คอลัมนิสต์

ความจริงที่แก้ไขยาก

ความจริงที่แก้ไขยาก

29 มิ.ย. 2559

ความจริงที่แก้ไขยาก : บทบรรณาธิการประจำวันที่29มิ.ย.2559 

มาตรา 44 ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ใช้โยกย้ายข้าราชการตำรวจที่มีปัญหาตั้งแต่ก่อนหน้านี้ เช่น ปัญหาส่วยนาตารี ที่ฝ่ายปกครองบุกเข้าจับหญิงต่างด้าวที่เข้ามาค้าประเวณี ประเด็นที่นางออง ซาน ซูจี เดินทางเข้ามาตรวจเยี่ยมประชาชนคนพม่า ที่เข้ามาขายแรงงานใน จ.สมุทรสาคร และทางภาคใต้ของประเทศไทย เรื่องการถูกรีดเงินจากเจ้าหน้าที่รัฐ เข้าข่ายการค้ามนุษย์ การจับบ่อนการพนันใน จ.สงขลา  ซึ่งผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ถูกเชือดเข้ากรุ รวมถึงข่าวเกี่ยวกับการซื้อขายตำแหน่งข้าราชการตำรวจด้วย เหล่านี้ทั้ง

หมดก็ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ คนที่เฝ้าติดตามก็ไม่ได้ตื่นเต้น เพียงแต่ครั้งนี้เป็นข่าวก็เพราะมีผู้นำต่างชาติเข้ามาและมีเสียงกระซิบถึงปัญหาดังกล่าวนายกรัฐมนตรีคงทนไม่ได้ จึงลงดาบเป็นการเชือดให้แขกผู้มาเยือนชมด้วย แต่ในแง่ของประเทศไทยเรื่องเหล่านี้กลายเป็นสิ่งปกติ กลายเป็นความเคยชินสำหรับข้าราชการตำรวจไปแล้ว เพราะส่วยกับคนสีกากีกลายเป็นของคู่กัน และมีอยู่ทุกระดับเหมือนกับหยิกเล็บก็เจ็บเนื้อ

ปัญหาเงินนอกระบบในบ้านเราเลยกลายเป็นความคุ้นเคย เหมือนๆ จะกลายเป็นวัฒนธธรรมกลายๆ ไปแล้ว ตรงนี้อันตราย เพราะตราบใดที่ผู้บริหารประเทศหรือหัวหน้าหน่วย แต่กระทั่งฝ่ายการเมืองละเลยแล้วละก็คอร์รัปชั่นจะกัดกินสังคมบ้านเราและคนรุ่นต่อไปจะรู้สึกเป็นขนบประเพณีของข้าราชการไทยไปโดยไม่รู้ตัว ถึงตรงนั้นประเทศไทยจะถอยหลังเข้าคลองแน่นอน ในช่วงที่รัฐบาลมีอำนาจเบ็ดเสร็จ ในหลายครั้งของการปฏิวัติรัฐประหาร เหตุผลหลักๆ คือ การหยุดยั้งทุจริตคอร์รัปชั่น และเป็นสิ่งที่ประชาชนส่วนใหญ่พึงพอใจ ที่ผ่านมารัฐบาลจากการเลือกตั้งของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ก็ถูกยึดอำนาจจากเหตุผลนี้ด้วยเช่นกัน ประชาชนอยากเห็นความต่อเนื่อง อยากเห็นความเอาจริงเอาจัง ไม่ใช่กระทำแล้วก็ปล่อยผ่าน ไม่มีความคืบหน้าแล้วก็หาจุดอื่นเพื่อสร้างข่าวต่อไป อันนี้ประชาชนเริ่มมองออกถึงความเสียเปล่า แม้รัฐบาลทหารจะมีอำนาจเต็มไม้เต็มมือ แต่ก็ไม่ได้แก้ไขอะไรจริงจังนัก ตรงกันข้ามกลับมีเสียงนินทากับปัญหาเหล่านี้เสียเอง บางเรื่องอาจเยอะกว่ารัฐบาลจากการเลือกตั้งเสียอีก ข้าราชการฉ้อราษฎร์บังหลวงกันไปทั่ว แต่ไม่มีใครสนใจ เผอิญตำรวจใกล้ชิดกับประชาชน หาเงินง่าย เลยพรั่งพรู
มากกว่าหน่วยงานอื่น ซึ่งก็ไม่ได้ยิ่งหย่อนกว่ากันนัก หรืออาจจะมากกว่าตำรวจเสียด้วยซ้ำ แต่ไม่ได้เป็นข่าวเหมือนกับตำรวจ

การทุจริตคอร์รัปชั่นจะเกิดขึ้นไม่ได้เลย ถ้าผู้บังคับบัญชาแต่ละระดับไม่เล่นด้วยหรือรู้เห็นแบบเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ ตัวอย่างกรณีแรงงานต่างด้าวซึ่งเป็นเสมือนอาหารหลัก ที่มีเงินนอกระบบจำนวนมาก เดี๋ยวนี้ตำรวจฉลาดๆ จะไม่เลือกพื้นที่ในเมืองแล้ว กลับไปเล็งพื้นที่โรงงานเสียส่วนใหญ่เพราะเรียกเก็บส่วยได้ถนัดมือ ผู้ใหญ่ก็ไม่ได้สนใจ ทำให้บรรดาแรงงานที่บางส่วนถูกกดขี่บ้าง ถูกเอารัดเอาเปรียบเริ่มมีปฏิกิริยา ข้อมูลเกี่ยวกับการจ่ายส่วยจึงเริ่มปรากฏเป็นทางการมากขึ้น ยิ่งประเด็นการค้ามนุษย์ที่ทั่วโลกให้ความสำคัญ เรื่องสิทธิมนุษยชน ที่มีหลายองค์กรคอยติดตาม จึงเป็นเรื่องใหญ่ แต่ในความสำคัญระดับนานาชาติ การควบคุมไม่ให้เกิดการทุจริตคอร์รัปชั่นกลับไม่ได้เข้มข้นพอที่จะลงโทษให้เจ้าหน้าที่เกิดความเข็ดหลาบ หรือแม้แต่คดีอาญาด้วยซ้ำ การทุจริตคอร์รัปชั่นในความผิดที่ไม่ใช่ส่วนบุคคลหรืออาชญากรรมร้ายแรง กลายเป็นแหล่งเงินที่เจ้าหน้าที่รัฐแสวงหา จนปัจจุบันคดีความที่เจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้องถ้าไม่มีผลกระทบต่อชาวบ้านก็ไม่ได้ความสนใจจากผู้บังคับบัญชาหรือผู้มีอำนาจที่จะลงมาดูแล เมื่อคอร์รัปชั่นกลายเป็นเรื่องธรรมดาของสังคม ก็จะเกิดความเคยชินเป็นว
ัฒนธรรมด้านลบที่ถูกมองข้าม เรื่องแบบนี้ต้องใช้อำนาจเฉพาะจากรัฐบาลที่คุมอำนาจเบ็ดเสร็จอย่างปัจจุบันเท่านั้น