คอลัมนิสต์

คสช.แก้ทาง'แรงต้าน'

คสช.แก้ทาง'แรงต้าน'

04 ก.ค. 2559

คสช. แก้ทาง'แรงต้าน' : ขยายปมร้อน โดยอนพัทย์ ดีช่วย สำนักข่าวเนชั่น

           สัปดาห์ที่ผ่านมาถือเป็นสัปดาห์ที่เรื่องราวการเมืองมีความคึกคักเข้มข้น ควบคู่ไปกับอากาศที่อึมครึมด้วยเมฆฝนไปเสียส่วนใหญ่ กับเส้นทางที่เดินมาโค้งสุดท้ายอีกเพียงแค่ราว 1 เดือน กับอีกไม่กี่วัน ก็จะเปิดคูหาให้เข้ากาบัตรลงคะแนนเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญในวันที่ 7 สิงหาคมนี้ กันแล้ว

           และเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน ที่ผ่านมา ล็อกปมคำถาม ในเรื่องมาตรา 61 วรรคสอง ของ พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ ก็ถูกคลี่คลายลงด้วยมติเอกฉันท์ว่า ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ จากที่ก่อนหน้านี้มีความกังวลกันว่า หากข้อกฎหมายนี้เกิดติดขัดจะเกิดผลต่อการเดินหน้าสู่วันกาบัตรอย่างไร

           ขณะที่การเคลื่อนไหวฝั่งการเมืองก็มีไอเดียแนวคิดใหม่จาก “หญิงหน่อย” สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ บุคคลระดับ “เจ๊ใหญ่” พรรคเพื่อไทย เสนอให้มีการนัดตั้งวงหารือกันของอดีต ส.ส.จากพรรคต่างๆ เพื่อหาทางออกร่วมกันหาทางออกประเทศ เนื่องจากเป็นส่วนหนึ่งของสาเหตุปัญหา

           ทว่าแนวคิดนี้กลับถูกเบือนหน้าจากฝ่ายผู้บริหารประเทศในช่วงข้ามวัน เพราะหากตีโพยตีพายก็อาจหลงเกมเสียเครดิตให้ทางต้นเรื่องกันไปฟรีๆ

           ทั้งนี้ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกรัฐมนตรีเอง แม้จะเหมือนฮึ่มใส่ แต่เปรยว่ายอมผ่อนปรนให้ ถ้าเป็นการพูดคุยกันแบบลับๆ ไม่ต้องเอิกเกริก ซึ่งก็คงไม่ไปจับต้องจ้องมองชนิดตาไม่กะพริบขนาดนั้น เพราะอำนาจในมือที่พยายามใช้ล็อกฝ่ายการเมืองอยู่ตอนนี้ก็โดนโจมตีหนักพอตัวอยู่แล้ว

           แถมยังพูดเองว่า หากมีวงพูดคุยของ “เจ๊หน่อย” เกิดขึ้นจริง ข้อเสนอก็คงไม่พ้นการ “นิรโทษกรรม” โดยใช้คำว่า “ปรองดอง” ห่อใส่มาส่งที่ตึกไทยคู่ฟ้า กระนั้นก็ดี การเปิดเวทีพูดคุยในอนาคตนั้นมีอยู่ในไอเดียเป็นเครื่องเคียงของ “โรดแม็พ” อยู่แล้ว เพียงแต่ “บิ๊กตู่” ยังมองว่าตอนนี้ยังไม่ใช่เวลา 

           “ไปคุยกันเงียบๆ แล้วส่งมา แต่เท่าที่รู้ตอนนี้ที่จะส่งมาคือเรื่องทำอย่างไรจะเร่งเรื่องของการนิรโทษกรรม ทำอย่างไรจะมีเรื่องการปรองดอง” นายกฯ ชิงดักทาง

           ด้านความเคลื่อนไหวของสองฝั่งแกนนำที่งัด “เฟซบุ๊กไลฟ์” มาสื่อสารกับมวลชน ในประเด็นเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญ แม้ในช่วงแรก “บิ๊กตู่” และคสช.เองก็ดูเพ่งๆ เล็งๆ อยู่ แต่ก็ผ่านมาร่วม 1 สัปดาห์แล้ว ที่ทั้งสองถ่ายทอดสดอย่างต่อเนื่อง ซึ่งก็เหมือนกับเป็นการปล่อยและเปิดช่องให้หายใจบ้าง จากที่ก่อนหน้านี้ได้ฟันเปรี้ยงปิดศูนย์ปราบโกงประชามติของกลุ่ม นปช.มาแล้ว รวมถึงการเดินทางไปต่างประเทศเช่นกัน ถึงแม้จะมีภาพการเดินทางไปพบอดีตนายกฯ ฝ่ายมีอำนาจก็ยังคงตีไฟเขียวถึงการปลดล็อกคำสั่งนี้คงเดิม 

           แม้จะยอมเปิดช่องผ่อนมือ แต่รัฐบาลก็เดินหมากอีกสเต็ป ด้วยการส่งคณะบินไปคุยทำความเข้าใจกับสหประชาชาติ (ยูเอ็น) พร้อมหอบหลักฐานไปให้พิจารณาด้วยว่า ฝ่ายไหนเคลื่อนไหวทำอะไรบ้าง ซึ่งก่อนหน้านี้ “บิ๊กตู่” เปิดเผยเองว่า ต่อสายคุยกับ “บัน คี มุน” ด้วยตัวเองมาแล้ว

           เมื่อมองจากภาพรวมตรงนี้ การเปิดช่องลดการ์ดลงในช่วงนี้ถือว่าเป็นสิ่งที่ฝ่าย คสช.มองเห็นว่ามีความสำคัญ เพื่อจะได้หยั่งทางกับแรงต้านในสังเวียนที่มาสู่ยกสำคัญได้ดีขึ้น

           คงวิเคราะห์มาแล้วว่า หากยังฝืนเข้มกดล็อกไปทุกอย่าง ไม่วายจะเพลี่ยงพล้ำเสียเอง!