คอลัมนิสต์

เมื่อนปช.เผชิญหน้าคสช.

เมื่อนปช.เผชิญหน้าคสช.

21 มิ.ย. 2559

เมื่อนปช.เผชิญหน้าคสช. : บทบรรณาธิการประจำวันที่  21  มิถุนายน 2559

            ไม่เกินความคาดหมายเท่าใดนัก เมื่อเจ้าหน้าที่ทหาร และตำรวจจากสถานีตำรวจนครบาลโชคชัย ได้เข้าควบคุมพื้นที่และระงับการแถลงข่าวเปิดศูนย์ปราบโกงประชามติทั่วประเทศ ที่ห้างสรรพสินค้าอิมพีเรียลลาดพร้าวของแกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เมื่อวันอาทิตย์ที่ 19 มิถุนายน ที่ผ่านมา โดยเจ้าหน้าที่ให้เหตุผลของปฏิบัติการครั้งนี้ว่า เป็นกิจกรรมท่ี่ิผิดตามประกาศและคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พ.ร.บ.การชุมนุมในที่สาธารณะ และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2559 พร้อมขอให้สถานีโทรทัศน์พีซทีวียุติการถ่ายถอดสดกิจกรรม แน่นอนว่า หลังจากนั้นประเด็นปิดศูนย์ปราบโกงก็ได้กลับมาเป็นข่าวใหญ่อีกครั้ง โดยเฉพาะ คสช.และรัฐบาลได้ตกเป็นเป้าโจมตีของฝ่ายตรงข้ามอย่างไม่อาจจะหลีกเลี่ยง

            สำหรับท่าทีของ คสช.นั้น ในวันรุ่งขึ้นทีมงานโฆษก คสช.แถลงว่า เรื่องจบไปตั้งแต่วันที่ 19 มิถุนายน ที่ผ่านมาแล้ว เจ้าหน้าที่ได้รายงานผลการปฏิบัติงานในพื้นที่ต่างๆ ที่ได้เข้าไปพูดคุยกับกลุ่ม นปช.ขอให้ยุติการจัดกิจกรรม ซึ่งได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี เมื่อจบแล้วก็ไม่ต้องการให้เป็นประเด็นขึ้นมาอีก ในส่วนของการเชิญแกนนำ นปช.ในพื้นที่ต่างๆ มาพูดคุยก็ได้ใช้ความระมัดระวังไม่ให้ละเมิดสิทธิมนุษยชน เพื่อไม่ให้ถูกหยิบยกเป็นเงื่อนไข เกิดความเข้าใจผิดในสังคม สำหรับองค์การสหประชาชาติ หรือยูเอ็น ที่ต้องการรับฟังข้อมูลในการทำประชามติ สามารถติดต่อ ขอรับข้อมูลได้โดยตรงจากกระทรวงการต่างประเทศ 

            กระนั้นเรื่องนี้ก็ไม่ได้จบง่ายอย่างที่ คสช.คาดการณ์ เพราะ นปช.ยังมีช่องทางจัดกิจกรรมผ่านโซเชียลมีเดียได้อย่างที่พวกเขาประกาศเอาไว้ นายจตุพร พรหมพันธ์ุ ประธาน นปช.บอกว่า คสช.ปิดได้เพียงสถานที่ แต่ภารกิจเดินหน้าสู่ประชาธิปไตยจะดำเนินต่อไปอย่างเต็มเปี่ยม ซึ่งก็เป็นไปตามที่ นปช.ได้แสดงท่าทีเอาไว้ตั้งแต่ต้น แม้ก่อนหน้านี้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จะแสดงท่าทีชัดเจนว่า จะไม่ยอมให้เปิดศูนย์เช่นว่าขึ้น ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ซึ่งล่าสุดออกมาสั่งห้ามเปิดก่อนเจ้าหน้าที่จะลงมือ บรรยากาศทางการเมืองในขณะนี้จึงยิ่งเด่นชัดขึ้นว่า คสช.และรัฐบาลที่เข้ามาด้วยการยึดอำนาจเมื่อ 2 ปีก่อน จากที่เคยดำรงสถานะตัวกลางเพื่อยุติความรุนแรงและสร้างความปรองดองให้แก่คนในชาติ ได้ถูกลากดึงเข้ามาเป็นคู่ขัดแย้งมากขึ้นทุกขณะ

            เมื่อ นปช.ออกมาสร้างกิจกรรมต่างๆ จนดูคล้ายกับว่า บ้านเมืองกำลังจะก้าวเดินไปสู่การแตกหัก ดังเช่นที่นายจตุพรได้ออกมาขู่ว่า ให้พล.อ.ประยุทธ์ระวังให้ดี จะพบชะตากรรมเดียวกับ พล.อ.สุจินดา คราประยูร อดีตนายกรัฐมนตรีเมื่อปี 2535 ซึ่งนั่นก็เป็นเรื่องยากที่ คสช.จะไม่สรุปบทเรียนจากข้อผิดพลาดในอดีต ทั้งเพื่อสิ่งที่เรียกขานกันว่า "ไม่เสียของ” และก็ต้องไม่เกิดเหตุนองเลือดขึ้นอีกในคราวเดียวกัน ซึ่งแม้ขณะนี้ไม่อาจทราบเจตนาของประธาน นปช.ได้ว่า คำบอกกล่าวที่มีไปถึงพล.อ.ประยุทธ์นั้น หมายรวมถึงคาดการณ์ว่าจะเกิดเหตุความรุนแรงเมื่อปี 2535 ด้วยหรือไม่ แต่ถึงอย่างไรรัฐบาลและคสช.ก็ควรจะวิเคราะห์สถานการณ์อย่างเท่าทันว่า ควรจะผ่อนหนักผ่อนเบา หรือควบคุมอย่างเข้มงวดต่อไป สำคัญก็คือ เมื่อเป็นคู่ขัดแย้งชัดเจนยิ่งขึ้น เกมการเมืองก็จะดำเนินการไปอย่างเข้มข้น