คอลัมนิสต์

วิพากษ์ร่างรัฐธรรมนูญจาก'สุเทพ'ถึง'ทุกคน'

วิพากษ์ร่างรัฐธรรมนูญจาก'สุเทพ'ถึง'ทุกคน'

29 มิ.ย. 2559

วิพากษ์ร่างรัฐธรรมนูญจาก'สุเทพ'ถึง'ทุกคน' : ขยายปมร้อน สำนักข่าวเนชั่น โดย อรรถยุทธ บุตรศรีภูมิ

อีกไม่ถึงหนึ่งเดือนครึ่ง ประเทศไทยก็จะมีการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญเป็นครั้งที่สองของประเทศ แต่หากไปสำรวจในพื้นที่ต่างๆ จะพบความตื่นตัวต่างกัน หากสำรวจในพื้นที่เมือง ที่มีความเบื่อหน่ายและชินชากับการเมือง ก็แทบจะไม่มีความรู้เกี่ยวกับเรื่องประชามติเลย บางคนถึงขั้นที่ว่า ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะมีการลงประชามติในวันที่ 7 หรือวันที่ 7 จะมีการลงประชามติเรื่องอะไร มิพักต้องพูดถึงเนื้อหาในร่างรัฐธรรมนูญที่จะเป็นการตัดสินอนาคตของประเทศ

ขณะที่หากไปถามในเขตที่ห่างจากตัวเมืองไป ความตื่นตัวในเรื่องนี้จะมีมากกว่า แต่หากถามถึงเนื้อหา ความรับรู้ของพวกเขาก็ไม่ได้อยู่ในระดับที่ดีกว่ากันอะไรมากมาย แต่สุดท้ายพวกเขาก็จะไปลงประชามติด้วยเป้าหมายอย่างหนึ่ง

ดังนั้นคนเมื่อปราศจากความรู้ในเรื่องที่จะไปตัดสินใจอย่างถ่องแท้เช่นนี้ การกากบาทก็ย่อมจะต้องอยู่บนหลักความเชื่อ และอาจอยู่บนพื้นฐานการตัดสินใจด้วยแรงขับทางการเมือง มิได้อยู่บนพื้นฐานของข้อมูล ซึ่งก็น่าสงสารกรรมการร่างรัฐธรรมนูญที่การตัดสินใจของประชาชนอาจไม่ได้พิจารณาจากผลการทำงานของพวกเขา

สิ่งที่น่าสนใจคือ หากคนในเมืองซึ่งถูกตั้งสมมุติฐานว่าน่าจะเป็นฐานหลักสำหรับคนที่มีแนวโน้มจะรับร่างรัฐธรรมนูญถ้าเพิกเฉยเสียแล้ว การพาร่างฯ ฉบับนี้ให้ไปถึงฝั่งอาจเป็นเรื่องยาก เราจึงเห็นการที่ “สุเทพ เทือกสุบรรณ” อดีตแกนนำม็อบที่เป็นหนึ่งในเงื่อนไขทำให้คณะทหารเข้ามาทำการรัฐประหาร ออกมาทำภารกิจอีกครั้งในการปลุกมวลชน กปปส. ที่อาจหลับใหลให้ออกมาช่วยกันโหวตรับร่างรัฐธรรมนูญ

โดยยุทธวิธีของอดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์คนนี้ ที่กลายร่างมาเป็น “ลุงกำนัน” ได้ออกมาพูดวิพากษ์ให้เห็นข้อดีของร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อที่จะบอกว่า แนวทางที่ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่วางเอาไว้นั้นเป็นแนวทางเดียวกับการต่อสู้ของ กปปส. โดยเฉพาะเรื่องการปฏิรูป ซึ่งเขาจะพูดเรื่องนี้ทุกวันในเวลาประมาณ 14.00 น. ผ่านช่องทางสื่อใหม่ที่กำลังเป็นที่นิยมอย่างเฟซบุ๊กไลฟ์

แน่นอนว่า ทันทีที่ “สุเทพ” ทำนั้น คู่ปรับคนสำคัญอย่าง “จตุพร พรหมพันธุ์” ประธาน นปช. ก็ไม่ปล่อยให้โอกาสนี้ผ่านไปง่ายๆ และย้อนเกล็ดด้วยการใช้วิถีทางเดียวกัน กล่าวคือพูดวิพากษ์ร่างรัฐธรรมนูญผ่านช่องทางเฟซบุ๊กไลฟ์เช่นเดียวกัน

ทันทีที่ “สุเทพ” พูดก็มีเสียงออกมาบอกว่า ปล่อยให้พูดได้อย่างไร เพราะที่ผ่านมาการพูดในทำนองไม่รับร่างรัฐธรรมนูญกลับถูกตีความว่าเป็นการปลุกระดม หลายคนที่ถูกจับกุมคุมขัง จากการกระทำที่ถูกมองว่าเป็นการรณรงค์ให้ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ดังนั้นเมื่อมีคนมาพูดสนับสนุนทุกคนจึงจับตาว่าผู้มีอำนาจรัฐจะทำอย่างไร

อย่างไรก็ตามเราต้องกลับมายืนบนหลักการว่า การทำประชามติที่ถูกต้องจำเป็นต้องมีสิ่งที่เรียกว่า การรับรู้ข้อมูลข่าวสารอย่างถูกต้อง การรับรู้เรื่องที่จะทำอย่างรอบด้านและถี่ถ้วน เปิดพื้นที่ให้มีการถกเถียงกันอย่างเต็มที่ไม่ว่าฝ่ายใด

และการวิพากษ์รัฐธรรมนูญนั้น ยากที่จะบอกว่าเป็นการบิดเบือนหรือไม่ เพราะเป็นการตีความกฎหมายที่แต่ละคนสามารถมองผลที่จะเกิดได้ต่างๆกัน

ดังนั้นการกระทำของ “สุเทพ” จึงต้องยืนยันว่าเป็นสิทธิที่พึงกระทำได้ และต้องไม่มีใครไปห้ามการกระทำของเขา เพราะถือว่าเป็นสิทธิของประชาชนทุกคนในการแสดงความเห็นและเชิญชวนผู้อื่นในเรื่องที่กำลังจะเป็นการตัดสินอนาคตของเราทุกคน

การห้ามการกระทำของ “สุเทพ” จึงไม่ควรเกิดขึ้นด้วยประการทั้งปวง

และเช่นเดียวกัน การกระทำของคนอื่นในทางตรงข้ามที่ไม่เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญก็ไม่ควรถูกห้ามด้วยเช่นกัน เพราะถือเป็นสิทธิและเสรีภาพที่พึงมี ซึ่งจะส่งผลต่อการตัดสินใจของคนในชาติ

ที่รัฐพึงระวังคือ การอนุญาตให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งกระทำได้แต่เพียงฝ่ายเดียว ขณะที่อีกฝ่ายกลับถูกระดมกวาดล้างประหนึ่งเป็นอาชญากรรม พฤติกรรมเช่นนี้เองหากเกิดขึ้นรังแต่จะทำให้ประชามติมีความชอบธรรมน้อยลง เพราะมองได้เห็นถึงความลำเอียงและเจตนาอันมิชอบ

ดังนั้นเส้นทางที่ถูกต้องและควรกระทำกับการประชามติคือ เปิดพื้นที่ให้สองฝ่ายได้นำเสนอข้อมูลในแบบของตัวเองอย่างเท่าเทียม มิใช่การเลือกปิดฟากใดฟากหนึ่ง หรือกระทั่งการเลือกปิดทั้งสองฟากเพื่อปิดปากไม่ให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้ใช้สิทธิที่พึงมีของตัวเอง