'หมู่บ้านตัวอย่างลดเมาเพิ่มสุข

'ต๊ำพระแล'หมู่บ้านตัวอย่างลดเมาเพิ่มสุข

14 ก.ค. 2559

'ต๊ำพระแล'หมู่บ้านตัวอย่างลดเมาเพิ่มสุข : วิลาศิณี คลังแสง, นิรชา ทูลประสิทธิ์

          ตำบลบ้านต๊ำ จ.พะเยา เคยเป็นหมู่บ้านอันดับหนึ่งใน จ.พะเยา ที่มีคนดื่มสุรามากที่สุดทำให้เกิดปัญหาตามมามากมาย ปัญหาความรุนแรงในครอบครัว อุบัติเหตุทางถนน โดยสถิติที่ผ่านมามีผู้เสียชีวิตจากการดื่มแล้วขับ 44 คน ในปี 2557 และ 42 คน ในปี 2558 ทำให้เกิดแรงผลักดันแก่ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 11 นายอดุลย์ อ้อยหวาน ในการทำให้หมู่บ้านของตนเองเป็นหมู่บ้านปลอดแอลกอฮอล์ และลดการดื่มของประชากรในหมู่บ้านลงให้มากที่สุด โดยมีการจัดโครงการอาชีพเสริมให้แก่ประชากรในหมู่บ้านได้ทำหลังจากว่างเว้นจากงานประจำ และกิจกรรมหมู่บ้านศีล 5 ให้แก่เยาวชนในหมู่บ้านได้เรียนรู้วิชาธรรมะจากทางวัด โดยมีโครงการจาก สสส. เข้ามาส่งเสริมกิจกรรม

          ทั้งนี้ การที่ชาวบ้านติดเครื่องดื่มเเอลกอฮอล์ สาเหตุหนึ่งเป็นเพราะ “เขาว่างงานกัน หากเราหาอาชีพเสริมให้พวกเขา เวลาที่จะไปดื่มสุราก็จะมีน้อยลง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ร้านค้าในชุมชนก็ต้องให้ความร่วมมือด้วยเช่นเดียวกัน เพราะถ้าร้านค้าไม่ขาย ลูกค้าก็จะไม่ดื่ม” จึงเกิดเป็นการประชุมทำประชามติ เพื่อทำความเข้าใจกับชาวบ้าน โดยเริ่มเเรกจะเริ่มประชุมกับผู้นำในชุมชนก่อน จากนั้นผู้นำชุมชนก็จะไปทำความเข้าใจกับลูกบ้านของตน เป็นการทำความเข้าใจเป็นลำดับขั้น ซึ่งลูกบ้านทุกคนมีความสนใจ เเละให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี
          
          ผลปรากฏว่าจากการลงประชามติ มีกฎเหล็กคือ ห้ามดื่มสุราในงานศพ งานบุญ เเละงานประเพณีต่างๆ หากฝ่าฝืนจะปรับ 5,000 บาท โดยไม่มีข้อละเว้นใดๆ ทั้งสิ้น ซึ่งเงินเหล่านี้จะนำเข้าสู่เงินกองกลางของหมู่บ้าน เพื่อนำไปสร้างอาชีพให้แก่ชาวบ้าน ในกรณีที่สมาชิกคนใดในหมู่บ้านที่เสียชีวิตก็จะได้รับเงินช่วยเหลือค่าฌาปนกิจจากเงินกองกลาง
          
          “เราเริ่มจากคนในหมู่บ้านทำบัญชีครัวเรือนรายได้รายจ่ายในแต่ละวันส่วนใหญ่รายได้จะอยู่ที่ 300 บาทต่อวัน แต่เสียค่าเหล้าค่าสุราวันละร้อยกว่าบาท มันก็ทำให้เขาคิดได้ว่ามันไม่คุ้มกันและทางหมู่บ้านก็ตั้งกฎปรับ 5,000 บาท ถ้าดื่มในงานบุญและงานสีเทา แต่ถ้าไม่มีเงินจ่ายก็จะตัดออกจากสมาชิกหมู่บ้าน เขาก็จะกลัวกันเพราะถ้าเป็นสมาชิกหมู่บ้านเสียชีวิตจะได้ 6-8 หมื่นบาท แต่ถ้าถูกตัดสิทธิก็จะไม่ได้และต้องเว้นระยะ 2 ปี และจะต้องจ่ายเงิน 1 หมื่นบาทด้วย ถึงจะเป็นสมาชิกหมู่บ้านได้ใหม่ และเราก็จะมีอาชีพเสริมให้ชาวบ้านทำหลังจากเสร็จจากอาชีพเสริม เพราะเมื่อก่อนถ้าเลิกงานกันแล้วเขาก็จะพากันมาดื่มมากิน พอเรามีกิจกรรมตรงนี้เขาก็จะไม่มีเวลาไปสังสรรค์แต่มาทำอาชีพเสริมแทน ก็จะมีทำยาหม่อง บายศรี เครื่องจักสารต่างๆ น้ำยาอเนกประสงค์ที่ใช้ทั้งล้างจานและซักผ้าได้ มีเลี้ยงเป็ดเลี้ยงไก่ ทำให้เขามีรายได้เสริมจากการทำอาชีพหลักและห่างไกลจากแอลกอฮอล์” นายอดุลย์ กล่าว

