คอลัมนิสต์

ม.44ยาสามัญประจำบ้าน

ม.44ยาสามัญประจำบ้าน

24 มิ.ย. 2559

ม.44ยาสามัญประจำบ้าน  : อรรถยุทธ บุตรศรีภูมิรายงาน

           อำนาจตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราว ที่ให้แก่ หัวหน้า คสช.  ถือเป็นอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาด อยู่เหนือสิ่งใด เพราะสามารถออกคำสั่งใดก็ได้โดยให้ถือว่าถูกต้องตามกฎหมาย แปลง่ายๆ ว่าไม่ต้องมีการตรวจสอบหรือรับผิดใดๆ ทั้งสิ้น 

           อำนาจเช่นนี้เอง หลายคนหวาดหวั่นว่าจะเป็นอำนาจที่ใช้อย่างไม่ถูกต้องชอบธรรม และจะถูกนำมาจัดการกับเรื่องใหญ่ แต่ปรากฏว่าที่ผ่านมาหัวหน้า คสช. มีการประกาศคำสั่งโดยอาศัยอำนาจตามมาตรานี้เป็นจำนวนมาก เฉพาะปีนี้ยังไม่หมดครึ่งปีแรกมีการออกคำสั่งมาแล้ว 32 ฉบับ เพื่อแก้ไขปัญหาในหลายเรื่อง

           ดังนั้น จึงขอรวบรวมทั้งหมดมาเพื่อให้เห็นภาพและรายละเอียดว่าคำสั่งที่ออกมานั้นมีอะไรและเพื่ออะไร

           คสช. ฉบับที่ 1/2559 เรื่องประกาศรายชื่อเจ้าหน้าที่ของรัฐที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบเพิ่มเติมครั้งที่ 3 เป็นการให้ผู้มีรายชื่อที่ถูกระบุว่าเกี่ยวข้องกับ "การทุจริต" หรือถูกระบุว่าต้องปรับปรุงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของงานอันเป็นประโยชน์ต่อการปฏิรูป ต้องยุติการปฏิบัติหน้าที่ และในจำนวนนี้กลุ่มที่เป็นกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพอยู่ด้วยจำนวน 7 ราย และหนึ่งในนั้นคือ นพ.วิชัย โชควิวัฒน รองประธานคนที่สอง

           ฉบับที่ 2/2559 เรื่องการแก้ไขปัญหาการปฏิบัติหน้าที่ของ กรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) โดยให้ดำเนินการสรรหากรรมการกองทุน สสส. แทนผู้ที่ถูกปลดจากคำสั่งฉบับที่ 1/2559

           ฉบับที่ 3/2559 เรื่อง การยกเว้นการใช้บังคับกฎหมายว่าด้วยการผังเมือง และกฎหมายการควบคุมอาคารในพื้นที่ เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ ซึ่งมีเนื้อหาให้ยกเว้นการใช้กฎหมายสองฉบับคือ กฎหมายผังเมือง และกฎหมายควบคุมอาคาร ในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษประกอบด้วย เขตเศรษฐกิจพิเศษจังหวัดตาก และเขตเศรษฐกิจพิเศษจังหวัดหนองคาย โดยให้เหตุผลว่าเพื่อให้สอดคล้องกับแนวทางพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ ซึ่งจะทำให้การบริหารจัดการทำได้อย่างรวดเร็ว

           ฉบับที่ 4/2559 เรื่องการยกเว้นการบังคับกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวม สำหรับการประกอบกิจการบางประเภท โดยมีเนื้อหาให้ยกเว้นการบังคับใช้กฎกระทรวงให้บังคับใช้ผังเมืองรวมตามกฎหมายว่าด้วยการผังเมืองที่มีผลบังคับใช้อยู่หรือที่จะบังคับใช้ใน 1 ปี สำหรับการประกอบกิจการคลังน้ำมันตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิงและการประกอบกิจการโรงงานลำดับที่ 88 ตามกฎกระทรวง (2535) เพื่อเป็นการปลดล็อก โซลาร์ฟาร์ม

