
ศปป.ส่งโรดแม็พรับเลือกตั้งปี60
ศปป.ส่งโรดแม็พรับเลือกตั้งปี60 : ตะลุยกองทัพ โดยจิตตราภรณ์ เสนวงศ์
กว่า 2 ปี ของศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป ภายใต้การกำกับดูแลของ พล.ท.ณัฐ อินทรเจริญ รองเสนาธิการทหารบก ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป (ศปป.) ในการกำหนดแนวทางสร้างบรรยากาศความปรองดองสมานฉันท์ ผ่านหน่วยงาน ส่วนราชการและองค์กร เพื่อยุติความขัดแย้งและรวบรวมข้อมูล ข้อเสนอแนะของประชาชนทุกกลุ่ม สรุปวิเคราะห์กำหนดเป็นแนวทางแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง
ล่าสุดในวันที่ 6-7 กรกฎาคมนี้ ที่กองทัพภาคที่ 1 พล.อ.ณัฐ ประชุมร่วมกับกระทรวงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงกลาโหม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงยุติธรรม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สภาความมั่นคงแห่งชาติ เพื่อบูรณาการจัดทำโรดแม็พของ ศปป.รองรับการเลือกตั้งในปี 2560 เพื่อส่งให้รัฐบาลชุดใหม่สานต่อ โดยโรดแม็พดังกล่าวจะส่งให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้ารักษาความมั่นคงแห่งชาติ (คสช.) พิจารณาในวันศุกร์นี้
สำหรับการประชุมเบื้องต้นร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสรุปและเขียนแผนงาน พร้อมให้แต่ละฝ่ายกลับไปคิดว่าแต่ละหน่วยงานมีกลยุทธ์หรือยุทธศาสตร์ในการสร้างความปรองดองอย่างไรเพื่อให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ส่วนการดำเนินงานใดที่ไม่เกิดผลก็ให้ตัดทิ้งเพื่อประหยัดงบประมาณและให้นำข้อสรุปมาบูรณาการร่วมกันอีกครั้งในที่ประชุมครั้งต่อไป
“หัวหน้า คสช.ต้องการดูแผนการสร้างความปรองดองของ ศปป.หลังจากทำงานครบ 2 ปี เพื่อรองรับการเลือกตั้งในปี 2560 ว่าการปรองดองจะเดินหน้าตามโรดแม็พอย่างไร โดยเน้นการสร้างความรัก ความสมานฉันท์ของคนในชาติ และทำอย่างไรไม่ให้เกิดความขัดแย้งในอนาคต ซึ่งขณะนี้ทุกกระทรวงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีแผนงานของตัวเองแล้ว แต่ต้องมาบูรณาการร่วมกันและจัดทำเป็นโรดแม็พส่งให้หัวหน้า คสช.พิจารณาวันศุกร์นี้” แหล่งข่าวจาก ศปป. กล่าว
สำหรับการทำงานของ ศปป.ตลอดปี 2557 ได้จัดกิจกรรมต่างๆ เพื่อให้ประชาชนทุกกลุ่ม หยุดการเคลื่อนไหวทางการเมืองในช่วงที่สังคมมีความขัดแย้งทางความคิดอย่างหนักและสุ่มเสี่ยงนำไปสู่ความรุนแรง โดยให้ประชาชนหันหน้ามาร่วมกิจกรรม พบปะกัน เพื่อสร้างบรรยากาศที่ดี ในขณะที่ปี 2558 ดำเนินการในขั้นที่ 2 ของ คสช. มุ่งเน้นทุกภาคส่วนสร้างจิตสำนึกเป็นพลเมืองที่รู้คุณค่าความเป็นไทย
อย่างไรก็ตาม ในปี 2559 นี้ ศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป ยังรับมอบหมายให้ติดตามความคืบหน้าโครงการประชารัฐ อาทิ โครงการหมู่บ้านละ 5 ล้านบาท พร้อมติดตามผลความพึงพอใจและประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับ ตลอดจนถึงปัญหาข้อติดขัด เพื่อนำไปสู่การสร้างความปรองดองสมานฉันท์ที่ยั่งยืน



