
ใช้ม.44ลุยนายทุนรุกป่าทั่วประเทศ
ใช้ม.44ลุยนายทุนรุกป่าทั่วประเทศ : บทบรรณาธิการประจำวันที่7ก.ค.2559
รัฐบาลชุดปัจจุบันได้ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราว ปี 2557 ซึ่งถือเป็นอำนาจเบ็ดเสร็จของหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เพื่อให้การบริหารประเทศเป็นไปอย่างราบรื่น โดยไม่ต้องติดขัดเรื่องขั้นตอนกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องเพื่อไม่ให้เกิดความล่าช้า รวมไปถึงนโยบายสำคัญในเรื่องปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่นด้วย ที่ผ่านมาการใช้มาตรา 44 ได้มีคำสั่งออกมาหลายสิบฉบับทั้งเรื่องการโยกย้ายข้าราชการเพื่อการบริหารที่รวดเร็ว ซึ่งมีทั้งกรณีการทำงานที่ขาดประสิทธิภาพ การถูกกล่าวหาถึงความไม่โปร่งใส และบางคำสั่งก็ออกมาเพื่อแก้ปัญหาสังคม อาทิ กรณีนักเรียนตีกันใช้อาวุธจนถึงแก่ความตาย เป็นต้น โดยคำสั่งเหล่านี้ถือเป็นยาแรงที่ใช้แก้ไขปัญหาเฉพาะจุดเฉพาะเรื่องอย่างฉับพลันทันด่วน
ล่าสุดมีคำสั่งที่ 35/2559 เรื่องมาตรการในการแก้ไขปัญหาการครอบครองและใช้ประโยชน์ที่ดินป่าภูทับเบิก ในท้องที่ ต.วังบาล และ ต.บ้านเนิน อ.หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์ ซึ่งเป็นพื้นที่ป่า ตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 ที่อยู่ในพื้นที่ชั้นคุณภาพลุ่มน้ำ ชั้นที่ 1 A ชั้นที่ 1 B และชั้นที่ 2 ซึ่งเป็นแหล่งต้นน้ำลําธารที่สําคัญของแม่น้ำป่าสัก ถูกบุกรุกถือครองนําไปก่อสร้างโรงแรม สถานที่พักตากอากาศ และร้านค้า ซึ่งสิ่งก่อสร้างมีความไม่มั่นคงแข็งแรงอีกทั้งปิดกั้นทางไหลของน้ำและเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติภัย รวมทั้งส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศด้วย ดังนั้นจึงใช้อำนาจตามมาตรา 44 ให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองสิ่งปลูกสร้างออกจากพื้นที่ พร้อมยึด รื้อถอน ทําลายสิ่งปลูกสร้างให้ป่าภูทับเบิกกลับคืนสภาพเดิมหรือใกล้เคียงสภาพเดิม
ปัญหาการบุกรุกภูทับเบิกมีมานานแล้ว ซึ่งแต่เดิมมติคณะรัฐมนตรีได้ให้จัดสรรที่ดินทำกินแก่ชาวเขาในพื้นที่ดังกล่าว แต่เมื่อเวลาผ่านไปกลุ่มนายทุนได้เข้ามาครอบครองที่ดินทำกินเหล่านั้น และสร้างรีสอร์ท สถานที่พักตากอากาศขึ้นมาจนปัจจุบันภูทับเบิกถือว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อและมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากไปพักผ่อน ในขณะที่สาธารณูปโภคไม่สามารถรองรับได้อย่างเพียงพอ ทั้งเรื่องเส้นทางคมนาคม ระบบการจัดการเรื่องขยะ แต่สิ่งที่ต้องคำนึงความสำคัญคือจะให้ภูทับเบิกเติบโตไปในทิศทางใด หากยึดวัตถุประสงค์เดิมพื้นที่นี้ก็จะเป็นแหล่งทำกินที่ปลูกกะหล่ำปลีจนมีชื่อเสียง แต่ถ้าจะพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวก็ต้องเน้นเป็นท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ และต้องแก้ปมการใช้ที่ดินให้ถูกต้องตามกฎหมายด้วย
เฉกเช่นเดียวกับปัญหานายทุนรวมทั้งนักการเมืองที่อยู่เบื้องหลังอีกจำนวนไม่น้อยที่บุกรุกป่าสงวนสร้างโรงแรมที่พักหรูหราตามแหล่งสวยงามหรือเกาะแก่งต่างๆ ทั่วประเทศ ก็ยังเป็นปมปัญหาที่ต้องตามแก้ไขซึ่งมีพื้นที่ถูกบุกรุกอีกจำนวนมากเช่นกัน เมื่อรัฐบาลประกาศแต่เริ่มแรกที่เข้ามาบริหารประเทศว่าจะขจัดสิ่งเหล่านี้และยึดคืนผืนป่าทรัพยากรธรรมชาติของชาติกลับคืนมาก็ต้องดำเนินการอย่างจริงจัง เพราะเสียงสะท้อนและคำครหาที่ว่ารัฐมุ่งแต่จัดการกับปลาซิวปลาสร้อยแต่ตัวการใหญ่ๆ ยังลอยนวล จะทำให้เกิดการเปรียบเทียบประหนึ่งว่ารัฐดำเนินการสองมาตรฐานและเกิดคำถามว่ามีการเอื้อประโยชน์ให้แก่กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งหรือไม่ เมื่อรัฐใช้มาตรา 44 กับภูทับเบิกแล้วคงจะเห็นการใช้ยาแรงกับพื้นที่อื่นด้วยเช่นกัน



