ความใฝ่ฝันของเด็กๆในการกระทำรุนแรง
ความใฝ่ฝันของเด็กๆในการกระทำรุนแรง : โลกตำรวจ โดยปนัดดา ชำนาญสุข
การคุกคามของบริบทเสี่ยงที่จะก่อให้อาชญากรรมที่รุนแรงเพิ่มขึ้นอย่างมากในสังคมปัจจุบันและอนาคต โดยที่ผู้กระทำผิดมีแนวโน้มขยายวงสู่โลกของเด็กและเยาวชน
ในอดีต ปรากฏการณ์ของการกระทำรุนแรงเกิดขึ้นในกลุ่มนักศึกษาที่มักเรียกขานกันด้วยสรรพนามว่า “เด็กขายาว”
ในอดีต เด็กขายาวที่กระทำรุนแรงจำกัดวงอยู่เพียงสถานศึกษาเพียงไม่กี่แห่ง และพบว่าผู้เชี่ยวชาญและผู้มีอำนาจหน้าที่รับผิดชอบทั้งหลายกลับไม่สามารถแก้ไขปัญหาการกระทำรุนแรงของเด็กขายาวเพียงไม่กี่สถาบันได้
ปล่อยให้การกระทำรุนแรง การก่ออาชญากรรม การกระทำที่ผิดกฎหมายยังคงดำรงอยู่อย่างต่อเนื่องและทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น
สิ่งที่จำเป็นต้องตระหนักและสมควรถูกตั้งคำถามอย่างมาก คือ สิ่งที่สังคมและกฎหมายระบุว่าไม่ดี ไม่ถูกต้อง ผิดกฎหมายนั้น ทำไมจึงกลายเป็น “ความใฝ่ฝันของเด็กรุ่นน้อง...รุ่นต่อๆ มา”?
จนกระทั่งปรากฏการณ์การกระทำรุนแรงได้กลายเป็นวิถีของเด็กขาสั้นด้วย ไม่ได้จำกัดวงอยู่เพียงนักศึกษา แต่ขยายวงมายังเด็กนักเรียนชั้นมัธยม และกำลังจะแผ่ขยายลงไปถึงระดับชั้นประถม ?
ความล้มเหลวในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น และการป้องกันเพื่อยุติปัญหาการกระทำรุนแรงในเด็กและเยาวชนไม่ประสบผลสำเร็จเพราะอะไร ?
ยุติได้หรือยังกับคำที่ชอบใช้ในการกล่าวอ้างที่ว่า พ่อแม่ต้องรับผิดชอบ?(ถึงแม้ว่าจะมีความจริงส่วนหนึ่ง) เพราะหากรัฐใช้เพียงวาทกรรมเช่นนี้ รัฐคงต้องทบทวนว่า กฎหมายต่างๆ ที่รัฐตั้งใจใช้บังคับให้พ่อแม่รับผิดชอบนั้น มีตัวบทกฎหมายหรือข้อบังคับใดบ้างที่สามารถปฏิบัติได้จริง ?
เสียงของพ่อแม่ที่พูดอ้อนวอนขอร้องว่า “ฉันก็ไม่รู้จะทำยังไงกับมันแล้ว...ช่วยฉันทีเถอะ” จะเป็นเสียงที่เพียงพอต่อการหันกลับมาลองทบทวนอีกสักครั้งหรือไม่ว่า
รัฐจะสนับสนุน แนะนำ ช่วยเหลือ พ่อแม่ผู้ปกครองที่ต้องการความช่วยเหลือในการดูแล พัฒนาบุตรหลานของพวกเขาได้อย่างไรบ้าง ? นอกเหนือไปจากการจับลูกและจับพ่อแม่ผู้ปกครอง!!!!!
