
สัญญาณแรงชัดจัดการกลุ่มป่วน'ประชามติ'
สัญญาณแรงชัดจัดการกลุ่มป่วน'ประชามติ' : ขยายปมร้อน โดย ณัฐภัทร พรหมแก้ว สำนักข่าวเนชั่น
ไม่ต้องรอ ถึงโค้งสุดท้าย ก่อนเข้าป้าย ประชามติ 7 สิงหาคม 59
สัญญาณแรงและชัด ส่งตรงจาก “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. ภายหลังเดินทางกลับจากการเยือนสหพันธรัฐอินเดียอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน ที่ผ่านมา ก็ปรากฏ
ทันทีที่เครื่องร่อนแตะพื้น หูยังไม่ทันหายอื้อ เรื่องร้อนๆ ที่จ่อคิวรอ ดูจะไม่พ้นการเปิดศูนย์ปราบโกงประชามติทั่วประเทศของ “กลุ่มนปช.” เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน ที่ผ่านมา
ครั้งนี้ “บิ๊กตู่” บอกเอง ว่าเปิดไม่ได้ จนนักข่าวที่ไปรอรับ ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 (กองบิน 6) ถึงกับต้องถามย้ำ ก็ได้ความกระจ่าง
“นปช.เปิดศูนย์ปราบโกงประชามติไม่ได้ ก็เขาไม่ให้เปิด จะไปพูดให้เปิดอยู่ได้ยังไง เปิดก็โดนจับ เขาห้ามชุมนุมเกิน 5 คน กฎหมายก็มีอยู่แล้ว”
พร้อมกับตอก นปช.ไปอีกดอก กรณียื่น “ยูเอ็น” ให้เข้ามาร่วมสังเกตการณ์การทำประชามติ
“ยูเอ็นเขาปกครองประเทศไทยหรือไม่ ถ้าปกครองก็ไปเชิญเขามาผมไม่มองว่าเป็นการชักศึกเข้าบ้าน ผมขี้เกียจมอง แล้วคนทำมองไหมเล่า เขาห่วงใยประเทศของเขาไหม เขาเคยคิดไหมถ้ามีคนเข้ามาในประเทศนี้มันจะเกิดอะไรขั้น เคยคิดไหม เขาเป็นคนทำลายประเทศนี้ แล้วจะเอาคนอื่นมาทำลายต่อ ไม่รู้หรือ”
นับเป็นครั้งแรกที่ผู้กุมอำนาจรัฏฐาธิปัตย์ พูดเคลียร์ที่สุดแม้จะสวนทางกับการให้สัมภาษณ์สื่อครั้งก่อนๆ ที่เคยบอกไปถึง 3 ครั้งว่า เปิดศูนย์ปราบโกงประชามติได้
เมื่อเรื่องเดินมาตามบท ที่แม้แต่ นปช.ก็คาดไม่ถึง ด้วยปักใจเชื่อว่า ที่ผ่านมา “บิ๊กตู่” ไม่เคยส่งสัญญาณแตะเบรก แต่คราวนี้พอกลับจากอินเดียปุ๊บ กระทืบเบรกดังเอี๊ยด!!! ห้ามตั้งศูนย์ปราบโกงฯ
และ “ฝ่ายปฏิบัติ” ก็แอ็กชั่นตามนั้นทันทีในเช้าวันรุ่งขึ้น ด้วยการระดมกำลังตำรวจนับร้อยเข้าควบคุมพื้นที่ศูนย์ปราบโกงประชามติ ของ นปช. ทั้งที่บริเวณชั้น 5 ศูนย์การค้าอิมพีเรียล ลาดพร้าว และพื้นที่อื่น เรียกได้ว่าคุมทั้งตึกตั้งแต่ด้านหน้าถึงด้านใน โดยมาพร้อมกับรถขังผู้ต้องหาอีก 5-6 คัน
ทำเอาแกนน ำนปช.อย่าง “จตุพร พรหมพันธุ์” ถึงกับควันออกหู ซัดกลับ “บิ๊กตู่” ว่า ไม่รักษาคำพูด ทั้งยังทำนายว่าจะมีจุดจบเหมือน พล.อ.สุจินดา คราประยูร เมื่อปี 2535
งานนี้จึงต้องจับตาต่อว่า นปช. จะแก้เกมเพื่อเลี้ยงมวลชน ให้ถึงวันประชามตินี้อย่างไร
เพราะถ้ามองแล้ว คงคิดเป็นอื่นไปไม่ได้ นอกจากผู้มีอำนาจต้องการรักษาสถานการณ์ ช่วงร้อยเมตรที่เหลือ ก่อนถึงวันดีเดย์ให้นิ่งที่สุด
ยิ่งเป็นกลุ่มที่ประกาศตัวชัด ไม่รับรัฐธรรมนูญ ก็ยิ่งถูกต้อนด้วยกฎหมายภายใต้อำนาจ คสช.แต่ถ้าดูการทำงานของฝ่ายบังคับใช้กฎหมายอย่าง “กกต.” ผลงานกลับไม่เข้าตา “รัฏฐาธิปัตย์ 1” เท่าที่ควร
เพราะ “พ.ร.บ.ประชามติ” ที่ กกต.ปั้นมากับมือ ดูจะเป็นแค่ยันต์ แต่กันผีไม่ได้ ทำเอา “บิ๊กตู่” ติงไว้อย่างแสบๆ คันๆ
“เขียนกฎหมายมาแล้ว บังคับใช้กับคนไม่ได้ ก็อย่าเขียนออกมาเลย”
เข้าทำนอง อำนาจมีแต่ไม่กล้าใช้ จะให้ “คำสั่ง คสช.” จัดการอยู่เรื่อยไป
เชื่อว่า กกต.เมื่อได้ยากระตุ้นขนานนี้เข้าไป คงต้องเทคแอ็กชั่น กล้าง้างดาบเชือดกลุ่มป่วนที่พยายามชี้นำ รับ-ไม่รับ “ร่างรัฐธรรมนูญ” พวกโพสต์ตามโซเชียลมีเดีย หรือแม้แต่พวกใส่เสื้อสกรีนข้อความแสดงเจตนารมณ์ต่างๆ
สเต็ปต่อไป บรรดากลุ่มก้อนที่เคยเคลื่อนไหว อาจถูกแช่แข็ง ด้วยยาแรง จนทำอะไรต่อไม่ได้ หรือไม่ เชื้ออาจดื้อยา เพราะเมื่อยิ่งถูกบีบ ก็ยิ่งดิ้น เมื่อยิ่งถูกกด ก็ยิ่งพอง
บอกเลยว่า เส้นทางสู่ประชามติ รอบนี้ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ หนำซ้ำอาจมีตะปูเรือใบโรยอยู่เป็นระยะ ซึ่งก็ไม่รู้ว่า ล้อตีนตะขาบ จะบดข้าม หรือจะเพลี่ยงพล้ำไปก่อน!!