          อารีย์ วงค์เนียม สมาชิกหมู่ 11 ต.ต๊ำ หนึ่งในผู้ที่ได้ร่วมโครงการกล่าวว่า เราต้องช่วยกันเพราะโครงการนี้เราไม่สามารถที่จะทำคนเดียวได้ ทางผู้ใหญ่บ้านเอาโครงการเข้ามาให้เรา พอเราว่างเราก็มาประชุมกัน เรามาแลกเปลี่ยนความคิดกัน ใครมีอะไรที่คิดว่าทำแล้วส่งเสริมโครงการในหมู่บ้านก็มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน มาช่วยกันหารือว่าเราจะต้องทำอย่างไรให้หมู่บ้านเจริญขึ้นมาได้มากกว่าที่เป็นอยู่ และให้หมู่บ้านเราปลอดสิ่งมึนเมา เย็นมาเราก็ไม่ต้องไปสังสรรค์ไปดื่ม

          แต่มาใช้เวลาร่วมกัน มาทำกิจกรรมต่างๆ ร่วมกัน เพิ่มรายได้ให้ตัวเองและหมู่บ้าน เมื่อก่อนพอเลิกงานก็จะไปนั่งดื่มกันทั้งหญิงทั้งชาย แต่พอมีโครงการนี้เข้ามา พอตกเย็นก็จะมาช่วยกันทำบายศรี ทำยาหม่อง บางคนเวลาไม่พอก็เอากลับไปทำที่บ้านได้ ตอนแรกก็จะมีแต่ผู้หญิงที่มาทำ พอนานๆ เข้าผู้ชายเขาก็เห็นว่าผู้หญิงทำได้เราก็ต้องทำได้ ก็เริ่มพากันมาให้อาหารเป็ด อาหารไก่ แบ่งกันมาให้อาหาร เช้า เย็น ทำไปเรื่อยๆ จนเป็นกิจวัตรประจำวัน

          “เรื่องการดื่มเหล้า มันก็อยู่ที่ใจเรา อยากลองให้คิดดูว่ากินแล้วมันมีอะไรที่ดีกับเราบ้าง เรากินแล้วเสียสุขภาพไหม กินแล้วมันมีประโยชน์ไหม เอาเงินไปซื้อเหล้าเอาไปทำอย่างอื่นที่มันเกิดประโยชน์จะดีกว่าค่ะ” อารีย์ กล่าว

          “อารีย์"  บอกด้วยว่า การมีอาชีพเสริมมาเลี้ยงปากเลี้ยงท้องตนเอง ในระยะแรก เรามีอาชีพเสริมคือเลี้ยงเป็ด ไก่ และเพาะเห็ด เพียงเท่านั้นซึ่งบรรดาผู้ชายในหมู่บ้านจะผลัดเปลี่ยนเวียนกันมาดูแล เมื่อได้กำไรมากจำนวนหนึ่ง จึงได้นำไปต่อยอด จึงจัดให้มีการลงประชามติอีกครั้ง และทุกคนเห็นพ้องต้องกันว่า ควรหาอาชีพเสริมให้ผู้หญิงในหมู่บ้านได้มีงานทำ จึงเกิดเป็นกลุ่มแม่บ้านสตรี ที่จะรับผิดชอบดูแลในเรื่องของเครื่องจักสาน บายศรีสู่ขวัญ และน้ำยาอเนกประสงค์ เช่น ยาหม่อง น้ำยาซักผ้า โดยจะส่งกระจายไปขายภายในท้องถิ่นของตนเอง และชุมชนใกล้เคียง

