คอลัมนิสต์

'ขังรอระบาย'ไม่ใช่เรื่องเล่น

'ขังรอระบาย'ไม่ใช่เรื่องเล่น

30 มิ.ย. 2559

'ขังรอระบาย'ไม่ใช่เรื่องเล่น :  กระดานความคิด โดยคนที วิถีไทย

ในระยะหลายปีมานี้ คนต่างจังหวัด โดยเฉพาะกลุ่มที่ปากท้องของพวกเขายังต้องพึ่งพิงอยู่กับเรือกสวนไร่นา นั่นหมายถึงว่า ต้องขึ้นกับความเมตตาปรานีของเทวดาฟ้าดินที่พวกเขาต้องฝากผีฝากไข้เอาไว้อีกทอดหนึ่งด้วย จัดได้ว่า ตกอยู่สถานการณ์ลำบากยากเข็ญเป็นอย่างยิ่ง เพราะสภาพอากาศร้อนและแล้งจัด ที่ถูกซ้ำเติมความรุนแรงด้วยการบริหารจัดการน้ำแบบไม่เอาอ่าวเอาประเทศ

คนต่างจังหวัดเป็นทุกข์เพราะไม่สามารถทำเกษตรกรรมเพาะปลูกได้ ส่วนคนเมืองใจคอไม่ดี ด้วยข่าวสารที่กรอกหูเกือบทุกวันว่า น้ำดิบที่จะนำมาผลิตเป็นประปาให้ดื่มกินและซักล้างอาจจะไม่เพียงพอ หรืออาจเลวร้ายถึงคราวต้องแบ่งสันปันส่วนเหมือนในหนัง

แต่ถึงอย่างไร เมื่อฝนฟ้ามาหนักเข้าจริงๆ คนกรุงเทพฯ ก็ลืมความวิตกกังวลเรื่องขาดแคลนน้ำกินน้ำใช้นั้นเสียสิ้น เหตุการณ์เฉพาะหน้าคือสภาวะที่พวกเขาแคร์เหนืออื่นใด จึงไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาดกับอาการรับไม่ได้กับวิบากกรรมซ้ำซาก ฝนตก รถติด แต่จะพูดออกมาตรงๆ คงไม่ถนัดปาก เพราะน้ำในเขื่อนยังคงแห้งเหือด ทางออกที่พอจะระบายความขุ่นเคืองจึงไปลงที่เพลทไวรัล "น้ำขังรอระบาย”

คนกรุงเทพฯ จำนวนไม่น้อย คงจะหลงลืมอะไรบางอย่างซึ่งเป็นเรื่องสำคัญยิ่ง สิ่งนั้นก็คือ ความมักง่ายที่ร่วมกันทำร้ายเมืองของพวกเขาเอง ผสมปนเปอย่างกลมกลืนไปกับสภาพ "ฝนน้อยผิดปกติ” จนรูร่องช่องระบายทางน้ำทั้งเล็กและใหญ่ ไม่ได้ออกอาการ “เจ็บป่วย” เหมือนลำไส้อุดตัน ฟ้องให้เห็นว่ามันถูกขวางด้วยสิ่งปฏิกูล ของเหลือใช้ หรือแม้แต่ใบไม้อันถมทับติดต่อกันมาเป็นเวลานานหลายปี

นี่จึงเป็นเรื่องปกติ เมื่อฝนตกลงมาครั้งใดไม่ว่ามากหรือน้อย จะในรอบพันปี ร้อยปี หรือยี่สิบห้าปีก็ตามมา ล้วนเป็นเหตุให้น้ำท่วมขังรอระบายในทุกกรณี

หากใครจะให้ความเห็นใจคุณชายสักนิด ก็ควรจะคิดวิเคราะห์ และพยายามทำความเข้าใจไปพร้อมกันว่า ภาวะน้ำท่วมขังรอระบายนั้น แท้จริงแล้วเป็นไปตามคำอธิบายความแตกต่างระหว่างน้ำขังกับน้ำท่วมหรือไม่ เหตุใดน้ำจึงขังและระบายไม่ทัน

ปรากฏการณ์น้ำท่วมฉับพลันที่เมืองขอนแก่นเมื่อวันก่อน ก็น่าจะเป็นอีกโมเดลหนึ่งซึ่งสามารถใช้เป็นใบเสร็จอ้างอิงช่วยคุณชายได้อีกแรงว่า น้ำขังรอระบายนั้นเป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นได้ในทุกๆ หัวเมือง ที่รูร่องช่องระบายตีบตันคับแคบคือกัน

ยังมีอีกหลายเมืองที่หน้าฝนปีนี้ ผู้คนแห่งเมืองนั้นๆ จะต้องประสบกับชะตากรรมเดียวกับคนกรุงเทพฯ คือตกน้อยตกมาก ก็ท่วมขัง รถติด หงุดหงิด อารมณ์เสีย และจำต้องหาช่องระบายความคับแค้นแทนการระบายน้ำไปพลาง

ใครก็ตามที่ยังอาศัยอยู่ใต้ร่มชายคาบ้านเรือนที่ยังมีระบบรางน้ำจะพอเข้าใจได้ว่า การปลูกต้นไม้ใหญ่ ไม้สูง ไม้ทิ้งใบรายรอบจะต้องหมั่นปัดกวาดดูแลรางน้ำทุกปีที่เกิดภาวะฝนแล้ง หรือฝนตกไม่สม่ำเสมอเท่าที่ควร จนกระแสน้ำในรางระบายมีไม่มากและมีแรงพอช่วยกวาดเอาใบไม้สู่ท่อน้ำรับช่วงต่อไปได้ อาจเดือดร้อนถึงขนาดน้ำล้นราง สร้างความเสียหายภายในตัวบ้านไม่น้อยไปกว่าน้ำท่วมขังฉับพลันที่เห็นๆ กันอยู่กลางเมือง

มีข้อปฏิบัติหนึ่งถึงการปลูกไม้รอบบ้าน(ไม่เกี่ยวกับเรื่องความเชื่ออันจับต้องยาก) สำคัญที่สุดก็คือ นอกจากห้ามเลือกพันธุ์ไม้ที่มีรากชอนไชที่จะสร้างความเสียหายแก่ฐานรากแล้ว ไม้ทิ้งใบต่างๆ ก็ควรจะปลูกให้ห่างหลังคามากที่สุด ซึ่งอย่างหลังนี้ดูเหมือนจะผิดจากจริตคนเมืองที่ต้องการความร่มรื่นชื่นใจจากร่มไม้คลุมชายคา

หน้าฝนปีนี้ หน่วยพยากรณ์ทางวิทยาศาสตร์ทั้งหลาย คาดการณ์เอาไว้ว่า ปริมาณน้ำฝนจะมีมากจากลานีญา อ่างเก็บน้ำของเขื่อนต่างๆ ก็จะได้น้ำต้นทุนกลับคืนมาหลังจากถูกถ่ายทิ้งลงทะเลไปอย่างเหลวไหล

แต่สำคัญก็คือ ทุกๆ คนในเมืองจะต้องทำใจกับวิบากกรรม "น้ำขังรอระบาย” ซึ่งเป็นของจริง แต่ขาดการพิสูจน์ทางกายภาพ เพราะต้องอาศัยฝนตกอย่างทั่วถึงสม่ำเสมอ ช่วยชะล้างรูช่องร่องระบาย ซึ่งหลายปีที่ผ่านมา ไม่เป็นเช่นนั้น