คอลัมนิสต์

ตามรอยที่สุดเหรียญ‘สมเด็จพระเทพฯ’

ตามรอยที่สุดเหรียญ‘สมเด็จพระเทพฯ’

12 ก.ค. 2559

ตามรอยที่สุดเหรียญ‘สมเด็จพระเทพฯ’ : ไตรเทพ ไกรงู ภาพ กฤชนันท์ ธรรมไชย

ตามรอยที่สุดเหรียญ‘สมเด็จพระเทพฯ’

          "เหรียญที่ระลึกเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระชนมายุ 60 พรรษา" เนื้อทองคำจำนวน 50 เหรียญ ที่หายไปอย่างไร้ร่องรอยจากโรงกษาปณ์ รังสิต เป็นอีกประเด็นข่าวหนึ่งที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเข้าไปคลี่คลายคดีและตามจับผู้ต้องหาให้เร็วที่สุด

          ทั้งนี้ หากย้อนไปเมื่อช่วงเดือนเมษายน พ.ศ.2558 จะพบว่า เหรียญที่ระลึกดังกล่าวเป็นที่ต้องการของนักสะสมอย่างมาก โดยต้องรอเข้าคิวรอแลกกันตั้งแต่เช้าหลายชั่วโมง ไล่เรียงตั้งแต่ เหรียญที่ระลึกเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระชนมายุ 60 พรรษา สร้างเมื่อ พ.ศ.2558 เหรียญกษาปณ์ที่ระลึก 3 ชนิดราคา ได้แก่ เหรียญกษาปณ์ทองคำขัดเงา ชนิดราคา 16,000 บาท จำหน่ายราคาเหรียญละ 30,000 บาท เหรียญกษาปณ์เงินขัดเงา ชนิดราคา 800 บาท จำหน่ายราคาเหรียญละ 1,600 บาท และเหรียญกษาปณ์โลหะสีขาว (ทองแดงผสมนิกเกิล) ชนิดราคา 50 บาท

          ดังนั้น จึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไมเหรียญที่ระลึกเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จึงถูกขโมยไปจากโรงกษาปณ์ รังสิต ถึง 50 เหรียญ แต่หากย้อนไปในช่วงหลายสิบปีที่ผ่าน เหรียญที่ระลึกของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในโอกาสต่างๆ ได้รับความนิยมและเป็นที่ต้องการของพสกนิกรทุกหมู่เหล่า โดยเฉพาะนักสะสมนั้นคงไม่ต้องพูดถึง

          “ศราวุฒิ วรพัทธ์ทวีโชติ” หรือ “คุณเจมส์” เจ้าของกิจการร้าน Siam Coin & Antiques “ร้านกษาปณ์เมืองสยาม” หรือ “ร้าน Siamcoin” และเลขานุการสมาคมเหรียญที่ระลึกไทย ให้ข้อมูลแก่ “คม ชัด ลึก” ว่า เหรียญที่ระลึกสมเด็จฯ เจ้าฟ้าสิรินธร หรือเหรียญที่ระลึก สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จัดสร้างออกมาหลายวาระ ซึ่งได้รับความนิยมจากนักสะสมต่างกัน โดยได้จัดอันดับความนิยมก่อนหน้านี้ไว้ 5 อันดับ ดังนี้

          1.เหรียญที่ระลึก เจ้าฟ้าสิรินธรทรงสำเร็จการศึกษา เหรียญที่ระลึกรุ่นนี้สร้างขึ้นเป็นที่ระลึกในโอกาสที่ สมเด็จฯ เจ้าฟ้าสิรินธรทรงเป็นบัณฑิตพระองค์แรกที่ทรงสำเร็จการศึกษาจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยของประเทศไทย เมื่อ พ.ศ.2520 เหรียญรุ่นนี้มีด้วยกัน 3 ชนิดราคา คือ 1 บาท 10 บาท ผลิตมาจากนิกเกิล และชนิดราคา 150 บาท ขนาด 35 มิลลิเมตร ผลิตจากเนื้อเงิน ซึ่งมีจำนวนการผลิต 1 แสนเหรียญ

          2.เหรียญที่ระลึก สถาปนาสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สร้างในโอกาสที่ สมเด็จฯ เจ้าฟ้าสิรินธร ได้รับการสถาปนาเป็น สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2520 เหรียญรุ่นนี้มี 3 ชนิดคือ ทองคำ มีราคาหน้าเหรียญ 2,500 บาท ผลิตออกมาเพียง 5,000 เหรียญเท่านั้น เนื้อเงิน เป็นชนิดราคา 150 บาท ผลิต 50,000 เหรียญ และเนื้อนิกเกิล ชนิดราคา 1 บาท ผลิตจำนวน 5 ล้านเหรียญ เหรียญตัวพิเศษคือเนื้อทองคำ ที่มีเลข 1 พิมพ์ทับ บนเลข 2500 มีราคานับแสนบาท

