คอลัมนิสต์

‘โซเชียลรากหญ้า’สงครามใต้ดิน

‘โซเชียลรากหญ้า’สงครามใต้ดิน

21 มิ.ย. 2559

‘โซเชียลรากหญ้า’สงครามใต้ดิน : กระดานความคิด โดยบางนา บางปะกง

            เป็นไปตามความคาดหมาย กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ไม่สามารถทำกิจกรรมเปิด “ศูนย์ปราบโกงประชามติ” ได้ เพราะตำรวจได้เข้าควบคุมพื้นที่ เพื่อห้ามจัดกิจกรรมดังกล่าว

            แกนนำ นปช. ก็ประเมินสถานการณ์ได้ ตั้งแต่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ลั่นคำว่า “เปิดไม่ได้” แล้ว

            “จตุพร” จึงบอกสมาชิก นปช.ว่า เมื่อเปิดสถานที่ที่ทำการศูนย์ปราบโกงประชามติ ไม่ได้ จังหวะต่อไปคือ หมายเลขโทรศัพท์ หรือการแจ้งข่าวในโลกโซเชียล เช่น เฟซบุ๊ก ก็จะแปรสภาพเป็นศูนย์รับเรื่องราวการทุจริตที่เกิดขึ้นทั้งหมด

            จริงๆ แล้ว นปช.ได้เปิดเพจ “ศูนย์ปราบโกงประชามติ” มาได้สองสามสัปดาห์แล้ว

            เพจดังกล่าวเป็นศูนย์ประสานงานผ่านสื่อโซเชียล เช่นในวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ได้นปช.จังหวัดต่างๆ ส่งภาพ พร้อมโพสต์ข้อความและติดแฮชแท็ก #ศูนย์ปราบโกงประชามติ มาอัพสเตตัสแฟนเพจเป็นระยะๆ ตลอดทั้งวัน ยกตัวอย่าง

            “แผนซ้อนแผน !..สับขาหลอก ทหาร ตำรวจ...เจ้าหน้าที่คุมเข้มศูนย์ปราบโกงประชามติ อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร แกนนำย้ายไปเปิดที่ อ.ส่องดาว จ.สกลนคร เปิดเรียบร้อยแล้ว”

            “ศูนย์ปราบโกงประชามติ จ.เพชรบูรณ์ ทหารได้เข้ามายึดป้ายไปแล้วแต่พิธีต่างๆ ยังคงดำเนินต่อไป”

            “เปิดแล้ว...อย่างราบรื่น...ศูนย์ปราบโกงประชามติ จ.ตรัง ได้เปิดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว” “เปิดได้!! แต่ห้าม......!! ตร.สั่งเข้ม ห้ามขึ้นป้าย ที่ศูนย์ปราบโกงประชามติ อ.สามชุก จ.สุพรรณบุรี”

            นี่เป็นเพียงตัวอย่างไม่กี่จังหวัด ที่รายงานผ่านเพจศูนย์ปราบโกงฯ

            เห็นภาพแกนนำ นปช.ภูธร ยืนแอ็กชั่นถ่ายภาพกับแผ่นป้ายไวนิลอิงค์เจ็ต พร้อมข้อความว่า “ประชามติต้องไม่โกง ไม่ล้ม ไม่อายพม่า ศูนย์ประชามติปราบโกง” เหมือนกันทุกจังหวัด ทำให้นึกถึงสมัย “หมู่บ้านเสื้อแดง”

            ตอนนั้น แกนนำท้องถิ่น ก็จะจับชาวบ้านมาถ่ายคู่กับป้ายไวนิลอิงค์เจ็ต “หมู่บ้านเสื้อแดง” แล้วก็อัพเฟซบุ๊ก ประกาศผลงานว่า จัดตั้งสำเร็จไปแล้วอีกหนึ่งหมู่บ้าน

            ทั้งที่ข้อเท็จจริง มันก็แค่เอาคนไม่กี่สิบคน มาถ่ายภาพแบบเท่ๆ มันก็เท่านั้น

            อย่างไรก็ตาม กิจกรรมทำนองนี้สร้างกระแสได้ เมื่อมันถูกแชร์ไปในโลกออนไลน์

            ข้อดีของสื่อโซเชียล สื่อออนไลน์นั้นไม่ต้องจัดประชุม ไม่ต้องจัดชุมนุม เพียงแต่แกนนำ นปช.ส่งผ่าน “ชุดความคิด” ไปทางเฟซบุ๊ก, ไลน์ และยูทูบ ก็ถึงทุกครัวเรือนรากหญ้าแล้ว

            คนชนบทวันนี้ ทีวีดาวเทียมไม่มีความหมาย เพราะพวกเขามีสมาร์ทโฟน เล่นเฟซบุ๊กได้

            ในอดีต กลุ่ม นปช.พึ่งพาทีวีดาวเทียม “จอแดง” เป็นเครื่องมือในการต่อสู้ทางการเมือง นับแต่มีรายการชี้นำความคิด และการถ่ายทอดสดการชุมนุมของคนเสื้อแดง

            ปัจจุบัน ขอแต่มีโทรศัพท์รุ่นธรรมดา หรือสมาร์ทโพน นักเคลื่อนไหวมวลชนหน้าจอโทรศัพท์ ก็จะทำได้รวดเร็วกว่าการมีสื่อสิ่งพิมพ์หลายร้อยเท่า

            มาถึงวันนี้ สื่อโซเชียลและสื่อออนไลน์ มีบทบาทสำคัญยิ่งในการทำสงครามมวลชน

            วิทยุและทีวีของรัฐ อาวุธสมัยสงครามเย็น ดูจะตกยุคไปเสียแล้ว จึงทำให้รายการพิเศษของ คสช. และรายการนายกฯ คืนความสุขมีคนดูลดลงเรื่อยๆ

            การต่อสู้รอบใหม่ระหว่าง นปช.กับ คสช. คือภาพจำลองการต่อสู้ระหว่างสื่อใหม่กับสื่อเก่า

            ในที่สุด อำนาจปืนก็จะทำให้ คสช.ชนะ แต่ในระยะยาว หากไม่มีการปรับโครงสร้างบริหารบ้านเมือง ประเทศชาติคือผู้แพ้