ทำไมไม่ชอบนักการเมือง
ทำไมไม่ชอบนักการเมือง : ขยายปมร้อน โดยศรายุทธ สายคำมี
ถึงแม้ว่า การประเมินคะแนนเสียงการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ของหน่วยงานด้านความมั่นคง ล่าสุดจะพบว่า โอกาสที่ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้จะผ่านการทำประชามติ จะมีสูงกว่า การถูกคว่ำ แต่ก็ยังพบว่า “แรงต้าน” ที่คิดว่าจะแผ่วลง ยังคงแข็งขืนกันอยู่ในบางพื้นที่
หน่วยงานด้านความมั่นคง มอกว่า นั่นอาจเป็นเพราะเนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ลิดรอนผลประโยชน์ที่นักการเมืองเคยได้รับ แต่นับจากนี้อาจกลายเป็นความผิด
แต่ที่ทำให้คะแนนเสียงประชามติดีวันดีคืนนั้น น่าจะเป็นเพราะการอัดฉีดเม็ดเงินงบประมาณ ตำบลละ 5 ล้าน หมู่บ้านละ 2 แสน ที่เข้าไปในจังหวะที่ภัยแล้งกำลังคุกคามชาวบ้านอย่างหนัก
นั่นทำให้กระแสรับรู้ถึงเนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญ “เข้าถึง” ชาวบ้านในพื้นที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งหน่วยงานด้านความมั่นคงบอกว่าไปถึง 60% เลยทีเดียว จากที่ก่อนหน้านี้ มีโพลล์ไปสำรวจระบุว่า ชาวบ้านถึง 81% ไม่รับรู้เนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญ
ว่ากันตามจริงแล้ว คสช.ไม่น่าจะห่วงอะไร หากจะมีนักการเมืองออกมาเคลื่อนไหวก่อนที่จะมีการลงประชามติในวันที่ 7 สิงหาคม เพราะไม่ว่าร่างรัฐธรรมนูญจะผ่านหรือไม่ผ่าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. ก็มีแผนรองรับอยู่แล้ว
แต่ดูเหมือนท่าทีของ คสช.ก็ไม่ได้วางใจกับตัวเลขที่เพิ่มมากขึ้น
เห็นได้จากการตั้ง ศูนย์รักษาความสงบเรียบร้อย โดยใช้กลไกของกระทรวงมหาดไทย ที่โดยปกติแล้ว ดูแลตั้งแต่เกิดยันตาย เข้ามากระชับอำนาจในเรื่องนี้ด้วย
ทั้งที่ความจริงแล้ว ทหารยังคง “รักษาความปลอดภัย” อยู่เต็มพื้นที่อยู่แล้ว
การกระชับอำนาจในโค้งสุดท้ายก่อนลงประชามติน่าจะเป็นส่วนสำคัญที่ถูกวางเอาไว้แล้ว
เพราะกลไกของกระทรวงมหาดไทยนั้น เมื่อให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้อำนวยการศูนย์ระดับจังหวัด ที่จะกำกับดูแลอำเภอ ที่นายอำเภอก็จะเป็นผู้อำนวยการศูนย์ระดับอำเภอ
ทั้งที่ปกติ นายอำเภอ ก็เป็นผู้บังคับบัญชาตรงของ กำนันและผู้ใหญ่บ้านอยู่แล้ว เพียงแต่ครั้งนี้เป็นภารกิจที่ดูเหมือนว่า จะพลาดไม่ได้
เพราะดูจากสภาพความเป็นจริงที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็น กรณี คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ที่จะไปรวมนักการเมืองมาพูดคุยเพื่อหาทางออกให้ประเทศ หรือก่อนหน้านั้น จตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช.ประกาศจะเดินคนละทางกับ สุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนฯ ในการลงมติรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ กลายเป็นความเห็นต่างรอบใหม่ที่ไม่อาจมองข้าม
วันลงประชามติ กลายเป็นวันที่สุ่มเสี่ยงต่อความแตกแยกขึ้นมาอีกครั้ง !
นั่นอาจจะเป็นที่มาของการขยายให้เห็นความต้องการที่แท้จริงของนักการเมืองของ พล.อ.ประยุทธ์ ในการให้สัมภาษณ์เมื่อวันศุกร์
นั่นอาจจะเป็นเจตนาที่ พล.อ.ประยุทธ์ พยายามจะบอกกับประชาชนคนทั่วไปว่า แท้จริงแล้ว นักการเมืองไม่ได้ต้องการความปรองดอง แต่อยากจะได้นิรโทษกรรม
นักการเมืองไม่เพียงไม่รับผิดชอบ หากแต่ต้องการหลุดพ้นจากบ่วงกรรม ไม่ต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม แม้ว่าสิ่งที่ได้ทำลงไปนั้นเป็นการละเมิดกฎหมาย
เพราะฉะนั้น อย่าได้สงสัยว่า เหตุใดร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ จึงมีกลิ่นอายของความชังนักการเมือง รวมทั้งมีบทบัญญัติลงโทษนักการเมืองหากเข้ามามีอำนาจแล้วกระทำความผิด โดยเฉพาะเรื่องของการทุจริตอย่างรุนแรง



