
อังกฤษเพื่ออังกฤษ มิใช่เพื่อยุโรป
อังกฤษเพื่ออังกฤษ มิใช่เพื่อยุโรป : มุมมองยุทธศาสตร์ เรือรบ เมืองมั่น
ฟุตบอลยูโร 2016 ที่กำลังเตะกันอยู่เวลานี้ ทีมชาติสหราชอาณาจักร 3 ใน 4 ทีม คือ อังกฤษ เวลส์ และไอร์แลนด์เหนือ ร่วมลงแข่งขันด้วย เมื่อถึงวันที่ 23 ซึ่งจบรอบแรกก็คงมีบางทีที่ยังลงเตะรอบต่อไปบนแผ่นดินฝรั่งเศส แต่พวกเขาอาจงุนงงว่าพวกเขาไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของยุโรปเสียแล้ว ถ้าเหตุการณ์เบร็กซิทเกิดขึ้นจริง ด้วยการที่ประชากรอังกฤษลงคะแนนถอนตัวออกจากอียู
ตอนนี้ยังไม่ทราบว่าอังกฤษจะอยู่หรือจะไป เพราะคะแนนสูสีกัน มากกว่าเมื่อสองปีก่อนที่สกอตแลนด์จะออกหรือไม่ออกจากสหราชอาณาจักรเสียอีก ทั้งฝ่ายอยากออกกับอยากคงอยู่เป็นส่วนหนึ่งของยุโรปต่อไปนั้นมีใกล้เคียงกัน คนที่ยังตัดสินใจไม่ได้ เพราะกำลังงงอยู่นั้น คงเป็นตัวแปรสำคัญ ส่วนตัวผมเองว่าอังกฤษคงไม่ออกจากอียู เพราะประชากรอังกฤษเป็นผู้มีหัวอนุรักษนิยมมาก ถ้าต้องเปลี่ยนแปลงไปในทางเสี่ยง ไม่ว่าจะเป็น เสี่ยงจีดีพีลดลง เสี่ยงจีนถอนการลงทุน หรือเสี่ยงงานของชาวอังกฤษในยุโรปหายไป อังกฤษคงไม่กล้าออกจากอียู เพราะตระหนักในประเด็นเศรษฐกิจ แต่เพราะความเป็นอนุรักษนิยมนี่เองที่อาจทำให้อังกฤษขอออกไปตัดสินชะตากรรมของตัวด้วยตัวของตัวเองจะดีกว่า
ผู้ที่นิยมเบร็กซิทนั้น ในอดีตก็คือผู้มีแนวคิด “กังขายุโรป” หรือยูโรสเคปติกส์ ซึ่งมีมานานก่อนที่อังกฤษจะตัดสินใจเข้าร่วมเมื่อปี 1973 เสียอีก ความที่อังกฤษเคยเป็นชาติมหาอำนาจอันดับหนึ่งของโลก มีสิทธิเสรีภาพทำตามอธิปไตยและผลประโยชน์ของตนเองได้ ทำให้ผู้ดีอังกฤษหยิ่งในการเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของยุโรปอันกว้างใหญ่ แต่ด้วยการตระหนักถึงความจำเป็นทั้งเศรษฐกิจและความมั่นคงในยุคสงครามเย็นในวันที่ตะวันอับแสงเสียแล้ว อังกฤษจึงต้องเข้าร่วมยูโร กลายมาฟังคำของฝรั่งเศสของเยอรมัน ส่วนนอกยุโรปนั้นก็เป็นมือรองของสหรัฐ ความรู้สึกนี้พวก ”กังขายุโรป” เจ็บใจอยู่ลึกๆ
ในยุคปัจจุบันที่สหภาพยุโรปร้อยรัดกันแน่นขึ้นแต่กลับเกิดอาการเปรี๊ยะหวิดแตก หลายๆ ชาติก็ชักอยากเห็นแก่ตัว ถ้าได้ก็จะเอา แต่ถ้าเสียก็โวยว่าทำไมตนเองไม่ได้อิสระ ต้องอยู่ภายใต้กฎร่วมของสหภาพยุโรปที่บรัสเซลส์ทำไม ในอังกฤษก็มีคนแบบนี้มาก ที่คิดว่าถ้าจัดการเรื่องหลายเรื่องด้วยตนเองก็จะประสบความสำเร็จในยุคที่ยุโรปกำลังย่ำแย่มากกว่า เช่น ตั้งกำแพงกันคนยุโรปเข้าอังกฤษได้เอง เพื่อไม่ให้มาแย่งงานคนอังกฤษได้ หรือ ไม่ต้องเสียเงินเสียทองอย่างไม่เกิดประโยชน์แก่ท้องถิ่นเพื่อคงตามมาตรฐานอียู ขณะเดียวกันก็ยังหวังว่า ถึงออกจากสหภาพยุโรปแล้ว ความร่วมมือต่างๆ ในกรอบอื่นของยุโรป ความร่วมมือของนาโต หรือความร่วมมือข้ามแอตแลนติกนั้นจะยังไม่กระทบไปด้วย
ถ้าอังกฤษไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของยุโรปแล้ว เราคงได้เห็นการเปลี่ยนแปลงอีกมาก อังกฤษอาจกลับมาผงาดเป็นมหาอำนาจความมั่นคงโลกอีกครั้งในนามของตนเอง พร้อมแข่งขันกับทุกชาติ หรือต้องเผชิญกับความวุ่นวายหนักเลย หรือบางทีฝ่ายกังขายุโรปคงต้องรอโอกาสรอบต่อไป เช้า 24 มิถุนายน เราจะทราบว่าอังกฤษจะก้าวเดินไปทิศใดครับ