          3.เหรียญที่ระลึก สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระชนมายุ 36 พรรษา สร้างเมื่อ พ.ศ.2534 มีทั้งเหรียญธรรมดาและเหรียญขัดเงา แบ่งเป็น 2 ชนิด 3 ราคาคือ ชนิดเนื้อเงินราคา 600 บาท แบบขัดเงาผลิตเพียง 2,583 เหรียญ, ชนิดเนื้อนิกเกิลมีสองราคาคือ 10 บาท และ 2 บาท เหรียญนี้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเครื่องแบบทหารบกชั้นยศ นายพลตรีหญิง แห่งกองทัพไทย

          4.เหรียญที่ระลึก สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงรับรางวัลแมกไซไซ ผลิตเมื่อ พ.ศ.2534 แบ่งเป็น 3 ชนิด คือ เนื้อทองคำ ราคา 6,000 บาท มีทั้งแบบธรรมดาจำนวน 1,636 เหรียญ และแบบขัดเงาซึ่งผลิตออกมาน้อยมากแค่เพียง 500 เหรียญเท่านั้น, เนื้อเงิน ราคา 600 บาท มีทั้งแบบธรรมดาจำนวน 15,000 เหรียญ และแบบขัดเงาซึ่งผลิตออกมาน้อยมากแค่เพียง 1,000 เหรียญเท่านั้น, เนื้อนิกเกิล ราคา 10 บาท ผลิตเนื้อขัดเงาออกมา 2,111 เหรียญ ส่วนแบบธรรมดา 8 แสนเหรียญ และสุดท้าย ราคา 2 บาท ผลิตจำนวน 1.2 ล้านเหรียญ

          5.เหรียญที่ระลึก สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระชนมายุ 50 พรรษา สร้างเมื่อ พ.ศ.2548 มีทั้งเหรียญธรรมดาและเหรียญขัดเงา แบ่งเป็น 2 ชนิด 2 ราคาคือ ชนิดเนื้อเงินราคา 600 บาท แบบขัดเงาผลิตจำนวน 4,000 เหรียญ, แบบธรรมดาผลิต 15,000 เหรียญ, ส่วนชนิดเนื้อนิกเกิลราคา 20 บาท แบบขัดเงาผลิต 12,000 เหรียญ และแบบธรรมดา ผลิต 7 แสนเหรียญ

ที่สุดแห่งเหรียญกษาปณ์หลักล้าน

          ขณะเดียวกันในหมู่นักสะสมยังได้จัด 5 อันดับสุดยอดเหรียญกษาปณ์ไทยราคาหลักล้าน ที่ผู้คนตามหาแต่อาจไม่มีทางเจอ

          “ศราวุฒิ” บอกว่า ในวงการสะสมเหรียญกษาปณ์ 5 อันดับ มีสุดยอด ดังนี้ 1.เหรียญแต้เม้ง ทองคำ สมัยรัชกาลที่ 4 เป็นเหรียญที่สุดเกินจะไขว่คว้าของชาวบ้านธรรมดา เพราะมีเพียงไม่กี่เหรียญในโลกเท่านั้น พบเห็นในปัจจุบัน 3-4 เหรียญ และเชื่อว่าเหลือถึงปัจจุบันไม่ถึง 10 เหรียญ ผู้ที่ประดับเหรียญนี้ในอดีตเช่น ในหลวงรัชกาลที่ 4 และรัชกาลที่ 5 (สมัยทรงพระเยาว์)

          “เหรียญรุ่นนี้มีสองแม่ตรา ผลิตเมื่อ พ.ศ.2407 จากทองคำ มีขนาด 45 มิลลิเมตร ในยุคก่อนเจ้านายชั้นสูงจะนำมาประดับอย่างเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ปัจจุบันสามารถชมได้ที่ พิพิธภัณฑ์สำนักทรัพย์สินมีค่าของแผ่นดิน อยู่ขวามือทางเข้าวัดพระแก้ว ภายในพระบรมมหาราชวัง ส่วนในมือของนักสะสมมีชาวญี่ปุ่นประมูลได้ไปเมื่อหลายปีก่อนในราคาราว 15 ล้านบาท”