           ฉบับที่ 5/2559 เรื่องมาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพในการปฏิบัติราชการ โดยให้มีการออกแบบประเมินประสิทธิภาพข้าราชการใหม่ และให้มีการเปิดอัตรากำลังเป็นกรณีพิเศษในสำนักงาน กพ. 50 อัตรา โดยเป็น ตำแหน่งระดับสูงเพื่อรองรับการโยกย้ายข้าราชการออกจากตำแหน่งระหว่างถูกตรวจสอบ

           ฉบับที่ 6/2559 เรื่อง การคัดเลือกหรือแต่งตั้งตำรวจ โดยกำหนดให้ประกาศ แต่งตั้งโยกย้ายตำรวจ ของ คสช. ตั้งแต่ 22 พฤษภาคม 2557 ชอบด้วยกฎหมาย

           ฉบับที่ 7/2559 การกำหนดตำแหน่งของข้าราชการตำรวจซึ่งมีอำนาจในการสอบสวน เป็นการ ยกเลิกตำแหน่งพนักงานสอบสวน ที่มีมาตั้งแต่ปี 2547 

           ฉบับที่ 8/2559 เรื่องการบริหารจัดการ รวมสถานศึกษาอาชีวศึกษาภาครัฐและเอกชน โดยให้โอนอำนาจหน้าที่ และเจ้าหน้าที่ของคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน ในส่วนที่เกี่ยวกับอาชีวศึกษาไปเป็นอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ   เป็นการแก้ไขปัญหาการบริหารงานอาชีวศึกษา เพื่อหวังปรับปรุงและดึงนักเรียนให้หันมาเรียนอาชีวะมากขึ้น

           ฉบับที่ 9/2559 เรื่องการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ เป็นการ ยกเว้นการทำรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ระหว่างดำเนินการคัดเลือกผู้ดำเนินโครงการ เพื่อให้โครงการของรัฐดำเนินการไปได้ก่อนโดยไม่ต้องรอการทำอีไอเอ

           ฉบับที่ 10/2559 เรื่องการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาค และฉบับที่ 11/2559 เรื่องการบริหารราชการของกระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาค โดยให้รื้อระบบบริหารในกระทรวงศึกษาธิการ ยุบเลิกเขตการศึกษาพื้นที่ เพื่อปรับปรุงโครงสร้างและสลายขุมอำนาจในกระทรวงศึกษาธิการ

           ฉบับที่ 12/2559 เรื่องการแต่งตั้งข้าราชการให้ดำรงตำแหน่ง โดยเป็นการ แต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับผู้ว่าราชการจังหวัดและรองผู้ว่าราชการจังหวัด

           ฉบับที่ 13/2559 เรื่องการปราบปรามการกระทำผิดบางประการที่เป็นภยันตรายต่อความสงบเรียบร้อยหรือบ่อนทำลายระบบเศรษฐกิจและสังคมของประเทศโดยกำหนดให้ ทหารเป็นเจ้าพนักงานป้องกันและปราบปราม มีหน้าที่ออกคำสั่งเรียกบุคคลมารายงานตัว เข้าร่วมการสืบสวนสอบสวน ตรวจค้น ยึดอายัดทรัพย์ ในความผิดเกี่ยวกับความมั่นคง และกฎหมายที่ระบุแนบท้าย 27 ฉบับ ทำให้ทหารมีอำนาจเช่นเดียวกับตำรวจ

           ฉบับที่ 14/2559 เรื่องคณะกรรมการที่ปรึกษาการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ และกำหนดอำนาจหน้าที่ของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ซึ่งเป็นการ ปรับปรุงการทำงานของ กอ.รมน. ในการแก้ไขปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

           ฉบับที่ 15/2559 เรื่องการผ่อนผันให้คนต่างด้าวสัญชาติเมียนมาร์ ลาว และกัมพูชา เรื่องการเดินทางกลับประเทศต้นทางเพื่อร่วมงานประเพณีสงกรานต์ประจำปี 2559 โดยเป็นการ อนุญาตให้แรงงานต่างด้าวทั้งสามประเทศกลับบ้านไปร่วมเทศกาลสงกรานต์ได้ โดยงดเว้นการเก็บค่าธรรมเนียมในช่วงเวลาดังกล่าว