          นอกจากนี้ยังมีการจัดทำสมุดบันทึกความดีของเเต่ละครัวเรือน ใครทำความดีอะไรก็จดลงสมุดบันทึกความดีเอาไว้ เพื่อเป็นการปลูกฝังจิตสำนึกที่ดีให้คนในชุมชนมีความรักในถิ่นฐานบ้านเกิดของตนเอง สิ้นปีก็จะมีการมอบของรางวัลให้แต่ละครอบครัวตามความเหมาะสม ของรางวัล ได้เเก่ พัดลม หม้อหุงข้าว กระติกน้ำ ผ้านวม เเละไข่ไก่ เป็นต้น

          ขณะที่ “บุษกร อ้อยหวาน” หนึ่งในสมาชิกกลุ่มร้านค้าสีขาว กล่าวว่า ดีใจที่ทุกคนในหมู่บ้านมีความตั้งใจอย่างแท้จริงที่จะลด ละ เลิก แอลกอฮอล์ ตนมีความตั้งใจที่จะเข้าร่วมโครงการร้านค้าสีขาว อีกทั้งสามีก็เคยติดสุรา และตนก็มีลูกชาย จึงเข้าใจหัวอกของคนเป็นพ่อเป็นเเม่เป็นอย่างดี กลัวลูกจะเกิดอุบัติเหตุ อีกทั้งร้านค้าของตนก็ตั้งอยู่ใกล้วัดเเละโรงเรียน เเม้จะมีผลกับเรื่องรายได้ เเต่ก็ไม่มากนัก หากมองอีกมุมหนึ่งกลับส่งผลดีต่อคนโดยรวมมากกว่าผลเสียด้วยซ้ำ

          นายสาธิต ผลทิพย์ หรือ โหน่ง นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนพะเยาประสาธน์วิทย์ ตัวแทนเยาวชนที่ได้ร่วมเข้าโครงการ กล่าวว่า “ตอนแรกผมเริ่มจากกลุ่มต้นกล้าครับ ตั้งแต่รุ่นแรกมาก็จะมีประมาณ 400-500 คน จะมีการเปลี่ยนเยาวชนเป็นเป็นรุ่นๆ ตนอยู่ที่รุ่น 3 ครับ กิจกรรมที่เราทำร่วมกันก็จะเป็นกิจกรรมลักษณะการให้ความรู้เกี่ยวกับอันตรายและโทษของสิ่งมึนเมาแก่เยาวชนตามโรงเรียน ถ้าทางเทศบาลมีจดหมายมาเราก็จะเริ่มเตรียมทีมงาน หาข้อมูลเพื่อเริ่มกิจกรรม 

          "โดยที่ผ่านมาที่เราทำคือเราจะทำใบสมัครเพื่อเข้าโครงการบำบัดเพื่อเลิกเหล้า โดยกิจกรรมนี้ได้ผลลัพธ์ค่อนข้างดีครับ เพราะมีเยอะมากที่เขาสมัครใจในการเข้าบำบัดเพื่อเลิกเหล้าแล้วเราก็จะมีการประสานงานกับทางโรงพยาบาลอีกที่หนึ่งครับ แต่ส่วนที่สมัครเข้ามาเขาก็อยากที่จะเลิกได้ แต่ส่วนมากก็จะเลิกไม่ได้ เราก็จะพยายามหาแนวในการเลิกและเข้าไปให้ความรู้ให้มากที่สุดครับ ผมว่าส่วนหนึ่งอยู่ที่จิตสำนึกด้วยครับและสิ่งแวดล้อมรอบข้างด้วยครับ สิ่งแวดล้อมต่างๆ ดี เราก็ดีด้วย สิ่งรอบข้างไม่ดี เราก็ไม่ดีไปด้วย มันก็ขึ้นอยู่กับครอบครัวด้วยครับ ครอบครัวมีส่วนมากครับ” สาธิต กล่าว

          จากความร่วมมือร่วมใจของทุกคนในชุมชนนี้เอง จึงทำให้บ้านต๊ำพระแล หมู่ 11 ต.บ้านต๊ำ อ.เมือง จ.พะเยา ได้รับรางวัล หมู่บ้านจัดการตนเอง ในการรณรงค์งดดื่มเหล้าในวันพระ ร้านค้าสีขาว งานศพ สมุดบันทึกความดี โดยน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้จึงได้รับรางวัลเเผ่นดินเมื่อปี 2558 ที่ผ่านมา