คอลัมนิสต์

คดีตัวอย่างซื้อขายตำแหน่ง

คดีตัวอย่างซื้อขายตำแหน่ง

13 ก.ค. 2559

คดีตัวอย่างซื้อขายตำแหน่ง : บทบรรณาธิการประจำวันที่13ก.ค.2559 

           กรณีน่าติดตาม เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจยศ ร.ต.อ. สน.นิมิตใหม่ แจ้งความจับเพื่อนร่วมรุ่นยศ ร.ต.อ. ประจำ สน.บางรัก หลังจากทวงถามเงิน 7 แสนบาทคืน เหตุเพราะไม่สามารถวิ่งเต้นให้ขึ้นตำแหน่งสารวัตรได้ ที่ผ่านมาข่าวการซื้อขายตำแหน่งในสำนักงานตำรวจแห่งชาติมักเป็นแค่ข่าวลือ ไม่ได้เห็นเป็นรูปธรรม มีมาเกือบทุกยุคทุกสมัย แม้แต่รัฐบาลเองก็ไม่เคยลงโทษใครได้ เพราะไม่มีหลักฐาน ผู้บริหารสำนักงานตำรวจแห่งชาติเองก็ออกมาปฏิเสธ และเมื่อแต่งตั้งโยกย้ายเสร็จสิ้จ ข่าวการซื้อขายตำแหน่งก็จางหายไป

           แต่ครั้งนี้มีความชัดเจน มีการกล่าวโทษ เชื่อว่าหลักที่ปรากฏน่าจะมีเค้ามูลเพราะ พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รักษาการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ก็สั่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริง และหากพบความผิดจะมีโทษทั้งทางวินัยและอาญา เรื่องนี้ในระดับรัฐบาลต้องให้ความสำคัญ ยิ่งโผการแต่งตั้งระดับสารวัตรถึงรองผู้บังคับการ ที่ผ่านมาก็มีปัญหามาก หลังจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มอบดาบอาญาสิทธิ์ผ่าน มาตรา 44 ให้อำนาจ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้แก้ไขปัญหาการทำบัญชีแต่งตั้งที่ไม่เสร็จสิ้น หลังยืดเยื้อมากว่า 6 เดือน

           แม้นายตำรวจชั้นผู้ใหญ่จะออกมาชี้แจงว่า การซื้อขายตำแหน่งอาจเป็นเรื่องของคนสองคนที่ตกลงกันหรือมีการหลอกลวงกันเอง ก็ไม่อาจปฏิเสธความรับผิดชอบ และต้องยอมรับว่า เรื่องเหล่านี้เกิดขึ้นจริง ที่ผ่านมาแม้จะไม่เคยมีข้อมูลหรือการแจ้งความลักษณะนี้หลุดออกมา แต่ในความเป็นจริงนายตำรวจที่เคยมีพฤติกรรมเหล่านี้ย่อมรู้อยู่แก่ใจ ในวงการสีกากีไม่ใช่ไม่รู้ แต่ก็เงียบ เพราะหากเปิดเผยสิ่งเหล่านี้ออกมาก็จะเกิดปัญหา นายตำรวจส่วนใหญ่จึงวางเฉย ปัญหาจึงไม่ได้รับการแก้ไขหรือขจัดให้หมดไป เพราะบางส่วนการซื้อขายก็มีเสียงวิจารณ์ว่ามาจากศูนย์อำนาจทางการเมืองเช่นกัน การแต่งตั้งโยกย้ายนายตำรวจระดับสูงนั้น ไม่ได้มีเพียงเรื่องการเรียกรับเงิน มีผลประโยชน์เท่านั้น ยังมีเรื่องของบุญคุณ เรื่องของความภักดีประกอบด้วย เรียกว่าตำรวจในสายไหนก็จะจับกลุ่มอำนาจสายนั้น จะมีบางส่วนที่ทำตัวเหมือนปลาไหล เข้าไปอยู่กับทุกขั้วอำนาจ พวกนี้แหละจะเป็นแหล่งชี้เป้าหรือช่องทางการเข้าไปขอตำแหน่งโดยมีผลประโยชน์ตอบแทน

           เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ ได้รับทราบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ถึงแม้นายตำรวจระดับสูงจะออกมาพยายามทำให้เหมือนว่า คนสองคนหลอกกันเอง แต่ในข้อเท็จจริงนายกรัฐมนตรีคงไม่ได้เชื่อเรื่องพวกนี้ง่ายๆ ข้อมูลการแต่งตั้งโยกย้ายคงอยู่ในมือ เพียงแต่ว่าสิ่งเหล่านั้นมีต้นตอมาจากไหน มีรายชื่อฝากผ่านมาจากรัฐบาลด้วยหรือเปล่า หรือเหมือนหยิกเล็บก็เจ็บเนื้อ หากเป็นเช่นนั้นแล้ว ไม่ว่า สตช.จะอยู่ในการปกครองของใคร หรือจะปรับโครงสร้างให้เลิศหรู ขนาดไหน ก็ไม่มีวันแก้ไขปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่น หรือการซื้อขายเก้าอี้ได้ ยุคตำรวจกำลังจะมืดลงทุกขณะหากไม่ยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้น การแก้ไขปัญหาองค์กรตำรวจต้องทำทั้งหมดทุกส่วน เพราะตำแหน่งมีความไม่เสมอภาค บางส่วนมีเงินพิเศษ บางส่วนไม่มี ทำให้นายตำรวจไม่น้อยวิ่งเต้นให้ตัวเองได้ออกไปอยู่ในตำแหน่งที่มีเงินมีผลประโยชน์วงจรการซื้อขายเก้าอี้ก็ยังเดินต่อไป ภาพรวมขององค์กรตำรวจก็จะติดลบหรือเกือบจะหมดต้นทุน ปัญหานี้แบบนี้สะสมมานาน ทั้งในรัฐบาลจากการเลือกตั้ง หรือรัฐบาลที่มาจากการรัฐประหาร ยึดอำนาจ ก็มีค่าเท่ากัน ไม่มีการแก้ไข บางส่วนกลับเข้าไปอยู่ในปัญหาเสียเอง ประเภทขว้างงูก็ไม่พ้นคอ เมื่อมีหัวเชื้อมาแล้ว
           ก็ต่อยอดให้สิ้นกระบวนความไปเลยดีกว่า