           ฉบับที่ 16/2559 เรื่องการประมูลคลื่นความถี่เพื่อกิจการโทรคมนาคม เพื่อ แก้ปัญหาการละทิ้งใบอนุญาต 4 จี ก่อนหน้านี้ โดยให้นำคลื่นดังกล่าวมาประมูลใหม่ได้

           ฉบับที่ 17/2559 เรื่องการแต่งตั้งข้าราชการให้ดำรงตำแหน่ง โดย ย้ายอธิบดีกรมประมง และแต่งตั้งรองอธิบดี ให้เป็นอธิบดีแทน

           ฉบับที่ 18/2559 เรื่องแก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 10/2558  เพื่อ แก้ปัญหาประมงผิดกฎหมาย

           ฉบับที่ 19/2559 เรื่องแก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 27/2558 เพื่อ แก้ปัญหามาตรฐานการบิน

           ฉบับที่ 20/2559 เรื่องการแต่งตั้งข้าราชการให้ดำรงตำแหน่ง โดยให้ ข้าราชการที่เคยถูกตรวจสอบบางตำแหน่งย้ายมาประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และให้แต่งตั้งผู้ไปดำรงตำแหน่งแทน ซึ่งเป็นตำแหน่งในกระทรวงมหาดไทย

           ฉบับที่ 21/2559 เรื่องการปฏิบัติราชการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย ให้ ผบ.ตร.เป็นผู้สั่งแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ ตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ ที่แก้ไขเพิ่มเติมโดยคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 44/2558

           ฉบับที่ 22/2559 เรื่องการได้มาซึ่งสมาชิกสภาท้องถิ่นเป็นการชั่วคราวในกรณีที่มีการยุบสภาท้องถิ่น โดยให้มีการ สรรหาสมาชิกสภาท้องถิ่นแทนการเลือกตั้ง 

           ฉบับที่ 23/2559 เรื่องการปฏิบัติหน้าที่ของผู้อำนวยการสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) เป็นการ ปลด ผอ.สมศ.ออกจากตำแหน่ง แก้ไขปัญหาภายใน สมศ.เอง

           ฉบับที่ 24/2559 เรื่องการแต่งตั้งข้าราชการให้ดำรงตำแหน่ง เป็นการ แต่งตั้ง พล.ต.อ.ชัยยะ ศิริอำพันธ์กุล เป็นเลขาธิการ ปปง. หลังจากตำแหน่งว่างลงแต่ไม่สามารถสรรหาได้

           ฉบับที่ 25/2559 เรื่อง ยกเลิกการห้ามบุคคลเดินทางออกนอกราชอาณาจักร เป็นการ ปลดล็อกการห้ามนักการเมืองเดินทางออกนอกประเทศ ที่เคยประกาศเมื่อมีการรัฐประหาร เพื่อเป็นการเปิดบรรยากาศแห่งความปรองดอง

           ฉบับที่ 26/2559 เรื่องการจัดหาที่ดินเพื่อใช้ในการดำเนินโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัย เพื่อแก้ปัญหาการบุกรุกลำน้ำสาธารณะ เพื่อจัดตั้งปทุมธานีโมเดล โดยจัดหาที่อยู่อาศัยให้ผู้ที่เคยบุกรุกลำน้ำสาธารณะ

           ฉบับที่ 27/2559 เรื่องมาตรการป้องกันและ แก้ไขความเดือดร้อนจากการจุดและปล่อยบั้งไฟ พลุ ตะไล โคมลอย โคมไฟ โคมควัน หรือวัตถุอื่นใดที่คล้ายกัน โดยเป็นการห้ามจุดพลุหรือบั้งไฟ หากไม่ได้รับอนุญาตจาก ผอ.เขตหรือนายอำเภอ ผู้ใดฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกินสามปี ปรับไม่เกิน 6 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

