คอลัมนิสต์

ตั้งสติชี้อนาคตชาติ

ตั้งสติชี้อนาคตชาติ

11 ก.ค. 2559

ตั้งสติชี้อนาคตชาติ : บทบรรณาธิการประจำวันที่11ก.ค.2559

            เหลือเวลาอีกไม่ถึง 1 เดือนที่คนไทยทั้งชาติจะต้องร่วมกันตัดสินอนาคตทางการเมืองของตัวเอง ด้วยการไปลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญในวันที่ 7 สิงหาคม ขณะที่บรรยากาศทางการเมืองยังคงมีการเคลื่อนไหวทั้งบนดินและใต้ดินกับกลุ่มที่เห็นต่างจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)และรัฐบาล จึงเป็นอีกหนึ่งปัญหาที่รัฐบาลต้องเร่งแก้ไขและทำความเข้าใจเพื่อให้บ้านเมืองก้าวเข้าสู่การเป็นประชาธิปไตย ให้การเลือกตั้งเกิดขึ้นได้ในปี 2560 ตามโรดแม็พที่คสช.ได้วางไว้ และนั่นเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เกิดศูนย์รักษาความสงบแห่งชาติขึ้นมา เป็นหน่วยงานหนึ่งในการบูรณาการแสวงหาความร่วมมือ 3 ฝ่าย ซึ่งประกอบไปด้วย กระทรวงมหาดไทย สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. และสุดท้าย คสช. เพื่อให้การทำประชามติเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

            รัฐบาลและคสช.เร่งขับเคลื่อนทุกองคาพยพเพื่อปลดล็อกประเทศโดยเร็ว หวังให้ประชาชนไปลงประชามติให้มากที่สุด มีความพยายามเสริมสร้างองค์ความรู้ให้แก่ชาวบ้านที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลความเจริญได้รับรู้ถึงเนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญ ผ่านข้าราชการในพื้นที่ และครู ข. ครู ค. เป็นวิทยากรชี้ให้เห็นข้อดี ข้อเสีย ในร่างรัฐธรรมนูญ ก่อนตัดสินใจคว้าปากกากาช่องความเห็นโดยปราศจากการชี้นำและอิทธิพลของหัวคะแนนนักการเมืองในพื้นที่ แต่กระนั้นยังคงมีวิชามารโผล่ออกมาให้เห็นเป็นระยะๆ โดยเฉพาะการแจกจ่ายร่างรัฐธรรมนูญเลียนแบบออกมา มีการใช้หน้าปกเดียวกันกับเอกสารที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.)จัดทำ เพื่อแจกให้แก่ประชาชนในพื้นที่ภาคเหนือ แต่เนื้อหาภายในไม่ใช่ ท่ามกลางความสงสัยว่าเนื้อหาที่จัดพิมพ์นั้นขัดต่อพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติหรือไม่

            ไม่เพียงการแจกเอกสารปลอมแปลงเท่านั้น แต่ยังมีการจัดเสวนาโหนกระแสประชาธิปไตยที่พุ่งเป้าโจมตีไปที่รัฐบาลและคสช. การแสดงความคิดเห็นผ่านโซเชียลมีเดียอย่างหลากหลาย มีการเคาะประตูแพร่ข่าวหากรัฐธรรมนูญผ่านประชามติ โครงการ 30 บาทรักษาทุกโรคจะหายไป เบี้ยผู้สูงอายุต้องยกเลิก หรือทหารจะเป็นนายกรัฐมนตรีไปตลอด วิชามารเหล่านี้ก็เพื่อต้องการทวงอำนาจที่ตัวเองและพวกพ้องต้องสูญเสียไป จึงพุ่งเป้าไปที่การก่อเกิดของคสช.ซึ่งมาจากวิธีพิเศษเป็นจุดอ่อนหยิบยกขึ้้นมาโจมตี ซึ่งคสช.เองก็ไม่ต้องการให้ฝ่ายที่เห็นต่างวิพากษ์วิจารณ์ร่างรัฐธรรมนูญในลักษณะว่าคสช.มีเจตนาแอบแฝง เป็นการเบี่ยงเบนให้ประชาชนไม่ได้มองที่เนื้อหาอย่างละเอียด

            โค้งสุดท้ายก่อนการลงประชามติ คงมีการเคลื่อนไหวอย่างผิดปกติให้เห็นชัดเจนขึ้น มีความพยายามของกลุ่มการเมืองบางกลุ่มจะเดินทางไปต่างประเทศโดยไม่ได้นัดหมายเพื่อร่วมฉลองอะไรบางอย่าง บางกลุ่มก็เร่งสร้างผลงานให้คนที่อยู่ต่างประเทศได้ประจักษ์ รัฐบาลและคสช.ต้องติดตามและรู้ให้เท่าทันถึงวิธีการทุกรูปแบบในการต่อต้านรัฐธรรมนูญฉบับนี้อย่างเต็มที่ เนื่องจากเป็นยาแรงที่สกัดกลุ่มนักเลือกตั้งไม่ให้เข้ามาทำอะไรตามใจชอบเหมือนในอดีต มีองค์กรตรวจสอบที่เข้มแข็ง มีบทลงโทษอันรุนแรงสำหรับการทุจริตถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองตลอดชีวิต ดังนั้นคนไทยควรจะแยกแยะจากการเรียนรู้ปรากฏการณ์ในอดีตที่ประเทศบอบช้ำมาร่วม 10 ปี โดยใช้สติในการตัดสินใจครั้งสำคัญ วันที่ 7 สิงหาคม ในการร่วมชี้ชะตาประเทศไทย