          2.เหรียญทองคำ ตราพระมหามงกุฎ-กรุงเทพ เหรียญนี้นักสะสมมือใหม่มักจะไม่ค่อยรู้จัก แต่ถ้านักสะสมเหรียญระดับกูรู หากไม่รู้อาจจะถือว่ายังไม่เข้าขั้น เพราะเป็นเหรียญกษาปณ์ราคาหลักล้านมานานมากแล้ว ปัจจุบันพบเพียงไม่เกิน 2-3 เหรียญเท่านั้น เหรียญรุ่นนี้ผลิตออกมาประมาณ พ.ศ.2399 โดยจะนำแผ่นทองคำมาตัดให้ได้ขนาดและน้ำหนัก 1 เฟื้อง และ 1 สลึง ใช้แม่ตราวางทับและตีด้วยค้อน จึงเป็นเหรียญแบบทำมือรุ่นแรกของสยาม แม้แต่รูปก็ยังหาชมยากมาก ส่วนราคาคงไม่กล้าประเมินเพราะว่าเฉพาะเนื้อเงินก็สูงเข้าหลักล้านมานานมากแล้วเช่นกัน

          3.เหรียญทองแดงพระพักตร์ตรง เหรียญรุ่นนี้เป็นเหรียญที่ผลิตมาเพียงเพื่อเป็นเหรียญตัวอย่างเท่านั้น ไม่มีการผลิตออกมาใช้กันจริง จึงเป็นเหรียญที่หายากมากๆ ปัจจุบันพบจำนวนเพียง 3 เหรียญในโลก เหรียญนี้เป็นเหรียญทองแดงเพียงหนึ่งในไม่กี่เหรียญที่แพงหลักแสนจนแตะทะลุหลักล้าน ผลิตเมื่อปี ร.ศ.124 เป็นเหรียญชนิดราคา เซี้ยว (เสี้ยว) หรือเท่ากับ 2 อัฐ (64 อัฐเท่ากับ 1 บาท) เป็นเหรียญเงินปลีกหน่วยเงินตราโบราณก่อนที่จะมาเปลี่ยนเป็นระบบ 100 สตางค์กับ 1 บาท ในปลายสมัยรัชกาลที่ 5

          4.เหรียญเงินพระนารายณ์ทรงสุบรรณ เป็นเหรียญที่ผลิตขึ้นมาดูเป็นตัวอย่างเท่านั้น จึงเป็นอีกหนึ่งเหรียญที่หายากมาก ถึงมากที่สุด ผลิตขึ้นในปี ร.ศ.126 (พ.ศ.2450) ขนาดความกว้าง 31 มิลลิเมตร เป็นเหรียญชนิดราคาหนึ่งบาท ด้านหน้าเป็นพระบรมรูปในหลวงรัชกาลที่ 5 ผินพระพักตร์เบื้องซ้าย มีพระปรมาภิไธย “จุฬาลงกรณ์” และ “บรมราชาธิราช” ด้านหลังของเหรียญเป็นรูป พระนารายณ์ทรงสุบรรณ มีข้อความ “สยามรัฐ ร.ศ.126” มีตัวอักษรบอกราคา “บาทหนึ่ง” ปัจจุบันคาดว่ามีเหลืออยู่ไม่เกิน 3-4 เหรียญเท่านั้น

          5.เหรียญหนวดต้นแบบ เหรียญหนวดนั้นเป็นเหรียญกษาปณ์ไทยที่เชื่อกันว่ามีคนผลิตปลอมขึ้นมามากที่สุดในประเทศ คาดว่ามีเหรียญปลอมมากกว่าหลายสิบล้านเหรียญ และมีของปลอมชั้นยอดมานานกว่า 30 ปีล่วงมาแล้ว เป็นเหรียญที่นักสะสมทุกคนต้องการเป็นเจ้าของ ตามข้อมูลระบุตัวเลขว่า ผลิตมากกว่า 1 ล้านเหรียญและก็มิใช่เหรียญกษาปณ์หมุนเวียน เนื่องจากเมื่อส่งมาถึง พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯ เสด็จสวรรคตก่อนที่จะมีการประกาศใช้ เหรียญรุ่นนี้จึงได้ใช้เป็นเหรียญพระราชทานในงานพระบรมศพ ซึ่งคาดว่าน่าจะมีผู้ได้รับจำนวนมากพอสมควร(ประชากรทั้งประเทศในยุคนั้นราวๆ 5 ล้านคน) เหรียญรุ่นนี้ตัวที่หายากคือ เหรียญตัวอย่างหรือ ESSAI ที่พบจำนวนน้อยมาก ราว 10 กว่าเหรียญ เหรียญตัวอย่างมีทั้งหมด 3 ชนิดราคาคือ หนึ่งบาท, สองสลึง และหนึ่งสลึง แต่เหรียญตัวอย่างที่หายากที่สุดคือ เหรียญที่ผลิตในปี ร.ศ.129 และก็มีพบกันอยู่เพียงแค่เหรียญเดียวเท่านั้นในปัจจุบันนี้ ซึ่งอยู่ในพิพิธภัณฑ์เงินตราในวังหน้าสนามหลวง ด้วยความที่มีหนึ่งเดียวในโลกของเหรียญนี้ จึงไม่สามารถประเมินมูลค่าเป็นตัวเลขได้