คอลัมนิสต์

เพราะเบนซ์จดประกอบคันเดียว

เพราะเบนซ์จดประกอบคันเดียว

12 ก.ค. 2559

เพราะเบนซ์จดประกอบคันเดียว : ขยายปมร้อน โดยศรายุทธ สายคำมี

          ก็ชัดเจนสำหรับเรื่องการเสนอชื่อสมเด็จพระราชาคณะ ที่มหาเถรสมาคมเลือกกันเมื่อต้นปี ว่าจะเสนอชื่อ สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ หรือ สมเด็จช่วง วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ เป็นสมเด็จพระสังฆราชพระองค์ใหม่

          จริงๆ ก็ไม่ได้เป็นเรื่องเป็นราวอะไรนักหรอก เพราะในที่ประชุม มหาเถรสมาคม สมเด็จพระราชาคณะ ที่อาวุโสสูงสุด ก็คือ สมเด็จช่วง วัดปากน้ำ

          ปัญหาก็คือ เป็นการประชุมที่มีคนปากดีไปค่อนแคะว่า แอบๆ ประชุม เพราะก่อนหน้านั้น มีความพยายามถามไถ่ เลขาฯ มหาเถรสมาคมว่ามีนัดประชุมกันเรื่องเสนอชื่อสมเด็จพระสังฆราชกันหรือเปล่า

          กว่า สำนักพระพุทธศาสนาจะยอมรับว่า มีประชุม ก็เลือกกันไปแล้ว เรื่องก็เรียบร้อยไปหมดแล้ว

          แต่ก็อย่างว่า ต่อให้เปิดสนามหลวง หรือพุทธมณฑล ประชุมกันกลางแจ้ง ถึงอย่างไรก็ต้องเลือก สมเด็จช่วง อยู่ดี

          ไม่ใช่อะไรหรอก เป็นเพราะกฎหมายพระ มาตรา 7 เขาว่าไว้อย่างนั้น

          ปัญหาก็คือ มีคนเขาถามว่า จะรีบไปไหน เพราะตอนนั้นเริ่มมีคนระแคะระคายเรื่องรถเบนซ์จดประกอบ ที่ก่อนหน้านั้น คนข้างวัดเขาก็เห็นออกมาวิ่งกันอยู่ในช่วงงานสมเด็จเกี่ยว

          แล้วก็เป็นเรื่องเป็นราวเมื่อกรมสอบสวนคดีพิเศษเข้าไปตรวจสอบ ก็ปรากฏว่า เป็นเบนซ์จดประกอบจริงๆ ไม่ผ่านการเสียภาษีจริงๆ

          แต่ดีเอสไอก็ไม่ได้สรุปว่า สมเด็จช่วง เป็นจำเลย หรือผู้ถูกกล่าวหาอะไร

          มีแต่ ไพบูลย์ นิติตะวัน ที่เอาสำเนาเช็ค 1 ล้านบาททีี่สมเด็จช่วงจ่ายซื้อรถเบนซ์ไปร้องมหาเถรสมาคมว่าสมเด็จช่วงมีเงินมากขนาดนี้เหมาะ ควรกับการเป็นพระหรือไม่

          เจตนาของ ไพบูลย์ อาจอยากรู้ว่า มหาเถรสมาคมคิดอย่างไรจริงๆ กับเรื่องนี้ที่เกี่ยวกับพระธรรมวินัย

          แต่สังคมโดยทั่วไปเข้าใจตรงกันว่า สมเด็จช่วงเป็นเจ้าของและครอบครองรถเบนซ์ ไม่ใช่ใครก็ไม่รู้เอามาถวาย

          เรื่องราวมันก็เลยบานปลายมาจนถึงวันนี้ วันที่ กฤษฎีกาตีความออกมาว่า การเสนอชื่อ สมเด็จช่วงขึ้นเป็นสมเด็จพระสังฆราชนั้น ไม่ขัดต่อ มาตรา 7 ของ พ.ร.บ.คณะสงฆ์

          ก็เลยทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ต้องตอบคำถามว่า เมื่อไม่ขัดกฎหมายแล้ว จะนำชื่อ สมเด็จช่วง ขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย หรือเปล่า

          ซึ่งก็ชัดเจนจาก พล.อ.ประยุทธ์ ว่า มติมหาเถรสมาคมไม่ผิดกฎหมาย ไม่ผิดขั้นตอน แต่ตัวสมเด็จช่วงยังมีปัญหาอยู่

          มันก็น่าคิด !

          ถึงเรื่องนี้จะเป็นเรื่อง “ทางโลก” แต่ถามว่า “ทางธรรม” จะเป็นเรื่องของ “โลกติเตียน” หรือไม่?

          จะไปบอกว่า ก็ญาติโยมเอามาถวาย แต่พอดูสำเนาเช็ค 1 ล้านที่ว่านั้นจะให้เข้าใจกันอย่างไร ?

          แถมตอนนี้ก็น่าเชื่อว่า เจ้าของอู่ที่จัดการเรื่องรถเบนซ์ให้ ก็คงปลิ้นไส้บอกกับดีเอสไอหมดแล้ว หลังจากขอเข้าไปเล่าความจริงให้ฟังเมื่อหลายเดือนก่อน

          ถ้าทั้งหมดนี้ เป็นสาเหตุสำคัญที่ต่อให้ สุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกฯ ตรวจสอบขั้นตอนข้อกฎหมายเรียบร้อยแล้วส่งชื่อสมเด็จช่วงให้ พล.อ.ประยุทธ์ พิจารณา พล.อ.ประยุทธ์ ก็จะไม่นำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย ก็คงไม่มีใครกล้าไปต่อว่า พล.อ.ประยุทธ์

          เว้นแต่กองเชียร์ สมเด็จช่วง ที่พระบางรูปเคยออกมาปลุกระดมเจ้าอาวาสทั่วประเทศให้ออกมาต้านการแก้มาตรา 7 ของ พ.ร.บ.คณะสงฆ์ ผ่านเว็บไซต์ แต่ก็ต้องรีบลบออกไป เพราะน่าจะรับรู้ว่า การทำแบบนั้น มันขัดคำสั่ง คสช.

          ต่อให้เป็นพระเขาก็ห้ามการชุมนุมเกิน 5 คน

          ถามว่า แล้วเรื่องนี้จะจบลงอย่างไร คำตอบคงอยู่ที่ดีเอสไอว่า จะทำคดีรถเบนซ์จดประกอบคันเจ้าปัญหาจบลงเมื่อใด

          เพราะตอนนี้ รถจดประกอบแน่ๆ แต่คนยังอยู่