คอลัมนิสต์

ม.44เบ็ดเสร็จแก้นักเรียนตีกัน?

ม.44เบ็ดเสร็จแก้นักเรียนตีกัน?

04 ก.ค. 2559

ม.44เบ็ดเสร็จแก้นักเรียนตีกัน? : บทบรรณาธิการประจำวันที่4ก.ค.2559

           ปัญหาการทะเลาะวิวาทของนักเรียน นักศึกษา ถูกหยิบยกขึ้นเป็นวาระชาติอีกครั้ง หลังการประชุมการขับเคลื่อนและปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดิน ที่มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและรมว.กลาโหม เป็นประธาน ซึ่งที่ประชุมมีแนวคิดให้นักเรียนตีกัน ซึ่งส่วนใหญ่จะมีอายุระหว่าง 18-20 ปี จะถูกคัดเลือกชื่อขึ้นบัญชีดำหรือแบล็กลิสต์เป็นทหารเกณฑ์ทันทีเมื่อศึกษาจบและอายุเข้าเกณฑ์ ก็จะถูกคัดเลือกเป็นทหารเกณฑ์ทันที โดยไม่ต้องผ่านการตรวจเลือกทหาร ซึ่งขณะนี้กำลังศึกษาข้อกฎหมายและความเหมาะสมอยู่ จากที่ก่อนหน้านี้ 4 เหล่าทัพได้เข้ามามีบทบาทในการแก้ไขปัญหา แต่นักเรียนอาชีวะต่างสถาบันใช้อาวุธห้ำหั่นกัน โดยนำไปเข้าค่ายฝึกอบรมระเบียบวินัยร่วมกัน เพื่อให้เกิดความรักและสามัคคี รวมถึงการให้บริการช่วยเหลือประชาชนในโอกาสต่างๆ

           พฤติกรรมยกพวกตีกันของกลุ่มนักเรียนอาชีวะเป็นปัญหาที่หมักหมมมานาน จากความเชื่อในเรื่องศักดิ์ศรีสถาบัน การสร้างความยอมรับในกลุ่ม วัยที่คึกคะนอง ที่นับวันจะมีความรุนแรงขึ้นจากเดิมชกต่อย ไม้ที เหล็กฟุต สนับมือ มาเป็นเหล็กขูดชาฟท์ มีด ดาบ ปืนปากกา ระเบิดขวด มาถึงปืนจริงที่นับวันจะหาซื้อในอินเทอร์เน็ตได้ง่ายขึ้น จึงเกิดเหตุการณ์รุนแรงท้าทายอำนาจรัฐจากกลุ่มนักเรียนนักเลงเหล่านี้ ไล่เรียงไปเร็วนี้ก็เป็นนักเรียนหญิงวัย 17 ปี แผนกช่างยนต์ของวิทยาลัยช่างอุตสาหกรรมแห่งหนึ่งย่านมีนบุรี ถูกอาวุธปืนลูกซองยิงเสียชีวิตขณะซ้อนรถจักรยานยนต์กับเพื่อนย่านรามอินทรา หรือเด็กอาชีวะขี่รถจักรยานยนต์ประกบรถเมล์ก่อนชักปืนยิงมีผู้ได้รับบาดเจ็บถึง 4 คน ล่าสุดพ่อเด็กนักเรียนอาชีวะปี 1 ได้โพสต์รูปลูกที่นอนโคม่าร้องเรียนผู้นำประเทศช่วย หลังถูกอาชีวะต่างสถาบันไล่ฟันจนบาดเจ็บสาหัส

           รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือคสช. มีความห่วงใยในเรื่องนี้เป็นอย่างมาก หลายครั้งที่นักเรียน นักศึกษาตีรันฟันแทงกัน ก็จะมีเรื่องน่าสะเทือนใจตามมา ชาวบ้านที่ไม่ลูกอีโหน่อีเหน่จะได้รับความเดือดร้อนจากการถูกลูกหลง ถึงขั้นบาดเจ็บ เสียชีวิต ไม่ใช่คู่อริโดยตรง จึงใช้อำนาจตาม มาตรา 44 แก้ไขปัญหานักเรียนตีกัน เนื่องด้วยมาตรการทางกฎหมายที่มีอยู่ไม่สามารถป้องกันและแก้ไขปัญหาได้ทันต่อสถานการณ์ จึงจำเป็นต้องกำหนดมาตรการเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อการปฏิรูปและจัดระเบียบในสังคมให้ดีขึ้น มีบทลงโทษไม่เพียงผู้ก่อเหตุเท่านั้น แต่ยังมีมิติโยงไปถึงพ่อ แม่ ผู้ปกครอง อาจารย์ และรุ่นพี่ หากพบว่าเกี่ยวข้องหรือปล่อยปละละเลยก็จะถูกดำเนินคดี ซึ่งมีโทษทั้งจำและปรับด้วย

           นับวันเหตุการณ์อันน่าเศร้าทำนองนี้เกิดขึ้นถี่ และทวีรุนแรงมากขึ้นจนบทลงโทษที่ผุดออกมาเป็นเพียงเสียงขู่ที่เด็กกลุ่มนี้ไม่ได้ใส่ใจอะไร ลำพังแต่ภาครัฐเพียงฝ่ายเดียวจะมาแก้ไขปัญหาให้สำเร็จในชั่วพริบตาคงไม่ง่าย ครั้นจะเพิ่มบทลงโทษให้รุนแรงขึ้นก็อาจจะถูกมองและต่อต้านจากสังคมได้ จึงเป็นหน้าที่ของทุกฝ่ายต้องสร้างความเข้าใจให้ตรงกัน เริ่มจากครอบครัว การปลูกฝังค่านิยมนักเรียนตั้งแต่เข้ามาสถานการศึกษา เรื่องคุณธรรม จริยธรรม เป็นตัวของตัวเอง รวมไปถึงบุคลากรในสถาบัน รุ่นพี่ เป็นต้น ซึ่งทุกฝ่ายจะต้องไม่ปล่อยปละละเลย รวมแรงร่วมใจสร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้สถาบันอาชีวะไม่ได้น่ากลัวในสายตาของผู้ปกครองและบุคคลภายนอก ตรงเป้าหมายของรัฐบาล ที่ผลักดันให้เยาวชนมาเรียนในสายอาชีพกันมากขึ้น