
วิกฤติตะวันออกกลางวิกฤติสันติภาพโลก
วิกฤติตะวันออกกลางวิกฤติสันติภาพโลก : วิถีมุสลิมโลก
รายงานของสถาบันเพื่อเศรษฐกิจและสันติภาพว่าด้วยเรื่อง “ดัชนีชี้วัดสันติภาพโลก” หรือ Global Peace Index 2016 ที่เพิ่งเผยแพร่ออกมาเมื่อวันที่ 8 มิถุนายน ที่ผ่านมานั้น มีความน่าสนใจอยู่หลายเรื่องครับ แต่โดยภาพรวมแล้วเขาสรุปเอาไว้อย่างนี้ว่า สถิติคนตายที่เกิดจากความขัดแย้งในโลกปัจจุบันนับว่ามีจำนวนสูงที่สุดในรอบ 25 ปี นอกจากนี้ยังบอกอีกว่า การก่อการร้ายไม่เคยเกิดขึ้นถี่อย่างนี้มาก่อนในหน้าประวัติศาสตร์โลก ขณะที่ตัวเลขผู้พลัดถิ่นและผู้อพยพหนีภัยในโลกทุกวันนี้ก็เพิ่มสูงขึ้นอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2
ที่น่าสนใจคือ ความรุนแรงที่ทุบสถิติโลกอย่างนี้ ล้วนเป็นผลมาจากสงครามความขัดแย้งในตะวันออกกลางเสียเป็นส่วนใหญ่ เพราะหากมองโลกให้กว้างเหนือภูมิภาคตะวันออกกลางออกไป เราจะพบว่าโลกมีความสงบสุขมากขึ้น อีกสัญญาณหนึ่งที่สะท้อนสถานการณ์สันติภาพโลกในเชิงบวก (ตามรายงานชิ้นนี้) คือ กิจการและแสนยานุภาพทางการทหาร ที่แม้ว่าบางประเทศจะยังหมกมุ่นกับการสะสมอาวุธอยู่ แต่ประเทศส่วนใหญ่ในโลกมีทิศทางของการตัดลดงบประมาณการทหารลง
สำหรับเกณฑ์การวัดสันติภาพในรายงานชิ้นนี้ ประกอบไปด้วย ดัชนีชี้วัด 23 ตัวแปร จำแนกเป็น 3 หมวดหมู่หลักๆ คือ สถานการณ์ความขัดแย้งภายในและระหว่างประเทศที่ยังดำรง ความมั่นคงปลอดภัยของสังคม และกิจการและแสนยานุภาพทางการทหารในแต่ละภูมิภาค ทั้งหมดนี้เป็นเกณฑ์นำไปเก็บข้อมูลประเทศทั่วโลก 163 ประเทศ แต่เกณฑ์เหล่านี้จะใช้วัดความรุนแรงได้ทุกระดับชั้นอย่างครอบคลุมหรือไม่ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่สามารถเอามาเป็นประเด็นถกเถียงกันได้ไม่รู้จบ
อย่างไรก็ตาม จากการประมวลข้อมูลเชิงสถิติในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา ปรากฏว่าประเทศที่มีสันติภาพที่สุดในโลกส่วนใหญ่อยู่ในทวีปยุโรป ซึ่งเป็นผลมาจากการลดลงอย่างต่อเนื่องของเหตุฆาตกรรม รวมถึงการลดการใช้จ่ายด้านการทหาร และการถอนทหารออกจากอิรักและอัฟกานิสถาน และพบว่า จาก 20 ประเทศที่มีสันติภาพที่สุดในโลกจากข้อมูลที่ประมวลมาล่าสุด เป็นประเทศในทวีปยุโรปเสีย 14 ประเทศ
ส่วนกลุ่มประเทศที่มีสันติภาพอยู่ในระดับต่ำสุดก็หนีไม่พ้นซีเรีย ซูดานใต้ อิรัก อัฟกานิสถาน โซมาเลีย เยเมน แอฟริกากลาง ยูเครน และซูดาน พูดง่ายๆ คือ ส่วนใหญ่เป็นประเทศในตะวันออกกลาง ทั้งนี้ก็เป็นผลมาจากการขยายตัวของความไม่สงบภายในประเทศ และความขัดแย้งระหว่างกลุ่มติดอาวุธฝ่ายต่างๆ ส่งผลให้จำนวนผู้เสียชีวิตในความขัดแย้งภายในประเทศเหล่านี้ทั่วโลกเมื่อปี 2015 พุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ นับจำนวนคร่าวๆ แล้วก็อยู่ที่ประมาณ 2.8 แสนคน
ส่วนการก่อการร้ายนั้นก็มีความถี่มากขึ้นอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เกิดความเสียหายเยอะแยะมากมาย สถิติการเก็บข้อมูลในรอบปี 2015 ปรากฏว่ามีผู้คนล้มตายจากการก่อการร้ายสูงถึง 2 หมื่นคน ขณะที่ปี 2016 ซึ่งยังไม่ทันครบปี พบว่ามีคนตายไปแล้วกว่า 3.2 หมื่นคน คนที่ตายส่วนใหญ่จากการก่อการร้ายก็เป็นประชากรมุสลิมจาก 5 ประเทศ คือ อิรัก ไนจีเรีย อัฟกานิสถาน ปากีสถาน และซีเรีย
อย่างไรก็ตาม น่าเสียดายที่การเก็บข้อมูลตัวเลขของผู้เสียชีวิตเหล่านี้นับเฉพาะความตายอันเกิดจากการก่อการร้ายของตัวแสดงที่ไม่ใช่รัฐ หรือกลุ่มติดอาวุธก่อการร้ายต่างๆ ที่ถือกำเนิดขึ้นมามากมายในตะวันออกกลางหลังอาหรับสปริง แต่ที่น่าสนใจยิ่งกว่า ซึ่งรายงานชิ้นนี้ไม่ได้สำรวจเอาไว้ก็คือตัวเลขคนตายจากการก่อการร้ายที่กระทำโดยรัฐ
บางทีตัวเลขผู้เสียชีวิตอันเกิดจากน้ำมือของรัฐอาจมีมากกว่าจากน้ำมือของพวกกลุ่มติดอาวุธเหล่านี้ด้วยซ้ำไป
ทั้งหมดนี้คงจะสรุปได้ว่า แม้มีสัญญาณสันติภาพเชิงบวกในบางภูมิภาคของโลก แต่แนวโน้มหลักในภาพรวมก็คือ โลกกำลังเผชิญวิกฤติสันติภาพ อันเนื่องมาจากความรุนแรงที่เพิ่มสูงขึ้นในตะวันออกกลาง แต่ที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่งก็คือ ช่องว่างที่ถ่างกว้างมากขึ้นระหว่างกลุ่มประเทศที่มีสันติภาพมากที่สุด (ยุโรป) กับกลุ่มประเทศที่ต้องเผชิญสงครามและความรุนแรงมากที่สุด อย่างภูมิภาคตะวันออกกลางครับ