ประเทศไทยกำลังประสบปัญหาท้องไม่พร้อมในกลุ่มเด็กและเยาวชนที่เพิ่มมากขึ้น...สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่า เด็กและเยาวชนไทยในยุคสมัยต่อแต่นี้ไปจะเกิดขึ้นมาจากความไม่พร้อมที่จะมีลูกของพ่อแม่ และแน่นอนย่อมไม่พร้อมในการอบรม เลี้ยงดู และพัฒนาลูกของเขาด้วย
ถ้าผู้บริหารประเทศ ผู้เชี่ยวชาญและผู้ที่มีหน้าที่ความรับผิดชอบทั้งหลายยังไม่เปลี่ยนมุมมอง และวิธีคิด โดยยังคงติดกรอบกับดักอยู่เพียงการผลักภาระความรับผิดชอบไปให้พ่อแม่ผู้ปกครองแต่เพียงเท่านั้น
รัฐก็จำต้องยอมรับความล้มเหลวในการพัฒนาเด็กและเยาวชนไทยเพื่อให้เป็นทรัพยากรที่สำคัญในการพัฒนาประเทศชาติต่อไป
ปัญหานี้ใหญ่พอที่รัฐจะต้องกลับมาทบทวนการทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้วหรือยัง ?
ปัญหาความรุนแรงในโรงเรียนที่ทวีความรุนแรงมากขึ้นเป็นปรากฏการณ์ที่สะท้อนให้เห็นความล้มเหลวในการบริหารการศึกษาใช่หรือไม่ ?
กระทรวงศึกษาธิการ ถือเป็นกระทรวงที่มีหน้าที่หลักในการพัฒนาคุณภาพของทรัพยากรมนุษย์ในสังคมไทย ทั้งในด้านสติปัญญา จิตใจ และ สำนึกรับผิดชอบต่อสังคม
การคัดเลือก สรรหา เจ้ากระทรวงที่รับผิดชอบงานใหญ่ที่ต้องมีฝีมือในการสะสางทั้งปัญหาเก่าและต้องคิดเชิงรุกเพื่อวางแผนพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของชาติทั้งระบบ ไม่ใช่เรื่องง่าย
ความล้มเหลว และล้าหลังในการพัฒนาคนที่เป็นหน้าที่หลักและความรับผิดชอบของกระทรวงนี้นั้น มีจุดเริ่มต้นที่ “ผู้บริหารประเทศในทุกยุคทุกสมัยล้วนติดกรอบกับดักความคิดว่า กระทรวงนี้มีความสำคัญเป็นอันดับรอง”?
ไม่ใช่กระทรวงในฝัน ไม่ใช่กระทรวงเกรดเอ ?
ไม่ใช่กระทรวงที่ถูกจับจ้อง กำกับ ติดตาม ตรวจสอบจากสังคม ทั้งๆ ที่ปรากฏการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในทุกเมื่อเชื่อวันได้สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจน
ชัดเจนมากกว่าผลผลิตในประเด็นของการที่ต้องตอบคำถามให้ได้ว่า กระทรวงศึกษาธิการมีผลงานในการพัฒนาวิธีคิด สติปัญญา จิตใจ และสำนึกในความรับผิดชอบต่อสังคมในฐานะพลเมืองที่ดีให้แก่เด็กและเยาวชนของชาติอย่างไร ?
สุดท้าย คือ สถานการณ์จากสถิติคดีที่พบว่า ผู้กระทำผิด และผู้กระทำผิดซ้ำในเด็กและเยาวชนที่มีแนวโน้มรุนแรง และเพิ่มมากขึ้นนั้น คือ รูปธรรมที่บ่งบอกได้อย่างชัดเจนว่า
เมื่อไหร่ก็ตามที่ต้นทางของการพัฒนาเด็กและเยาวชนไทยยังไม่เปิดใจในการพัฒนาในฐานะเจ้าภาพหลัก และแสวงหาแนวร่วมที่เข้มแข็งในการแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชนที่กระทำรุนแรงอันเป็นภาพสะท้อนของความล้มเหลวในการพัฒนาสติปัญญา จิตใจ และสำนึกรับผิดชอบต่อสังคมที่สะสมเรื้อรังมาอย่างยาวนาน
ก็อย่าได้คาดหวังว่า การทำหน้าที่ของทุกส่วนงานในกระบวนการยุติธรรมจะบรรลุประสิทธิผลในการป้องกันปราบปราม
ปัญหาต้องแก้ไขที่สาเหตุต้นทาง!!!!! และโปรดลืมคำว่า “พ่อแม่ต้องรับผิดชอบ" เพราะพ่อแม่เขาก็ต้องการความช่วยเหลือจากหน่วยงานต่างๆ อยู่เช่นกัน



