
เปิดพินัยกรรม'พ่อเฒ่าเงินล้าน'ตายที่วัดมอบสมบัติให้วัด
เปิดพินัยกรรม'พ่อเฒ่าเงินล้าน'ตายที่วัดมอบสมบัติให้วัด : รายการคมชัดลึก
จากกรณี นายองอาจ ราชวงษ์ อายุ 84 ปี นอนเสียชีวิตอยู่บนพื้นห้องน้ำภายในบ้านที่อยู่หลังกุฏิพระ ภายในวัดอโศการาม ต.ท้ายบ้าน อ.เมือง จ.สมุทรปราการ เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน ที่ผ่านมา ภายในบ้านพักมีแต่เศษขยะกระจัดกระจายอยู่เต็มบ้าน ตรวจสอบภายในบ้านพบสมุดบัญชีธนาคารออมสินของผู้ตายมีเงินฝากอยู่ 1,340,000 บาท และโฉนดที่ดิน ซึ่งผู้ตายทำพินัยกรรมมอบทรัพย์สินให้วัดอโศการามและโรงพยาบาลสงฆ์
พระสุพล ผลสมฺปนฺโน พระวัดอโศการาม (คนสนิทของผู้ตาย) กล่าวว่า แต่ละวันหลังจากกลับจากบิณฑบาต นายองอาจก็จะทำหน้าที่ประเคนอาหารให้พระ หลังจากพระฉันเสร็จนายองอาจจะนำอาหารไปกินที่บ้าน มีเวลาว่างก็จะมานั่งคุยกับอาตมาเรื่องธรรมะ ทำให้อาตมากับนายองอาจสนิทกัน เวลาที่นายองอาจอยู่บ้านก็จะเปิดธรรมะฟังทุกวัน
นายองอาจมาอยู่ที่วัด นายองอาจไม่ใช่เป็นคนเก็บของเก่าขาย
วันเกิดเหตุอาตมาเดินทางไปที่ จ.จันทบุรี ขณะนั้นก็มีพระในวัดอโศการมโทรศัพท์แจ้งให้ทราบ
นายองอาจเคยเล่าให้ฟังว่า เคยรับราชการอยู่ที่กรมสรรพสามิต ตำแหน่งพนักงานขับรถ หลังจากเกษียณอายุราชการก็มาอาศัยอยู่ที่วัด
เรื่องทรัพย์สินของนายองอาจนั้น โดยเฉพาะเรื่องเงินจำนวนมากนั้น อาตมารู้มาก่อนที่จะทำพินัยกรรม เพราะนายองอาจมาปรึกษาก็แนะนำให้ทำบุญให้วัดอโศการามจำนวน 7 แสนบาท และให้ไปทำบุญกับโรงพยาบาลสงฆ์ 7 แสนบาท
ตอนที่จะทำพินัยกรรมทนายก็แนะนำให้นายองอาจไปตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาลก่อน ให้แพทย์ยืนยันว่ายังมีสติสัมปชัญญะ ซึ่งหมอก็ชมว่า แกเป็นคนใจบุญ
ในพินัยกรรมดังกล่าวอาตมาเป็นผู้หนึ่งที่เซ็นเป็นพยาน และยังมีพระสงฆ์ในวัดอีกรูปหนึ่ง
ตอนที่นายองอาจมาปรึกษาก็ไม่ได้แปลกใจอะไรกับเงินจำนวนมากของผู้ตายที่จะบริจาคทำบุญ เข้าใจว่าเป็นเงินที่เก็บสะสมมา
นอกจากนี้นายองอาจยังเคยบริจาคเงินอีกจำนวนหนึ่งสร้างถนนให้วัด
นายองอาจเคยบอกไว้ด้วยว่า ได้บริจาคอวัยวะให้สภากาชาดไทย
ร.ต.อ.สหัสพล พุ่มอิ่ม รอง สว. (สอบสวน) สภ.เมืองสมุทรปราการ กล่าวว่า เคยมีผู้อ้างว่าเป็นหลานของนายองอาจมาติดต่อ ตรวจสอบแล้วพบว่า แม่ของบุคคลดังกล่าวเป็นพี่น้องของนายองอาจ ซึ่งให้ไปหาหลักฐานมาแสดง โดยแจ้งว่า ต้องการนำศพไปบำเพ็ญกุศล
