
การเมืองเขมรโหด! ดับนักวิจารณ์ปากกล้า
การเมืองเขมรโหด! ดับนักวิจารณ์ปากกล้า
ตอนสายวันอาทิตย์ที่ 10 กรกฎาคม 2559 เกิดเหตุคนร้ายบุกยิง แกม เลย์ (Kem Ley) นักวิเคราะห์การเมืองอิสระ เสียชีวิต ขณะที่เขากำลังนั่งดื่มกาแฟ อยู่ในร้าน Star Mart สถานีบริการน้ำมัน CALTEX กลางกรุงพนมเปญ
ต่อมา โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติกัมพูชา เปิดเผยว่า แกม เลย์ (Kem Ley) หัวหน้ากลุ่มประชาธิปไตยเพื่อชาวรากหญ้า หรือ “ขะแมร์เพื่อขะแมร์” ถูกยิง 3 นัดเสียชีวิต
การบุกสังหารโหด แกม เลย์ ผู้ที่วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลสมเด็จฮุนเซน อยู่เป็นประจำ ย่อมได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนทั้งในและนอกประเทศ
แกม เลย์ เป็นชาวเขมรที่ไปอาศัยอยู่ในสหรัฐฯ ช่วงสงครามเขมร 4 ฝ่าย เขาเพิ่งเดินทางกลับมาบ้านเกิดเมื่อไม่กี่ปีมานี้ โดยทำตัวเป็นนักวิจารณ์การเมืองอิสระ และเป็นขาประจำของสื่อต่างชาติ
นอกจากนี้ แกม เลย์ ยังสวมหมวกเอ็นจีโอ จับงานด้านประชาธิปไตยรากหญ้า โดยนำพาชาวเขมรที่ยากไร้ต่อสู้เพื่อสิทธิชุมชน ปกป้องทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ฝ่ายรัฐบาลสมเด็จฮุนเซน และพรรคประชาชนกัมพูชา จึงมองว่า แกม เลย์ เป็นแนวร่วมของพรรคฝ่ายค้าน
ท่ามกลางบรรยากาศการเมืองกัมพูชาที่ร้อนระอุ ระหว่างสมเด็จฮุนเซน กับ สมรังสี ผู้นำกอบกู้ชาติซีเอ็นอาร์พี เพราะพรรครัฐบาลกับพรรคฝ่ายค้าน ได้เริ่มการหาเสียง เพื่อการเลือกตั้งท้องถิ่นปี 2560 และเลือกตั้งทั่วไปปี 2561 กันอย่างถึงพริกถึง
ขิงแล้ว
เมื่อกลางสัปดาห์ที่แล้ว Global Witness เอ็นจีโอต่างชาติ ที่เล่นเรื่องคอร์รัปชั่นและสิ่งแวดล้อม ได้ออกรายงานฉบับใหม่ Hostile Takeover ตีแผ่อาณาจักรทางธุรกิจของ “ตระกูลฮุน” โดยให้รายละเอียดว่าตลอดระยะเวลา 30 ปีในตำแหน่งผู้ทรงอำนาจที่สุดในกัมพูชาฮุนเซนและตระกูลของเขาสร้างเนื้อสร้างตัวขึ้นมาอย่างไรและครอบครองอะไรบ้างในประเทศ
ยกตัวอย่างครอบครัวของสมเด็จฮุนเซน มีบริษัทจดทะเบียนในครอบครองถึง 114 แห่ง มีทุนรวมกันมากกว่า 200 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ ในจำนวนนี้ 103 บริษัทลูกๆของฮุนเซนนั่งเป็นประธานและผู้บริหารด้วยตัวเอง 44 บริษัท
รายงานเปิดโปง “ตระกูลฮุน” สร้างความไม่พอใจให้แก่สมเด็จฮุนเซน และลูกๆ เป็นอย่างมาก
ฝ่ายรัฐบาลเชื่อว่า เอ็นจีโอต่างชาติจับมือลับๆ กับพรรคซีเอ็นอาร์พี ปล่อยข้อมูลชิ้นนี้ออกมา เพื่อดิสเครดิตสมเด็จฮุนเซน
พลันที่มีข่าว แกม เลย์ ถูกยิงเสียชีวิต สมรังสี ผู้นำฝ่ายค้านที่ลี้ภัยอยู่ในยุโรป ก็แสดงความเห็นผ่านเฟซบุ๊คว่า รัฐบาลกัมพูชามีส่วนรู้เห็นในการตายของนักวิจารณ์การเมืองฝีปากกล้า



