เห็ดหอบ
เห็ดหอบ : ‘ไปสู่ถนนดินลูกรัง’โดย เฉลิมศักดิ์ แหงมงาม
ได้เห็นข่าวโทรทัศน์ พ่อค้าผักภาคเหนือรับซื้อเห็ดหอบจากประเทศเขมรนำมาขายในพื้นที่ ขนมาทีหลายร้อยกิโลกรัม บรรจุใส่ในถุงพลาสติกใบใหญ่ๆ วางเบียดแน่นอย่างกับสินค้าอุตสาหกรรม เป็นข่าวที่ผมอดทึ่งไม่น้อย ที่ชาวบ้านเขมรเก็บเห็ดในป่าเขามาขายให้คนไทยได้มากมายถึงปานนั้น ผมว่าน่าจะเก็บกันทั้งผืนป่า ต้องขอคารวะ
เดาได้เลยว่า ประเทศเขมรวิถีชีวิตกำลังแปรเปลี่ยน เงิน ผลประโยชน์ เริ่มเข้ามามีบทบาทในเส้นทางชาวเขมรมากขึ้นเรื่อยๆ ความเป็นอยู่อย่างพอเพียงกำลังค่อยๆ เลือนหายไปจากคนบ้านนอกคอกนา
ผมจำได้ว่า เคยเขียนถึงเห็ดหอบประปราย เป็นข้อมูลเสริมในคอลัมน์นี้เมื่อปีผ่านมา ผู้ตรวจปรู๊ฟสะกดการันต์น่าจะเข้าใจว่าผมสะกดผิด จึงแก้จาก “เห็ดหอบ” เป็น ”เห็ดหอม” สะท้อนถึงคนทำงานในเมืองใหญ่ น่าจะไม่คุ้นชินกับผืนป่าเหมือนอดีต คำไทยแท้ๆ พืชผักป่า เริ่มจะไม่ชินหู แม้คนชนบทก็เถอะ นักเรียนนักศึกษาที่พ่อแม่ทะนุถนอมโอบอุ้ม ส่วนใหญ่ก็ไม่เข้าป่าหลังหมู่บ้านแล้ว เพราะป่าทุกวันนี้แทบไม่หลงเหลือสิ่งใดให้เก็บกิน ผัก อาหารทุกอย่างซื้อได้ด้วยเงินในตลาดสดกลางเมืองทั้งสิ้น นักท่องเที่ยวเดินทางไปลาว เขมร เวียดนาม หรือพม่า มักชอบไปเดินท่อมๆ ในตลาดแต่ละเมือง เพื่อศึกษาวัฒนธรรมของกินพื้นบ้าน ต่างก็ฮือฮา เมื่อเห็นผักผลไม้เกือบเหมือนแผ่นดินไทย ผักป่าบางอย่างก็คล้ายคลึงกัน
สมัยเด็กๆ ผมชอบเที่ยวป่า ไปกับแม่บ้าง ไปปลูกมันแกวชายภูเขา ขุดหน่อไม้ หามันนก สอยรังมดแดง หาผักป่า ไปกับพี่ชาย ลูกป้าที่กำลังย่างเข้าสู่วัยรุ่น บางครั้งก็ไปกับตาหรือพ่อแก่ แกชอบไปดักนกเขา นกกระทากลางป่า บางครั้งไปเจอของป่าให้เก็บกิน ไม่ว่า ตะขบ เล็บเหยี่ยว เห็ดหลากชนิด รวมถึงสัตว์ป่าตัวเล็กๆ เช่น บึ้ม แย้ สร้างรูบนดินแล้งกลางป่าแดง แต่ไม่ใช่มีให้เห็นเกลื่อนกล่น ชาวบ้านต้องชำนาญการค้นหาพอสมควร บางคนเข้าป่าบ่อย จะรู้แหล่งเห็ดชอบขึ้น พอย่างเข้าหน้าฝน หายเข้าป่าแบบเช้าไปเย็นกลับ จึงหอบเอาเห็ดออกจากผืนป่าเป็นตะกร้าๆ แบกกันจนบ่าล้า
เห็ดหอบจะผุดขึ้นใต้ต้นเต็งรัง หรือไม่ก็ริมลำห้วยใต้ร่มไม้ใหญ่ ฝนยิ่งชุกเห็ดยิ่งสะพรั่ง เมื่อเห็ดหอบเริ่มขึ้น ดินจะปริเป็นขุย เหมือนขุยแมงอีนูน คนเก็บจะรู้ เพียงเอามือลูบบนผืนดิน เม็ดตูมเต่งจะผุดอยู่เป็นผืน ต้องค่อยๆ คุ้ยเก็บไม่ให้ช้ำ เห็ดหอบจะลูกกลมๆ ขนาดหัวแม่มือหรือเล็กกว่าเพียงเล็กน้อย ลักษณะกลมรี เหมือนลูกจันทน์ สีดำเป็นสีดิน กินดิบได้ แต่ชาวบ้านนิยมนำมาต้มจิ้มน้ำพริก หรือไม่ก็แกงเผ็ด เทลงในน้ำเดือดๆ หม้อหนึ่งน่าจะใช้เห็ดหอบร่วมสามสิบถึงสี่สิบลูกเห็นจะได้ หรือไม่ถ้าแกงเผ็ด จะหั่นเป็นเสี้ยวๆ ให้กินง่ายขึ้น แต่ที่นิยมคือ กินทั้งลูก เพราะพอตักเข้าปาก สู่กระพุ้งแก้ม ใช้ฟันขบเบาๆ จะแตกเปราะ น้ำหอมๆ รสดินกลางป่ากระจายเต็มอุ้งปาก เห็ดหอบกินอร่อยก็ตรงนี้ สำคัญคือเป็นอาหารธรรมชาติ รสดินขนานแท้หวานหอม
ปัจจุบัน แผ่นดินไทยน่าจะหากินยากขึ้น หมู่บ้านกลางป่า หรือมีป่าในหมู่บ้าน จะมีการตั้งเวรยามคอยดูแล ไม่ให้คนหมู่บ้านอื่นลักลอบเข้ามา เพราะคนต่างถิ่นมาแต่ละทีหลายสิบหรืออาจเป็นร้อยคน เก็บครั้งเดียวแทบเกลี้ยงผืนป่า
เก็บไปกิน แล้วเอาไปขายอีกต่างหาก เพราะหมู่บ้านในเมืองไม่หลงเหลืออาหารป่า ใครผ่านไป จ.ตาก ลองถามหาแถบอำเภอฝั่งตะวันตกติดชายแดน หรือไม่ อ.สามเงา อ.บ้านตาก ร้านขายของป่าข้างทางถนนพหลโยธิน น่าจะมีในบางวัน ลองหาชิมดูนะครับ.