แต่ล่าสุดติดต่อภรรยานายองอาจได้แล้ว ไม่ใช่คนที่เคยเป็นข่าวก่อนหน้านี้ว่าอยู่ที่ จ.อุดรธานี
ภรรยาของนายองอาจอาศัยอยู่ในพื้นที่เขตราษฎร์บูรณะ กทม. แต่ยังไม่สะดวกที่จะมาพบพนักงานสอบสวน เนื่องจากอายุมากแล้ว ประมาณ 80 ปี
สำหรับพินัยกรรมและเงินฝากในธนาคารของนายองอาจนั้น อยู่ระหว่างการตรวจสอบ
ส่วนสาเหตุการเสียชีวิต เบื้องต้นคาดว่ามาจากความชราภาพ ขณะที่ผู้ตายเข้าห้องน้ำเกิดเสียหลักลื่นล้มศีรษะกระแทกพื้นจนเสียชีวิต อย่างไรก็ตาม ต้องรอผลตรวจพิสูจน์จากนิติเวช
อย่างไรก็ตามเมื่อเวลา 18.30 น. หลังจากนางวงเดือน โพธิ์สีลา อายุ 43 ปี และ นายสนาม เสียมณรงค์ อายุ 56 ปี ซึ่งอ้างว่าเป็นหลาน ของนายองอาจ ได้เข้าพบกับ ร.ต.อ.สหัสพล พุ่มอิ่มพนักงานสอบสวน เจ้าของคดีแล้ว ได้เดินทางไปตามหาอดีตเมียของนายองอาจ ที่ทราบเพียงชื่อเล่นชื่อป้าอุบล ซึ่งเป็นเมียของนายองอาจ โดยทราบว่าในปัจจุบันพักอาศัยอยู่ในย่านประชาอุทิศ กระทั้งเวลาผ่านไปหลายชั่วโมง ผู้สื่อข่าวได้โทรไปสอบถามความคืบหน้า จนกระทั่งทราบข่าวว่า นางวงเดือน ได้พบตัวป้าอุบล แล้ว ซึ่งพักอาศัยอยู่บ้านเลขที่ 75 หมู่ 4 ประชาอุทิศ 15 เขตราชบูรณะ กรุงเทพมหานคร
ผู้สื่อข่าวได้พูดคุยกับป้าอุบล หรือ นางณัฐสรวง บัวรอด อายุ 80 ปี ทางโทรศัพท์ โดยนางณัฐสรวง ได้เล่าให้ฟังว่า เดิมตนชื่อนางเพ็ญศรี บัวรอด จริงตามที่ระบุในใบทะเบียนสมรส โดยย้อนไปเมื่อ 40 ปี ระหว่างที่ตนอยู่กินกับนายองอาจ ที่บ้านพักของตนย่านซอย ประชาอุทิศ 15 เขตราชบูรณะ กรุงเทพ กระทั่งตนกับนายองอาจ มีเรื่องทะเลาะกันอย่างรุนแรง จึงได้ฉีกใบทะเบียนสมรสในส่วนของตนทิ้ง ทำให้นายองอาจ ไม่พอใจจึงได้เก็บข้าวของออกจากบ้านไป และก็ไม่ได้ ติดต่อกันอีกเลย
นางณัฐสรวง กล่าวอีกว่า ต่อมาตนได้เดินทางไปเปลี่ยนชื่อ แต่ยังใช้นามสกุลเดิม กระทั้งมาทราบข่าวตามสื่อต่างๆ ว่านายองอาจ เสียชีวิตและมีเงินเก็บในบัญชีธนาคารกว่าล้านบาทโดยที่ตนไม่เคยทราบเลยว่านายองอาจ ยังเก็บใบทะเบียนสมรสเอาไว้อีก ตนก็ไม่ได้สนใจเนื่องจากไม่อยากเข้าไปยุ่ง ส่วนเรื่องมรดกทั้งหลายที่นายองอาจ มีก็ขอให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยดำเนินการ เนื่องจากตนอายุมากแล้วไม่สามารถเดินทางไปไหนได้
ด้าน นางวงเดือน โพธิ์สีลา กล่าวว่า อย่างไรก็ตามครอบครัวตนก็ยังจะอยากเป็น คนรับศพลุงองอาจ มาบำเพ็ญกุศล ทางศาสนา โดยอยากนำไปจัดที่วัดอโศการาม ซึ่งเป็นที่ลุงองอาจ เคยอาศัยอยู่