           ฉบับที่ 28/2559 เรื่อง ให้ จัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน 15 ปี โดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย โดยกำหนดให้เรียนฟรีตั้งแต่ชั้นอนุบาลถึง ม.6 หรือจนจบ ปวช.3

           ฉบับที่ 29/2559 เรื่อง การได้มาซึ่งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นเป็นการชั่วคราวในกรณีที่มีการจัดตั้งองค์การบริหารส่วนตำบลเป็นเทศบาล การยกฐานะเป็นเทศบาล หรือการเปลี่ยนแปลงฐานะของเทศบาล เป็นการ อุดช่องว่างกรณีที่มีการยกระดับ อบต. เป็นเทศบาลตำบล และไม่มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลตำบลก็ให้มีการสรรหา ตามประกาศ คสช.ที่ 85/2557

           ฉบับที่ 30/2559 เรื่อง มาตรการในการป้องกันและ แก้ไขปัญหาการทะเลาะวิวาทของนักเรียนและนักศึกษา โดยกำหนดให้สามารถควบคุมตัวผู้ก่อเหตุหรือผู้เตรียมการก่อเหตุ หรือสามารถเรียกเงินประกันจากผู้ปกครองเพื่อไม่ให้ก่อเหตุได้ และหากมีการก่อเหตุซ้ำก็สามารถริบเงินประกันเป็นของกองทุนคุ้มครองเด็ก และผู้ใดยุยงส่งเสริมก็มีความผิด จำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับไม่เกิน 3 หมื่นบาท แต่หากการก่อเหตุมีการทำร้ายร่างกายผู้ยุยงต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน แต่หากมีผู้เสียชีวิต ต้อระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท

           ฉบับที่ 31/2559 เรื่องการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยป่าไม้ เพื่อ แก้ไขปัญหาตัดไม้ทำลายป่า

           ฉบับที่ 32/2559 เรื่อง มาตรการ ป้องกันการลักลอบนำสารเคมี วัสดุ หรือเครื่องมือบางประเภทไปใช้ผลิตยาเสพติด เพื่อแก้ปัญหาการลักลอบนำสารเคมี วัสดุ หรือเครื่องมือไปใช้ผลิตยาเสพติด โดยให้อำนาจ รมว.ยุติธรรม ประกาศมาตรการเพื่อป้องกันการลักลอบนำเข้าสารเคมี วัสดุ หรือเครื่องมือไปใช้ผลิตยาเสพติด ให้อำนาจเลขาธิการ รองเลขาธิการ ป.ป.ส. และเจ้าพนักงานตามกฎหมาย สามารถเข้าไปในที่ผลิต หรือเก็บสารเคมี วัสดุ หรือเครื่องมือไปใช้ผลิตยาเสพติด ให้อำนาจตรวจค้น กัก ยึด เรียกบุคคลมาให้ถ้อยคำ

           ดังนั้น จะเห็นได้ว่าหลังๆ มา สิ่งที่นำมาใช้มักถูกวิจารณ์ว่าเป็นสิ่งที่ไม่สมราคากับอำนาจเบ็ดเสร็จ เพราะเป็นการนำมาแก้ปัญหาเล็กๆ น้อยๆ และแก้ไขเพียงเล็กน้อยเท่านั้น 

           “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” หัวหน้า คสช. ก็ยังเปรยในการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ว่าทำไมต้องมาออกกฎหมายในเรื่องเล็กๆ น้อยๆ แต่ไม่ออกก็ไม่ได้

           หรือสุดท้ายแล้ว มาตรา 44 ก็กลายสภาพจาก “ยาแรง” เป็นเพียง “ยาสามัญประจำบ้าน”  และที่น่าห่วงคือ ในอนาคตยาที่ว่านี้อาจรักษาได้แต่โรคเล็กๆ น้อยๆ เพราะยาอะไรที่ใช้บ่อยๆ เชื้อก็ดื้อยาเอาง่ายๆ เหมือนกัน